IGNIV Bangkok ต้อนรับนักชิมสู่รังนกแห่งใหม่

ครั้งแรกของ IGNIV Bangkok by Andreas Caminad กับร้านอาหารแห่งแรกนอก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ

ท่ามกลาง ‘กระแสดาวมิชลิน’ ในประเทศไทย ที่กระตุ้นต่อมลิ้มรสให้เหล่านักชิมได้หวนหาความอร่อยจากเชฟคนดังมากฝีมือ ที่ต่างแวะเวียนกันมาสรรค์สร้างอาหารรสเลิศมากด้วยคอนเซปต์ พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์บนโต๊ะอาหารมากด้วยไอเดีย หนึ่งในร้านดังที่กำลังเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ เวลานี้ คงต้องยกให้ ‘IGNIV Bangkok’ แบรนด์ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่ง ระดับดาวมิชลินของเชฟ แอนเดรียส คามินาดา ที่ล่าสุดได้ฤกษ์ปักหมุด ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เปิดตัวสาขาแรกนอกประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ

โดยความน่าสนใจของ  อิกนีฟ แบงคอก บาย แอนเดรียส คามินา ถือได้ว่าเป็นมาสเตอร์พีซแห่งความภาคภูมิใจเชฟแอนเดรียส คามินาดา ซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการอาหารสวิสที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจาก อิกนีฟ ทั้งสองร้านใน เซนต์ โมริตส์ (St. Moritz) และบาดรากาซ (Bad Ragaz) แถบเทือกเขาแอลป์ ซึ่งได้รับมิชลินสตาร์สองดาวจากการประกาศรางวัลมิชลินสตาร์ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา กับการนำเสนออาหารไฟน์ไดน์นิ่งในแบบ แชร์ริ่ง คอนเซ็ปต์ ที่ทุกคอร์สจะเสิร์ฟมาเป็นจานกลางพอดีคำ เพื่อให้เหล่านักชิมได้ร่วมแบ่งสรร ผลัดกันตักเสิร์ฟในจานของกันและกันท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่น อย่างมีสไตล์ในโทนสีเขียวอมฟ้าตกแต่งด้วยพื้นไม้ โต๊ะหินอ่อน และรายละเอียดแชนเดอเลียร์สีทอง ผสานกับความโค้งมนของเฟอร์นิเจอร์สีสดใสที่มาเติมเต็มความมีชีวิตชีวาเสมือนนั่งในสวนสวย ราวกับโอบล้อมอยู่ใน ‘รังนก’ ซึ่งพ้องกับชื่อร้านในภาษาโรมานซ์

Marriott International Hotel

“กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ยอดเยี่ยมมาก ผมชื่นชอบในวัฒนธรรมอันเก่าแก่แต่เต็มไปด้วยสีสันอันงดงาม และยังเป็นศูนย์รวมอาหารที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้การยอมรับ ร้านอาหารของเราและโรงแรมแห่งนี้มีมาตรฐานและคุณภาพที่เหมาะสมกันในทุกๆ ด้าน โดยเราได้เคยมาเปิดร้าน IGNIV แบบป็อปอัพที่นี่แล้วเมื่อปี”

-เชฟแอนเดรียส คามินาดา-

ในส่วนของเมนูอาหารจานแบ่งที่ว่า….เชฟแอนเดรียส คามินาดา ยังคงให้ความสำคัญกับ วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลจากแหล่งในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมชูความสร้างสรรค์จากกระบวนการปรุงด้วยเทคนิคดั้งเดิม ถอดแบบจากสาขาหลักที่สร้างความสมบูรณ์แบบให้อาหารแต่ละจานในสไตล์โมเดิร์น โดยได้ เชฟเดวิด ฮาร์ดวิก ผู้มีประสบการณ์การทำงานกับเชฟแอนเดรียสมายาวนานรับหน้าที่บรรเลงอาหารมื้อพิเศษอย่างพิถีพิถัน ในแต่ละจาน ราวกับโน้ตเพลงเสียงซิมโฟนีแห่งโลกธรรมชาติ ที่ทยอยเสิร์ฟความอร่อยในแต่ะละคำ

ตั้งแต่ ของทานเล่นอย่าง Papaya Roll ส้มตำคำจิ๋วรสบางที่สร้างเซอร์ไพร์สได้แต่แรกชิม หรือจะหยิบ Mackerel Wasbi with Herbs ซึ่งเพิ่มความจัดจ้านด้วยกลิ่นสมุนไพร แต่ที่เราแอบปลาบปลื้มในจานเริ่มต้นนี้เราขอยกให้ Almonds Red Beet อัลมอนด์เคลือบฟัวกราส์ที่ทานเพลินเกินห้ามใจจนต้องแอบถามว่า ‘มีอีกชิ้นมั้ยค่ะ’ จับคู่กับ Brut Reserve

“การใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และคุณภาพเยี่ยมเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมาก ประเทศไทยมีวัตถุดิบมากมายให้เลือกใช้ ลูกค้าของเราจะได้รับประสบการณ์ที่พิถีพิถันแต่เป็นกันเอง ไม่อึดอัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมนูอาหาร เทคนิคการปรุง รสชาติ หรือการใช้เครื่องปรุง”

– เชฟเดวิด ฮาร์ดวิก –

ก่อนมากระตุ้นความหิวกันต่อกับ เมนูเรียกน้ำย่อย อย่าง Sea Bass ปรุงรสอมเปรี้ยวทานคู่กับ แรดิชฝานบาง ไล่สเต๊ปเรื่อยมากับ Salmon ปรุงรสที่เสิร์ฟคู่มากับคาเวียร์ และครีมละมุนลิ้น หรือจะลองสลับตัดรสกับ ตับเป็ดบดรสส้มทานคู่กับบริยอชเนื้อนุ่ม รับกับ Grauer Burgunder (Pinot Gris) ไวน์ขาวรสละมุนจากเยอรมนี แต่หากสาวๆคนไหนรอจานการแสดง ไว้ถ่ายคอนเทนต์ลงโซเชียล เราแนะว่าอย่าลืมถ่าย ปลาฮามิชิรมควัน ที่เสิร์ฟมากับเซอลารีฝานบางกับซอสสูตรพิเศษและข้าวเกรียบโรยหน้าที่ให้มิติสัมผัสได้หลายหลากเพียงหนึ่งคำ

ระหว่างนี้ เราแนะนำว่า ให้ใช้เวลาในแต่ละคำค่อยๆลิ้มรสวัตถุดิบสดใหม่ ที่ปรุงอย่างเรียบง่าย(แต่มากด้วยชั้นเชิง) แล้วอย่าลืม ‘แชร์’ ความสุขระหว่างกันและกัน ด้วยบทสนทนารื่นหูที่พาให้ใจเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์แสนพิเศษ ก่อนเบรกด้วยจานซุปซิกเนเจอร์ ที่ใช้แลงกูสตินปรุงรสชาติอย่างเข้มข้น เพิ่มราวีโอลีสอดไส้กุ้งมาให้พอเคี้ยวอย่างพอดีคำ

มาถึง เมนูจานหลัก (อยากแชร์ต่อ) ที่ไม่ได้มาแค่หนึ่งแต่จัดมาถึงสี่ …. คอหมูเนื้อนุ่มเสิร์ฟคู่กับซอสบาร์บีคิวรสจัดที่จัดแต่งกันมากับพรุน พูเร่อย่างพอดีคำ หรือหากเป็นสายเนื้อแนะให้ลองเนื้อติดซี่โครงย่างกำลังดี แต่ที่ยกให้เป็น เดอะ เบสท์ ของทั้งคอร์สจนต้องพูดถึงคือ จานผักอย่าง ดอกกะหล่ำในบราวน์ บัตเตอร์ ซอส โรยหน้าด้วยทรัฟเฟิลที่ให้รสสัมผัสละมุนลิ้นตั้งแต่คำแรกที่เข้าปาก ให้บาลานซ์ระหว่าง ความครีมมี่ของซอสกับรสของผักได้กำลังดี

ปิดท้ายกับคอร์สขนมหวาน ที่อิกนีฟ แบงคอก ให้ความสำคัญไม่แพ้กับจานอื่นถึงขนาดที่ อาเน่ รีน เชฟขนมหวานออกปากชวนให้ลงมือลิ้มลองกับเมนูของหวานจานเบา ตั้งแต่ ครีมโฟมเบานุ่มโรยหน้าด้วยคาราเมล บั๊กวีตที่เสิร์ฟมาในฟองไข่ ก่อนเขยิบมาลิ้มลองเมลอนสไลด์บาง และแตงโมหั่นเต๋าที่จับคู่กันมากับ อัลมอนด์บดผสมแอปเปิ้ลครัมเบิ้ลราดซอส แตงโม คาร์ปาโช ที่บอกเลยว่าลึกๆก็แอบหลงรักจานนี้อยู่ไม่ใช่น้อย แต่หากคุณคือสายช็อกโกแลตที่แท้….แนะเลยว่าขอให้ตบท้ายด้วย ช็อกโกแลต ซูเฟล่ รสเข้มข้นแต่สัมผัสบางเบา เป็นการปิดท้ายคอร์สอย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะก่อนกลับบ้าน เชฟอาเน่ รีนยังขอเอาใจสายหวาน ด้วยแคนดี้ บาร์ หลากเมนู ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของอีกนิฟที่สามารถเลือกหยิบขนมหวานนานาชนิด มอบความสุขแสนหวานนำกลับบ้านได้ตามใจชอบอีกด้วย

สำหรับนักชิมที่สนใจอยากลองประสบการณ์ ไฟน์ไดน์นิ่งแบบแชร์ต่อกัน ที่อิกนีฟ แบงคอก เราแนะนำให้จองก่อนเนิ่นๆ ที่ไม่ว่าจะลองเป็นช่วงมื้อกลางวัน (เวลา 12:00 – 15:00 น. ออร์เดอร์สุดท้าย 14:00 น.) ราคา 1,900บาท ++ และช่วงมื้อเย็น (เวลา 18:00 – 23:00 น.ออร์เดอร์สุดท้าย 21:30 น.) ราคา 3,800 บาท ++

Other Articles