Thursday, June 30, 2022

René Gruau ผู้ถ่ายทอดงานออกแบบชวนฝันของเหล่าดีไซเนอร์ด้วยปลายพู่กัน

เรอเน กรูโอ นักวาดภาพประกอบแฟชั่นชื่อดัง หนึ่งในผู้ที่ได้ฝากฝีมือไว้ในหน้านิตยสารลอฟฟีเซียล เขามักถูกเปรียบเปรยว่าเป็นอองรี เดอ ตูลูส-โลเทรก จิตรกรอิมเพรสชั่นนิสม์สมัยศตวรรษที่ 19 การใช้สีสันสไตล์ญี่ปุ่นและการใช้เส้นของเขาได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของแฟชั่น นำเสนอความสง่างามและสไตล์ชั้นสูงในยุครุ่งเรืองของแฟชั่นกูตูร์ กรูโอร่วมงานกับลอฟฟีเซียลเป็นเวลานานกว่า 55 ปี โดยมีผลงานทั้งหมด 11 ปก และภาพประกอบด้านในอีกมากมายนับไม่ถ้วน ปกแรกที่เขาวาดให้กับลอฟฟีเซียลตีพิมพ์ในปี 1947  สะท้อนภาพยุคสมัยที่โอตกูตูร์หวนคืนสู่ความนิยมหลังสงครามโลกพร้อมกับความแปลกใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ที่ยาวนานตลอดชีวิตระหว่างตัวเขากับโลกแฟชั่นชั้นสูงของฝรั่งเศส 

กรูโอเกิดในปี 1909 พ่อของเขาเป็นชนชั้นสูงของอิตาลี ส่วนแม่เป็นชนชั้นขุนนางชาวฝรั่งเศส ชื่อเดิมของเขาคือ เคาต์ เรอนาโต ซาวาลี ริคเชียเดลี เดลเล กามินาเต พ่อแม่ของเขาหย่าร้างกันตอนกรูโออายุได้สามขวบ และแม่ก็พาเขาย้ายกลับมาที่ฝรั่งเศส  กรูโอสละยศของตนเองเพื่อมาใช้นามสกุลเดิมของแม่ มาเรีย กรูโอเป็นนางแบบคนแรกของลูกชาย และส่งอิทธิพลยิ่งใหญ่ต่อเขาในเวลาต่อมา ทำให้เขาหลงใหลในโอตกูตูร์มาตั้งแต่เด็ก  รวมทั้งความสง่างามทุกรูปแบบ

กรูโอเริ่มสนใจและฝึกฝีมือในการวาดภาพมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าจะไม่ได้ร่ำเรียนทางด้านนี้อย่างเป็นทางการก็ตาม  ตอนอายุได้ 14 เขาหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองและแม่ด้วยการขายภาพวาดให้กับนิตยสารท้องถิ่น และต่อมาสำนักพิมพ์ลิเดลก็ว่าจ้างเขาครั้งแรกในปี 1924 กรูโอย้ายไปปารีสในปี 1930 และได้ทำงานให้กับลอฟฟีเซียลครั้งแรกในปี 1936 เขาวาดภาพหมวกด้วยสีขาวดำ ซึ่งหมวกนั้นเป็นผลงานการออกแบบของเอริก บราการ์ด ภาพนั้นสะท้อนให้เห็นการใช้เส้นสายอย่างโดดเด่นและมุมมองในการวาดใบหน้านางแบบอันเป็นแบบฉบับของเขา ในภาพวาดสมัยแรกๆ ของกรูโอยังปรากฏลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ โดยบริเวณเหนือนามสกุลของเขามีจุดคล้ายรูปดาว ซึ่งเกิดจากการที่หมึกหยดใส่ภาพโดยบังเอิญ 

นักวาดภาพประกอบหนุ่มให้ความสำคัญกับการใช้เส้นเป็นอย่างมาก เขาเคยกล่าวว่า “หากคุณวาดเส้นด้วยดินสอและวาดออกมาอย่างสวยงาม นั่นก็เป็นศิลปะแล้วสำหรับผม” การที่กรูโอนำกฎของไฟน์อาร์ตมาใช้กับการวาดภาพประกอบแฟชั่น ก็เพราะเขาตระหนักดีถึงพลังของแฟชั่นที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่ออารมณ์ความรู้สึกได้ ลายเส้นที่เขาใช้อย่างมีเป้าหมายและน่าประทับใจนั้นเข้ากับกูตูร์ที่เขาวาดอย่างไรที่ติ ลายเส้นพู่กันหนาๆ วาดเป็นโครงร่างของชุดนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะการเขียนตัวอักษรของญี่ปุ่น นับเป็นแนวการวาดที่สดใหม่สำหรับสื่อแฟชั่นยุโรปในยามนั้น

ช่วงที่โลกเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่สอง กรูโอใช้ชีวิตอยู่ที่คานส์ซึ่งไม่ถูกเยอรมนียึดครอง เขาช่วยงานคริสเตียน ดิออร์ ซึ่งเป็นเพื่อนของเขา และยังวาดภาพให้นิตยสาร มารี แคลร์ ในช่วงเวลานั้นเองกรูโอเล่าว่าเขาเป็นผู้ที่ดลใจให้ดิออร์ก่อตั้งแบรนด์ของตัวเอง และหลังจากสงครามสิ้นสุดลง โลกกูตูร์ของฝรั่งเศสก็คืนชีพอีกครั้งด้วยนิวลุคของดิออร์ในปี 1947 กรูโอรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ด้านโฆษณาให้กับคริสเตียน ดิออร์หลังจากที่เขาสร้างประวัติศาสตร์ในโลกแฟชั่นได้ไม่นาน และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์ จนได้รับเสนอตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์หลังจากดิออร์จากไปแล้ว 10 ปี แต่กรูโอก็ปฏิเสธ 

กรูโอเป็นเพื่อนกับกูตูริเยร์มากมายที่เขาร่วมงานด้วย ซึ่งรวมถึงคริสโตบัล บาเลนเซียกา, อูแบร์ เดอ จีวองชี่ รวมทั้งอีฟส์ แซงต์ โลรองต์ในวัยหนุ่ม เพื่อนที่สนิทที่สุดของเขาคือดิออร์และฌากส์ ฟาธ พวกเขาได้พบปะและสนิทสนมกันตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ และยังคงรักษาสายสัมพันธ์ทั้งในด้านการงานและเรื่องส่วนตัวไปจนตลอดชีวิต ในปี 1989 กรูโอให้สัมภาษณ์กับลอฟฟีเซียล และเล่าถึงปาร์ตี้มากมายที่พวกเขาได้ไปในช่วงหลังสงคราม แล้วไปหาอะไรกินต่อที่บิสโทรธรรมดาๆ ตอนค่ำ จนทักซิโด้ของพวกเขาถูกใช้งานแทบไม่ได้พักเลย

 

กรูโอชอบเรียกตัวเองว่านักวาดภาพประกอบเชิงพาณิชย์มากกว่าศิลปิน ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขามีทั้งโฆษณาที่เขาทำให้กับน้ำหอมดิออร์ ชุดชั้นใน ถุงน่องของสกองดาล และโฆษณาสุดฮือฮาของรูจ เบเชร์ ที่มีผู้หญิงถูกปิดตาโชว์ริมฝีปากสีแดงดูยั่วยวนปลุกปั่น และถึงแม้ว่าจะเป็นแคมเปญที่จัดทำขึ้นชั่วคราว แต่ผลงานของเขาก็ยืนยงมานานกว่าครึ่งศตวรรษด้วยความเป็นศิลปะในตัวมันเอง โดยได้ประดับอยู่ในบ้านหรือที่พำนักที่ดูดีมีสไตล์ รวมทั้งในพิพิธภัณฑ์ระดับโลก 

กรูโอจากไปในปี 2004 ด้วยวัย 95 ปี โดยเขาได้ทำหน้าที่สานต่อมรดกการวาดภาพประกอบแฟชั่นเรื่อยมา แม้ว่ายุครุ่งเรืองของมันจะล่วงผ่านไปแล้ว ความสามารถอันหาตัวจับยากของเขาคือการที่เขาเข้าใจบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกแฟชั่น แต่ก็ยังคงรักษาสไตล์และมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองเอาไว้  ผลงานไอคอนิกของเขายังเป็นที่ปรารถนาแม้กระทั่งในยุคหลังๆ ซึ่งเขาได้สร้างสรรค์ปกสุดท้ายให้กับลอฟฟีเซียลในปี 1991 และแม้ว่าจิตวิญญาณของแฟชั่นกูตูร์จะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ผลงานของกรูโอคือความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมแฟชั่นอย่างไม่ต้องสงสัย






Other Articles