Friday, August 12, 2022

เกิดอะไรขึ้นในโลกนาฬิกาเมื่อต้องเผชิญกับโควิด-19

Photo by Harold Cunningham/Getty Images

ชีวิตของเรากำลังมาถึงจุดเปลี่ยนอย่างแท้จริง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันและดำเนินมาได้สักระยะ จู่ๆ เราก็ต้องกักอยู่แต่ในบ้าน ใช้ชีวิตไม่ได้ตามปกติ ธุรกิจหยุดชะงัก ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าจะไปท่องเที่ยวหรือทำงานก็ตาม ทุกคนต่างร่วมกันวิเคราะห์ว่ามันจะกลายเป็น new normal หรือการเปลี่ยนแปลงที่กลายมาเป็นพฤติกรรมใหม่หรือไม่ “ปี 2020 กำลังจะขึ้นแท่นเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกลักชัวรี่สมัยใหม่” คือคำกล่าวของ Luca Solca นักวิเคราะห์วิจัยด้านการลงทุน Berstein ที่อ้างอิงไว้ในรายงานของ The State of Fashion 2020 Coronavirus Update และเผยแพร่โดยเว็บไซต์  Business of Fashion 

เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้จัดงานแสดงนาฬิกาหรู Watches & Wonders ประกาศยกเลิกการจัดงานประจำปีนี้ก่อนหน้างานจะเริ่มไม่กี่วันหลังจากประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากนั้น เราก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่างานแสดงนาฬิกา Baselworld ที่จัดขึ้น ณ เมืองบาเซิล มาเป็นเวลาร้อยกว่าปีแล้วเกิดขึ้นได้ไหมในเดือนเมษายน แต่สุดท้าย ทางทีมงานออกมาก็ประกาศว่าไม่ได้ยกเลิก แต่ขอ ‘เลื่อน’ ไปช่วงต้นปี 2021 แทน

จะบอกว่าโควิด-19 เป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาก็คงได้ โลกแฟชั่นเองก็ต้องยกเลิกกำหนดแสดงโชว์ต่างๆ กลางปีนี้ และทำให้คนเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นถึงความจำเป็นในการจัดแฟชั่นโชว์ซึ่งใช้ทรัพยากรมหาศาลและไม่สอดคล้องกับแนวคิด sustainability หลายคนเริ่มคิดว่าจำเป็นไม่ที่ต้องมีการโชว์คอลเลกชั่นมากมายและพาคนกลุ่มหนึ่งบินข้ามน้ำข้ามทะเลจากทั่วมุมโลกไปชม แต่สำหรับวงการนาฬิกา ความจำเป็นของงานแฟร์แสดงนาฬิกาเพื่อเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ๆ ประจำปีน่าจะเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ของงานที่อาจจะไม่โดดเด่นเหมือนแต่ก่อนซึ่งไม่เสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์นาฬิกาหรูสักเท่าไหร่ รวมไปถึงการที่แบรนด์ต้องลงทุนในงานนี้มากมาย แต่กลับต้องมากังขาว่าจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ซื้อและสื่อได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่  อย่างเช่นที่แบรนด์นาฬิกายักษ์ใหญ่ค่อยๆ ทยอยถอนตัวออกจากงาน Baselworld ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการถอนตัวตั้งแแต่เมื่อปีที่แล้วของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Swatch Group ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์หรูอย่าง Breguet, Jaquet Droz, Blancpain, Glashutte Original, Omega  เพื่อไปจัดงานของตัวเอง

Photo by Harold Cunningham/Getty Images

หลายคนเคยให้ความคิดว่าตราบใดที่แบรนด์ใหญ่ๆ ยังคงปักหลักที่ Baselworld แฟร์แห่งนี้ก็ยังคงความดึงดูดสำหรับโลกนาฬิกาอยู่ แต่หลังจากการประกาศเลื่อนการจัดงาน Baselworld ไปปีหน้าเพราะพิษโควิด-19 ก็มีข่าวใหญ่จากออกมาเมื่อวันที่ 14 เมษายนว่า แบรนด์ Rolex, Patek Philippe, Chanel, Chopard และ Tudor ประกาศออกจาก Baselworld เพื่อไปสร้างเทรดโชว์นาฬิกาใหม่ที่เจนีวาในปีหน้าโดยร่วมกับ Fondation de la Haute Horlogerie  และจะเรียกว่าฟ้าถล่มเลยก็คงได้ เมื่อแบรนด์ในเครือ LVMH ได้แก่ Hublot, TAG Heuer และ Zenith ก็ประกาศถอนตัวจาก Baselworld ตามมา รวมทั้งแบรนด์ในค่าย Bvlgari ที่ประกาศถอนตัวไปก่อนหน้านี้แล้วโดยให้เหตุผลว่า “เพื่อรักษาภาพลักษณ์และสายสัมพันธ์กับลูกค้ารวมทั้งสือมวลชน” จะบอกว่าแบรนด์ต่างๆ ซึ่งเคยจัดแสดงในพื้นที่ของ Hall 1.0 ซึ่งเป็นฮอลล์หลักหายไปเกือบทั้งหมดราวกับธานอสดีดนิ้ว

อนาคตอยู่ที่เจนีวา

ตอนนี้ เราคงมุ่งมองไปยังอนาคตในช่วงเดือนเมษายนปี 2021 กับความตื่นเต้นใหม่ๆ ที่รออยู่ในงาน Watches & Wonders ซึ่งพัฒนาและปรับเปลี่ยนคอนเซ็ปต์มาจากงาน SIHH ซึ่งรวมไว้ด้วยแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากค่าง Richemont (ยกตัวอย่างเช่น Cartier, Jaeger-LeCoultre, Montblanc, IWC, A. Lange & Sohne, Piaget) รวมไปถึงแบรนด์ดังอย่าง Girard-Perregaux, Hermes, Ulysse Nardin, Bovet รวมทั้งแบรนด์นาฬิกาอิสระทั้งหลาย อันที่จริง ปี 2020 จะต้องเป็นปีแรกที่เราจะได้สัมผัสกับคอนเซ็ปต์ใหม่ของงานนี้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็อยากที่ทราบนั่นแหละ…

ในส่วนของงานเทรดโชว์ใหม่ที่แบรนด์ Rolex, Patek Philippe, Chanel, Chopard และ Tudor แถลงว่าจะจัดขึ้นที่เจนีวาโดยร่วมกับ Fondation de la Haute Horlogerie นั้น แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันชื่อ แต่ทราบว่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับ Watches & Wonder อย่างแน่นอน Jean-Frédéric Dufour ซีอีโอของ Rolex กล่าวว่าหลังจากการพูดคุยซึ่งริเริ่มโดย Rolex “ก็ไม่แปลกใจที่จะจัดตั้งงานใหม่กับพาร์ทเนอร์ที่เชื่อมั่นในมุมมองและคุณค่าที่เหมือนกัน เพื่อให้การสนับสนุนวงการนาฬิกาสวิสต่อไป” ส่วน Thierry Stern ประธานบริหารของ Patek Philippe กล่าวว่า “เราต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราทำ เพราะสิ่งที่เคยใช่ในอดีตอาจจะไม่ใช่ในวันนี้” และเป็นเหตุผลให้แบรนด์เข้าร่วมก่อตั้งงานเทรดโชว์ใหม่ในปีหน้าเพื่อให้รองรับลูกค้า รีเทลเลอร์ และสื่อจากทั่วโลกได้อย่างตรงจุด เช่นเดียวกับ Frédéric Grangié ประธานแผนก Chanel Watches & Fine Jewellery “Chanel เชื่อมั่นในความเป็นอิสระและปรารถนาทที่จะสืบสานและส่งเสริมคุณค่า ความรู้ คุณภาพ และความแม่นยำของการสร้างสรรค์นาฬิกาสวิส แนวทางใหม่นี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Chanel” 

ส่วนแบรนด์จากเครือ LVMH ซึ่งกล่าวอำลำ Baselword “เพื่อมาร่วมกับแบรนด์หลักของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสที่เจนีวาตั้งปี 2021 เป็นต้นไป” ส่วนจะเป็นงานไหน จะใช่งานเดียวกับ Rolex และ Patek Philippe หรือไม่ คงต้องรอแถลงการที่ชัดเจน

ปีแห่งดิจิตัล?

แล้วสำหรับปี 2020 นี้ล่ะ? ขณะที่ทั้งโลกรอว่าจะประกาศยกเลิก lockdown เมื่อไหร่ และจะกลับไปใช้ชีวิตและดำเนิธุรกิจตามปกติได้ตอนไหน หลายแบรนด์ก็เริ่มหันไปใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งในการสื่อสารข่าวสาร และช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ ทราบมาว่าที่ประเทศจีน แบรนด์หรูในเครือ OTB Group ซึ่งได้แก่ Marni, Diesel และ Maison Margiela เริ่มหันมาทดลอง live stream ในการขายสินค้ากันแล้ว หรืออย่างที่ญี่ปุ่น แบรนด์รองเท้า Asics ซึ่งไม่สามารถจัดงานเปิดตัวรองเท้านวัตกรรมใหม่ได้ ก็ได้จัดการนำเสนอในรูปแบบของ VR และส่งเฮดเซ็ต Oculus Quest ไปให้นักข่าวได้ชมพรีเซนเทชั่นแบบโฮโลแกรม 

ในส่วนของโลกนาฬิกา เมื่อวันพฤหัสที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา Breitling ได้จัดแถลงข่าวโปรดักต์ใหม่ประจำปีผ่านระบบ live stream ให้รับชมพร้อมกันทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นการนำร่องและสร้างความคึกคักในโลกนาฬิกาอีกครั้ง  เช่นเดียวกับการประกาศจัดงาน Watches & Wonder ในรูปแบบออนไลน์ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 เมษายนนี้เป็นต้นไปผ่าน watchesandwonders.com เพื่อนำเสนอผลงานของแบรนด์ชั้นนำ 30 แบรนด์ 

“เรารู้สึกติ้นเต้นมากที่ได้ร่วมกับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลกในการทำให้คอนเซ็ปต์ของ Watches & Wonders มีชีวิตขึ้นมาในโลกออนไลน์ในยามที่อุตสาหกรรมของเราพึ่งพามันเป็นได้ที่สุด” Fabienne Lupo ประธานและผู้บริหารแห่ง  Fondation de la Haute Horlogerie กล่าว “แพลตฟอร์มใหม่นี้จะช่วยให้คนรักนาฬิกาจากทุกที่สามารถเข้าถึงโปรดักต์ที่น่าตื่นเต้นใหม่ๆ สัมผัสประสบการณ์อย่างเต็มอื่ม และติดต่อการแบรนด์ที่เข้าร่วมโดยตรงในพื้นที่เดียว” 

ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในปีที่ยากลำบากที่สุดนี้ สถานการณ์สร้างวีรบุรุษฉันใด โควิด-19 อาจนำไปสู่อะไรใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิม รอดูด้วยกันนะ

Other Articles