L’Officiel Plus แพรวา ณิชาภัทร สาวเก่งหัวใจแกร่ง กับเส้นทางศิลปิน

0
1022

ลอฟฟีเซียล พลัส (L’Officiel +) คอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ประจำเดือน กันยายนนี้ พบกับ แพรวา ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ หญิงสาวผู้มาดมั่นและมีสไตล์ กับการถ่ายแบบแฟชั่นขึ้นปกดิจิตัลกับแบรนด์นาฬิกาสวิสสุดหรูอย่าง HUBLOT (อูโบลท์)

หลายคนอาจจะรู้จักหรือคุ้นหน้าค่าตา แพรวา ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ ผ่านผลงานการแสดงนับตั้งแต่ซีรีส์ ฮอร์โมน ของค่ายนาดาวแล้ว หรือไม่ก็จากผลงานเพลงต่างๆ ที่มีทั้งแบบฉายเดี่ยว หรือร่วมคอลแลบกับศิลปินคนอื่นๆ โดยเฉพาะเพลงประกอบซีรีส์ ‘รักติดไซเรน’ สมัยที่ยังสังกัดค่ายนาดาวมิวสิคที่ส่งให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ปัจจุบัน หญิงสาววัย 25 ใช้ชีวิตเป็นศิลปินอิสระมาได้สักพัก และมุ่งมั่นเอาดีกับทั้งเส้นทางดนตรีและการแสดง โดยเธอกำลังซุ่มทำผลงานใหม่ซึ่งคาดว่าจะได้ชมกันในปีหน้า แน่นอนว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ชีวิตเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ต้องอาศัยความรักและความมุ่งมั่น พัฒนาตัวเองเป็นที่ยอมรับ เปิดประตูต้อนรับโอกาสใหม่ๆ และลงมือทำทุกอย่างด้วยพลัง

ในวันที่เธอเธอมาถ่ายแบบกับนาฬิกา Hublot Big Bang One Click ที่ดีไซน์ออกมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ เราเลยถือโอกาสนี้พูดคุยเพื่อทำความรู้จักกับตัวตนของสาวแกร่งคนนี้ให้มากขึ้นอีกสักนิด

-แพรเข้าวงการจากการเป็นนักแสดง แต่อะไรเป็นจุดที่ทำให้อยากเป็นนักร้อง 

“จริงๆแล้ว ความฝันตั้งแต่สมัยแพรยังเด็กก็คือการเป็นนักร้องค่ะ เพราะได้ฟังเพลงพี่ดา เอ็นโดรฟิน ทำให้อยากเป็นนักร้องแบบพี่ดา  ก็เลยเรียนร้องเพลง เข้าชมรมโรงเรียน เริ่มตั้งวงของตัวเองตั้งแต่ตอนมัธยม จริงๆ ตอนที่มีรายการ ‘เดอะ สตาร์’ ก็เคยไปสมัครนะ แต่ตกรอบ (หัวเราะ) แล้วพอซีรีส์ ‘ฮอร์โมน’ เปิดคัดตัวนักแสดงเจนใหม่ เราก็ไปสมัครแล้วก็ได้ ทำให้ได้รู้จักโลกของการแสดง ซึ่งก็น่าสนใจสำหรับแพรด้วย”

-แล้วทั้งสองโลกนี้แตกต่างกันอย่างไร

“การเป็นนักร้องมันคือการถ่ายทอดตัวเราออกไป เราร้องในมุมที่เราอยากร้อง เพลงเดียวกัน นักร้องแต่ละคนก็อาจร้องออกมาไม่เหมือนกัน ส่วนการแสดงมันคือการสวมบทบาท ซึ่งแพรก็ชอบเหมือนกัน เพราะว่าตัวละครนั้นที่เราแสดงได้พาเราไปเจอเรื่องราวต่างๆ ซึ่งบางครั้งในชีวิตเราอาจไม่มีวันได้เจอ มันเหมือนเราได้ใช้ชีวิตเอ็กซ์ตร้า ลองใช้ชีวิตของคนอื่น ไปเรียนรู้เรื่องต่างๆ  จนถึงตอนนี้  ถ้าเอาจริงๆ คือก็ชอบการเป็นนักร้อง แต่เราก็ยังรู้สึกว่ายังเอ็นจอยกับการแสดงและการได้สวมบทบาทต่างๆ ค่ะ” 

-ทราบมาว่ากำลังเตรียมทำเพลงของตัวเองอยู่ อยากรู้ว่าเพลงในแบบของแพรวาจะเป็นแบบไหน

“ที่แน่ๆ คือเป็นแนวป็อปเพราะแพรชอบฟัง  แต่ในอนาคต อาจจะลองพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะฟังหลายแนวมากค่ะ ซึ่งก็อยากจะให้คนฟังเข้าใจเพราะเราองก็ฟังหลายแนวเหมือนกัน ทั้งป็อป ร็อก ฮิปฮอป แจ๊ส อาร์แอนด์บี ลูกทุ่ง… ตอนนี้เริ่มลองฝึกแต่งเพลงด้วย ก็เอาไปเสนอทางพี่กอล์ฟ (ฟักกลิ้งฮีโร่) ให้พี่กอล์ฟช่วยดูช่วยคิด”

-ในใจแพรอยากจะลงมือทำเพลงเองด้วย

“ใช่ค่ะ คือไม่อยากจะเป็นคนที่รอให้คนแต่งเพลงให้  เราอยากลองเองด้วย เพราะก็มีเรื่องราวบางอย่างที่เราได้เจอหรือคนรอบตัวได้เจอที่เราอยากนำมาถ่ายทอด หรือบางครั้งเราก็อยากแต่งเพลงให้ปะป๊ามาม๊าเราบ้าง มันก็มีเรื่องในใจเราที่เราอยากเล่า และทุกอย่างรอบตัวสามารถนำมาเขียนได้หมด อยู่ที่ว่าจะโดนใจใครมากกว่ากัน”

-ในฐานะที่เป็นผู้หญิง ได้พบเจอความยากลำบากอะไรบ้างไหนในวงการบันเทิง

“มันก็มีบ้างนะ คือบางอย่างที่เราทำ อาจจะเป็นสิ่งเดียวกับที่ผู้ชายทำ แต่ผลตอบรับอาจจะไม่เท่ากัน แต่มันก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เราต้องพัฒนาความสามารถถึงจะยืนอยู่ในวงการนี้ได้ มันเป็นบททดสอบให้เราต้องพิสูจน์ตัวเองเรื่อยๆ อาจจะกดดันบ้างบางครั้ง แต่ก็รู้สึกว่าท้าทายดีค่ะคือแพรเป็นคนที่ชอบเอาชนะ ถ้าคนคิดว่าเราทำไม่ได้ เราจะยิ่งต้องทำให้ได้ แต่ถ้าประเมินแล้วรู้ว่าอันไหนทำไม่ได้จริงๆ เราก็โอเค ขอไปพัฒนาสกิลก่อนจนพร้อมลุย”

-คนมองว่าแพรเป็นผู้หญิงเก่ง เด็ดเดี่ยว มั่นใจ แพรเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลยไหม 

“จริงๆ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ตอนเด็กแพรเป็นคนดื้อเงียบ เวลาปะป๊ามาม๊าสอน เราก็จะฟัง แต่เรารู้สึกว่าถ้าเราไม่เจอกับตัว เราก็จะไม่เชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องได้ลองด้วยตัวเองก่อน  ถ้าถามว่ามั่นใจไหม..ถ้าสิ่งนั้นแพรทำสุดความสามารถแล้ว จะมั่นใจค่ะ แต่ว่าเมื่อก่อนไม่ได้เข้มแข็งขนาดนี้นะ จะมีความอ่อนแอและขี้กลัว ไม่ได้มีสติมากขนาดนี้ ตอนนี้เหมือนเราโตขึ้น ผ่านเรื่องต่างๆ มา ก็ทำให้คิดได้มากขึ้น 

“ถ้าเทียบในกลุ่มคนที่อายุเท่าเรา แพรว่าแพรโตกว่าอายุ อาจจะเพราะเราเริ่มทำงานเร็วกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน มันเลยทำให้เราโต แล้วเราก็มีเพื่อนที่เป็นรุ่นพี่โตกว่า (แพรเป็นที่พึ่งของเพื่อนไหม) เรียกว่าเป็นที่พึ่งของกันและกันดีกว่า มันแล้วแต่เรื่อง บางเรื่องเรารู้ เขาก็จะขอความช่วยเหลือเรา หรือถ้าเรื่องไหนเขารู้มากกว่า เราก็จะขอความช่วยเหลือจากเขา”

-ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากกลับไปช่วงไหน  

“ช่วงวัยมัธยมเป็นช่วงเวลาที่หนูชื่นชอบที่สุดแล้ว เจ็บสุดคือโดนคนหมั่นไส้ ตอนนั้นรู้สึกว่าชีวิตเดินต่อไปไม่ได้แล้ว แต่จริงๆ มันก็แค่นั้นเอง  พอโตมาแล้วถึงรู้ว่ามันมีเรื่องต่างๆ อีกมากมายให้เราต้องเจอ สมัยนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้ว ได้ใช้ชีวิต อยู่กับเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวเล่น เฮฮา สนุกที่สุดในชีวิตแล้ว”

-แล้วแพรเป็นคนชอบแต่งตัว ชอบแฟชั่นมาตั้งแต่เด็กไหม

“ตั้งแต่เด็กเลยค่ะ คือชอบเดินเข้าไปในร้านเวลามีป้ายติดว่า New Collection ชอบเดินดูของมาก คุณแม่ชอบจับแต่งตัว  แต่พอโตมาเราก็เลือกอย่างที่เราชอบ เน้นว่าต้องใส่สบาย แต่ก็ต้องสวยด้วย  ไม่ใช่สบายเสียจนไม่สวยหรือไม่ถูกกาลเทศะ ถ้าถามว่าเรียกว่าสไตล์อะไร ขอเรียกว่า ‘ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา’ อย่างถ้าเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตที่ดูเรียบๆ เบสิก แต่ก็จะต้องมีลูกเล่นอะไรบางอย่าง เช่นเชือก คร็อป โชว์หลัง”

-กว่าจะออกจากบ้านได้ ใช้เวลากับการแต่งตัวนานไหม

“จะนานกับการแต่งหน้าทำผมมากกว่าค่ะเพราะแต่งเอง  ส่วนเสื้อผ้าจะคิดไว้ตั้งแต่ก่อนนอนแล้วว่าไปไหนและจะใส่ชุดอะไร แมตช์รองเท้ากระเป๋าอย่างไร หรือถ้าเราไม่เคยใส่เสื้อผ้าเซ็ตนี้เลย ก็จะมีออพชั่นเผื่อว่าไม่เข้ากัน ถ้าอยากใส่เสื้อตัวนี้ กางเกงที่จะแมตช์ได้มีแบบไหน  แล้วก็ต้องมีพวกแอ็กเซสเซอรี่ เพราะไม่งั้นจะเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง เหมือนสั่งข้าวผัดแต่ไม่มีพริกน้ำปลา (หัวราะ) มันไม่สมบูรณ์ และที่ใส่ประจำก็คือต่างหู และนาฬิกาซึ่งใส่จนชินเป็นเหมือนแอ็กเซสเซอรี่ ก็มีเรือนที่ใส่ประจำ กับเรือนที่เอาไว้ใส่เวลาไปงาน” 

-แล้ววันนี้ได้มีโอกาสมาถ่ายแบบกับแบรนด์นาฬิกาสวิส Hublot รู้สึกอย่างไรกับนาฬิกา Big Bang One Click 

“พอได้ลองใส่แล้วรู้สึกว่าเป็นนาฬิกาที่สวยมากค่ะ ตอนแรกก็คิดว่าจะเข้ากับเราไหมเพราะเวลาปกติแพรจะแต่งตัวออกแนวสตรีท แต่พอได้เห็นว่าเราเปลี่ยนสายรัดข้อมือได้ แล้วสายยังมีให้เลือกเยอะมากๆ เลยรู้สึกว่ามันทำให้ไร้ข้อจำกัดในการแต่งตัว แล้วตัวเรือนก็มีทั้งโรสโกลด์ สตีล และล้อมเพชร คิดว่าถ้ามีสักเรือน แพรจะไม่มีแค่สายเดียวแน่ๆ ต้องได้เปลี่ยนสายให้เข้ากับชุดทุกวัน” 

-เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงช่วงอายุ 25 รู้สึกอย่างไรกับช่วงเวลานี้

“คิดว่ามันเป็นช่วงที่เราจะก้าวผ่านไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ และเป็นจุดเริ่มต้นอะไรหลายๆ อย่าง เหมือนเรียนจบมา เริ่มทำงาน บางคนอาจจะเริ่มเปลี่ยนงาน ได้ลองทำอะไรในชีวิตมาประมาณหนึ่ง เริ่มวางแผนอนาคตแล้ว มองว่าเราจะดูแลพ่อแม่อย่างไรได้บ้าง เพราะเราอยากให้เขาสบายที่สุด เพราะตอนที่ท่านเลี้ยงเรามา ก็ให้เราเต็มที่ ก็เลยอยากให้ปะป๊ากับมาม๊าสบายที่สุด”

-จนถึงตอนนี้ อะไรคือสิ่งที่แพรภูมิใจที่สุด 

“เรื่องที่เราดูแลปะป๊ากับมาม๊าได้นี่ล่ะค่ะ คือในวัยนี้ ก็ไม่เคยคิดว่าเราจะดูแลเขาได้แล้ว มันเป็นอะไรที่ดีมากๆ เนาะ”

-เวลาที่เราหมดแพสชั่นในสิ่งต่างๆ เรามีวิธีจุดไฟในตัวเองอย่างไร

“แพรก็จะกลับไปมองยังจุดเริ่มต้นเลยว่าทำไมเรามีแพสชั่นกับสิ่งนี้ พอเราเข้าใจมันแล้ว คิดว่าแพสชั่นมันจะกลับมา อาจจะไม่กลับมาเต็มร้อยเต็มได้ในทีเดียว แต่มันจะค่อยๆ กลับมา”

-มีอะไรในโลกใบนี้ที่คิดว่าควรจะเปลี่ยนแปลงได้สักทีไหม

“เรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องขยะในทะเล คิดว่าเราต้องเลิกปล่อยขยะหรือมลพิษลงทะเลได้แล้ว เพราะในโลกใต้น้ำก็มีธรรมชาติและชีวิตอื่นๆ อาศัยอยู่ ลองนึกภาพว่าเราอาศัยอยู่ในบ้านเรา แล้วก็มีคนโยนขยะมาหน้าบ้านเราตลอดเวลา แล้วพวกสัตว์ก็ไม่เคยรู้ว่านั่นคือขยะ ก็เลยอยากให้คนหันมาสนใจปัญหานี้กันมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเรา มันอาจจะไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงในทันที แต่ก็ต้องเริ่มทำได้แล้ว”

-มาถึงจุดนี้ อยากขอบคุณอะไรบ้าง

“อย่างแรกเลยคือขอบคุณพ่อแม่ก่อนที่เลี้ยงแพรมาให้เข้มแข็งขนาดนี้ และขอบคุณตัวเองที่อดทนและสู้มาจนถึงขนาดนี้ค่ะ” 

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูติก HUBLOT สยามพารากอน โทร. 02-129-4774 และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5733 บูติก PMT The Hour Glass เกษร วิลเลจ 02-656-1212, ดิ เอ็มควอเทียร์ 02-003-6022 และเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟรอเรสตา 076-633-888 หรือติดตาม Hublot ได้ที่ @Hublot_Bangkok หรือ https://www.thehourglass.com/th/catalog/hublot/

Photographer: Adison Rutsameeronchai

Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam

Writer: Pimpilai Boonjong

Videographer: Bunnarong Mafu, Ketsara Boonruang

Model: Pearwa-Nichaphat C.

Makeup Artist:  Pradchaphan Prayoonpan

Hairstylist: Somjate Klomnoi

Photo assistants: Anurak Duangta, 

Panupong Banluesin

Stylist assistant: Thitaree Trisiritanyagorn