Friday, July 1, 2022

เปิดลิสต์! น้ำหอมกลิ่นกุหลาบ 8 อารมณ์สำหรับวันวาเลนไทน์ปีนี้

กุหลาบช่อใหญ่คงต้องหลบไปก่อน เพราะเราขอแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหลากคาแรคเตอร์ที่มีราชินีแห่งดอกไม้นี้เป็นหัวใจ

ดอกกุหลาบกับวันวาเลนไทน์นั้นเป็นของคู่กันเสมอมา ด้วยตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพีแห่งความรัก หรือด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามและเย้ายวน ไปจนถึงหนามที่อันตรายแต่ยังคงความน่าค้นหา ในช่วงนี้เราเลยจะได้เห็นราชินี้แห่งดอกไม้นี้ออกมาโลดเเล่นอย่างละลานตากันซักหน่อย สำหรับลอฟฟีเซียล บิวตี้แล้ว ก็มีหนึ่งสิ่งที่เกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบมาแนะนำให้กับคุณ นั่นก็คือน้ำหอมที่มีส่วนผสมของกุหลาบ ที่วันนี้เรารวบรวมมาให้ถึง 8 คาแรคเตอร์ เพื่อเติมเต็มบรรยากาศวันแห่งความรักให้สวยงามยิ่งขึ้น จะจดลิสต์เอาไปใบ้คนรู้ใจให้หามาเป็นของขวัญหรือจะซื้อให้กับตัวเองก็เป็นไอเดียที่ดีไม่แพ้กัน ไม่แน่…ปีนี้ช่อกุหลาบอันใหญ่โตอาจจะไม่จำเป็น เมื่อได้กลิ่นหอมโทนกุหลาบเหล่านี้

Miss Dior Eau de Parfum จาก Dior

น้ำหอมระดับไอค่อนของ Dior ที่สะท้อนภาพของความเป็นผู้หญิงออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม กับการจัดวางกลิ่นใหม่ที่ยิ่งเน้นความเฟมมินินมากย่ิงขึ้น โดยชูโรงดอกกุหลาบชนิดพิเศษที่มีกลิ่นหอมหวานของดอกไม้และกลิ่นโทนน้ำผึ้งที่ Françoise Demarchy ผู้ปรุงน้ำหอมนี้ขึ้นมาให้ชื่อว่า Sweet Love Rose ก่อนจะผสานกับกลิ่นโทนพาวเดอร์รี่ของดอกไอริสและกลิ่นอันสดใสของพีโอนี่และลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเล่ย์ รวมไปถึงกลิ่นแนวฟรุ๊ตตี้ ทั้งแอปพริคอตและพีช ก่อนจะผิดท้ายด้วยกลิ่นอุ่นของมักส์ ให้อารมณ์ของความเป็นคุณหนูสไตล์ดิออร์อย่างที่สุด

Rose De Chine จาก Tom Ford Beauty

หนึ่งในสมาชิกจาก Private Rose Garden Collection ในตระกูล Private Blend โดยน้ำหอมกลิ่นกุหลาบนี้มาพร้อมกับคาแรคเตอร์ของความหวานปนเท่ โดยเปิดประเดิมด้วยกลิ่นของดอกกุหลาบเข้ากับดอกพีโอนี่สีเหลืองจากประเทศจีนที่มีความเผ็ดร้อนกว่าพีโอนี่ที่เราคุณเคย ก่อนจะผสานเข้ากับดอก Cistus Absolute และ Myrrh ที่ให้กลิ่นแบบสโมกกี้ เมื่อกลิ่นค่อยๆ พัฒนาไปตามเวลา จากกลิ่นที่ดูจะชุ่มฉ่ำก็กลับนุ่มละมุนอย่างคาดไม่ถึง เป็นการหยอกล้อกันของกลิ่นหอมโทนฟลอรัลและสโมกกี้ได้อย่างลงตัว

Dolce Rose จาก Dolce&Gabbana Beauty

น้ำหอมกลิ่นกุหลาบกลิ่นนี้ ทำให้เราคิดถึงช่อดอกกุหลาบสีแดงสดไม่ต่างจากขวดของมันเลย ให้คาแรคเตอร์ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและเปล่งประกาย จากการผสานกลิ่นของดอกกุหลาบดอกโตเข้ากับกลิ่นหอมโทนฟรุ๊ตตี้ที่เรียงรายกันมาสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็น Red Currant, Green Apple, Madarin Orange และ White Peach ก่อนจะปิดท้ายด้วยมัสก์และไม้หอมเพื่อสร้างความละมุนละไมให้มากยิ่งขึ้น เหมาะกับใครที่ค่อนข้างร่าเริงสดใส หรือการไปเดทตอนกลางวันก็ไม่เลว

Eau Rose Eau de Parfum จาก Diptyque

ใครที่หลงรักหนึ่งในกลิ่นยอดฮิตของ Diptyque อย่าง Eua Rose Eua de Toilette แล้วล่ะก็ เราแนะนำให้คุณได้ลองพี่สาวคนใหม่อย่าเวอร์ชั่น Eau de Parfum กันดู โดยคาแรคเตอร์ของกลิ่นหอมโทนกุหลาบประจำ Diptyque ครั้งนี้มีความโตขึ้น สุขุมขึ้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยความหวานใสไว้บางๆ โดยยังคงเอาไว้ด้วย Damascena Rose และ Centifolia Rose จากเวอร์ชั่นก่อน แต่ผสมผสานความสดใสของลิ้นจี่ กลิ่นอันนุ่มละมุนของดอกคาโมไมล์ ตัดเลี่ยนด้วยกลิ่นกรีนโน๊ตของ Artichocke สร้างความมีระดับและมีมิติมากขึ้น มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนและเย้ายวนมากยิ่งขึ้นอีกเช่นกัน

Young Rose จาก Byredo

ใครที่กำลังมองหามุมมองใหม่ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบ น้ำหอมกลิ่นที่ 5 ในลิสต์ของเราตัวนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ ด้วยกลิ่นของดอกกุหลาบที่มีความร่วมสมัย ไม่หวานหรือเข้มจนเกินไป มีความโปร่งของกลิ่นแต่ติดทนตลอดทั้งวัน ทำให้น้ำหอมกลิ่นนี้ใช้ได้กับทุกเพศ โดยมี Damascena Rose ที่ให้ความเผ็ดร้อนกว่ากุหลาบทั่วไปเป็นหัวใจ หลอมรวมกับ Sichuan Pepper จากจีน และ Ambrette Seeds รวมไปถึง Musk และ Ambroxan สะท้อนแรงบันดาลใจที่ Ben Gorham ได้มาจากการเห็นความกระตือรือร้นของคนรุ่นใหม่ที่จะแสดงออกความเป็นตัวเองออกมาท่ามกลางโลกอันยุ่งเหยิง จนเกิดสิ่งใหม่ๆ ให้เราได้ตื่นตา ซึ่งก็เหมือนกับน้ำหอมกลิ่นนี้

Rose Chérie จาก Geurlain

การปลุกชีพคอลเลกชั่นกลิ่นหอมชั้นสูงของ Guerlain อย่าง L’Art et La Metiére ขึ้นมานั้น ก็มาพร้อมกับสมาชิกใหม่อย่างน้ำหอมโทนกุหลาบ ที่ให้ความเป็นกุหลาบสุดคลาสสิก มีทั้งความอ่อนหวาน มีระดับ แต่เข้าใจง่าย ด้วยการผสมกุหลาบ 2 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน ก่อนจะเสริมด้วยดอก Heliotrope และ Violet ที่ให้กลิ่นโทนพาวเดอร์รี่ที่ละมุนละไมและอบอุ่น ก่อนจะปิดท้ายด้วยกลิ่นอุ่นของ Tonka Bean และ Musk เป็นหนึ่งการตีความของดอกกุหลาบที่คลาสสิกและเป็นที่หลงรักได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยคุณภาพของส่วนผสมที่คัดสรรค์มาอย่างดี รวมไปถึงขวดดีไซน์พิเศษ ที่ให้ความีระดับอย่างสมบูรณ์แบบ

Rosa Nobile จาก Acqua Di Parma

กลิ่นต่อมาเป็นกลิ่นของดอกกุหลาบที่มีคาแรคเตอร์สดชื่นและหวานฉ่ำ จากการผสมผสานกันของโน๊ตโทนฟรุ๊ตตี้และฟลอรัล เปิดประเดิมด้วยกลิ่นของ Mandarin Orange, Bergamot และ Pepper ก่อนจะได้พบกับกองทัพดอกไม้ นำโดยดอกกุหลาบ, พีโอนี่, ไวโอเล็ต และ ลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเล่ย์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยกลิ่นของมักส์และเเอมเบอร์กรี ให้ความสดชื่นตามสไตล์ของแบรนด์ที่มาจากประเทศอิตาลี และความมีระดับสมชื่อของน้ำหอม เป็นอีกแง่มุมของความหวานฉ่ำของกุหลาบที่เราอยากจะให้คุณได้ลองสัมผัส

Heures D’Absence จาก Louis Vuitton

กลิ่นสุดท้ายเปรียบได้กับโมงยามที่คุณจะได้ดื่มด่ำในส่วนดอกไม้สวย ณ เมืองกราสส์ กลิ่นหอมอันอบอวลจนเราอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ให้ได้นานที่สุด เป็นการรวมกันของดอกไม้ช่อใหญ่ นำโดยดอกกุหลาบแห่งเมืองกราสส์, จัสมิน แซมบัค และดอกมิโมซา เสริมความมีชีวิตชีวาด้วยราสพ์เบอร์รี่ และปิดท้ายด้วยมักส์, วานิลลา และ แซนดัลวู้ด เป็นกลิ่นโทนฟลอรัลที่มีมิติน่าหลงใหล ให้ได้เคลิบเคลิ้มไปอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้

Photos courtesy of the brands

Other Articles