เวลาในแบบฉบับของ Chanel

เวลาของ Chanel ไม่เคยหยุดนิ่งเหมือนที่มาดมัวแซลเคยกล่าวไว้ว่า “ฉันไม่รู้ว่าจะไปอยู่ ณ ที่แห่งไหน นอกจาก ณ ขณะปัจจุบัน” นับตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกในชื่อเพรอมิแยร์ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1987 ชาเนลก็ได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาหลากรุ่น ผสมผสานนวัตกรรมใหม่ แต่ก็ยังคงสไตล์และดีไซน์อันเป็นหัวใจของชาเนล

“There is no time for cut-and-dried monotony. There is time for work. There is time for love. That leaves no other time.” 

Coco Chanel

Mademoiselle J12 Acte II

หนึ่งในผลงานที่รับการขนานนามว่าเป็นไอคอนแห่งศตวรรษที่ 21 ก็คือ J12 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2000  เป็นผลงานที่กรุยทางทางกับชาเนลในโลกนาฬิกา จนปัจจุบันกลายเป็นแบรนด์ที่คว้ารางวัลการสร้างสรรค์นาฬิกาถึง 5 รางวัลจากงาน GPHG ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลออสการ์ของวงการ

เจ-ทเวลฟ์ ได้ชื่อมาจากระดับการแข่งขันเรือใบ เจ คลาส ในอเมริกา คัพ แตกต่างจากนาฬิกาคลาสสิกทั่วไปในช่วงต้นยุค 2000s ด้วยเป็นนาฬิกาสีดำทั้งเรือนและยังผลิตจากไฮเทคเซรามิก แม้ว่าชาเนลจะไม่ได้นำวัสดุนี้มาใช้เป็นเจ้าแรก แต่ก็ต้องยกเครดิตให้ในฐานะที่ทำให้วัสดุนี้เป็นที่นิยมในการผลิตนาฬิกาชั้นสูง โดยชาเนลยังพัฒนาทักษะและเทคโนโลยีในการผลิตวัสดุสุดล้ำนี้ภายในโรงงานผลิตนาฬิกา G&F Châtelain ของตนเองด้วย รวมทั้งการพัฒนากลไกอัตโนมัติ Calibre 12.1 ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้กับนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้โดยเฉพาะ

ล่าสุด ชาเนลได้สร้างสรรค์นาฬิการุ่น Mademoiselle J12 Acte II ตัวเรือนและสายเซรามิก ประดับขอบและมาร์กเกอร์ด้วยเพชรบาแก็ตต์ และชาร์มรูปมาดมัวแซลชาเนลประดับเพชร ทำงานด้วยเครื่องควอตซ์ความแม่นยำสูง ผลิตเพียง 20 เรือน นับเป็นผลงานพิเศษในโอกาสที่ J12 ครบรอบ 20 ปี

Code Coco

คอลเลกชั่น Code Coco นี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2017 หลังจากแบรนด์ชาเนลก้าวเข้าสู่วงการนาฬิกามาครบ 30 ปี อัดแน่นด้วยทุกองค์ประกอบที่บ่งบอกถึงความเป็นชาเนล โดยนำแรงบันดาลใจมาจากกระเป๋ารุ่นคลาสสิก 2.55 ที่มาดมัวแซล ชาเนลสร้างสรรค์ไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 1955 โดยดีไซน์ของ Code Coco  นี้ดูคล้ายกับเข็มขัด ด้วยตัวเรือนสอดประสานเป็นเส้นเดียวกับสายรัดข้อมือตกแต่งเป็นลวดลายตารางซึ่งทำให้นึกถึงลายควิลต์บนกระเป๋า ส่วนตัวล็อกที่ทำให้สายรัดยึดติดกันดีไซน์คล้ายตัวล็อกกระเป๋า เมื่อหมุนเปิดหรือปิดตัวล็อกถือเป็นการเปิดเผยหรือซุกซ่อนเข็มนาฬิกาที่อยู่ข้างในได้อย่างแนบเนียน ชวนให้คิดว่า ‘เวลา’ คือความลับที่ถูกซ่อนไว้ 

ล่าสุด ชาเนลได้สร้างสรรค์ Code Coco โฉมใหม่หลายรุ่น อย่างที่เห็นนี้ปรับสายรัดให้เป็นหนังปั๊มนูนจนดูราวกับเทคนิคควิลต์บนกระเป๋า และยังประดับเพชรรอบขอบตัวเรือนเพิ่มความหรูหราสง่างาม

Boy.Friend

ดีไซน์แบบเดรสวอทช์ของนาฬิกา BOY.FRIEND นั้นน่าจะถูกใจสาวเก๋ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นเมื่อปี 2015 เพราะเจ้านาฬิกาตัวเรือนเหลี่ยมนี้ผสานสไตล์มัสคิวลีนเข้ากับเฟมินีนที่พบได้ในแฟชั่นมาดมัวแซล ชาเนล และตัวเรือนเหลี่ยมยังทำให้นึกถึงนาฬิการุ่น Première ซึ่งเป็นนาฬิการุ่นแรกของแบรนด์ด้วย 

สำหรับปีนี้ ชาเนลได้เพิ่มเติมรุ่นตัวเรือนขนาดกลางและขนาดเล็ก ผลิตจากสเตนเลสสตีล ประดับเพชรรอบขอบตัวเรือน จับคู่กับสายหนังเย็บแบบควิลต์

Monsieur de Chanel

หลังจากเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2016 Monsieur de Chanel กลายเป็นที่กล่าวขวัญในทันที ไม่เพียงเพราะเป็นนาฬิกาที่แบรนด์พัฒนาขึ้นเพื่อผู้ชายเรือนแรก แต่ยังลงตัวด้วยดีไซน์ร่วมสมัยดูสุขุม พร้อมฟังก์ชั่นที่เรียบง่ายแต่มีความพิเศษ 

นาฬิกาตัวเรือนกลมคลาสสิก แสดงชั่วโมงและนาที ข้อมูลเวลาที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่แทนที่จะเลือกแสดงด้วยเข็มง่ายๆ ธรรมดา ทีมงานกลับเลือกใช้วิธีการแสดงชั่วโมงแบบ jumping hour ผ่านตัวเลขในช่องหน้าต่าง ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา โดยเมื่อเข้าสู่ชั่วโมงใหม่ ตัวเลขจะเคลื่อนเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ส่วนนาทีนั้นแสดงด้วยเข็มแบบตีกลับหรือ retrograde ซึ่งจะดีดกลับหลังมายังตำแหน่ง 0 นาทีเมื่อเข็มค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปตามวงนาทีจนครบนาทีที่ 60 จากนั้นจึงเริ่มต้นนับใหม่ และในปี 2020 นี้ Monsieur de Chanel ได้รับการออกแบบใหม่ด้วยตัวเรือนไวท์โกลด์ พร้อมหน้าปัดและสายรัดข้อมือสีน้ำเงิน และผลิตเพียง 55 เรือนเท่านั้น 

Other Articles