หลังจากถูกเลื่อนมานานกว่าห้าเดือนเพราะวิกฤตโควิด-19 ในที่สุดนิทรรศการ Pierres Précieuses หรือ Precious Stones ซึ่ง Van Cleef & Arpels ร่วมกับ Museum of Natural History ในปารีส ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวไปในเดือนกันยายน นอกจากจะเป็นการนำเสนอแง่มุมที่เชื่อมโยงกันของธรณีวิทยา แร่ธาตุ และเครื่องประดับ ยังจัดแสดงผลงานกว่า 300 ชิ้นจากอาร์ไคฟ์ของแบรนด์ ซึ่งในจำนวนนั้นมีผลงานที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับไฮจิวเวลรี่คอลเลกชั่นใหม่ของแบรนด์ ซึ่งได้ชื่อว่า Homage to High Jewellery in Place Vendôme
คอลเลกชั่นเล็กๆ แต่เปี่ยมความหมายนี้ได้พาเราย้อนกลับไปยังประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของแบรนด์ Van Cleef & Arpels ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1906 และนำผลงานเฮอริเทจซึ่งเคยอยู่ในครอบครองของผู้หญิงทรงอิทธิพลสามคนมาเป็นแรงบันดาลใจ ดังเช่น กำไลประดับทับทิม Jarretière ของนักแสดงสาวมาร์ลีน ดีทริช สวมใส่เข้าฉากภาพยนตร์ Stage Fright ของผู้กำกับอัลเฟรด ฮิตช์ค็อกด้วย สร้อยคอแพลตินัมประดับมรกตของเจ้าหญิงไฟซาแห่งอียิปต์ และตุ้มหูประดับทับทิมทรงหลังเบี้ยของแจ๊กเกอลีน เคนเนดี ซึ่งรับเป็นของขวัญแต่งงานครั้งที่สองกับมหาเศรษฐี อริสโตเติล โอนาสซิส ในปี 1968 โดยอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งรักของขวัญชิ้นนี้มาก (อันที่จริงแหวนหมั้นที่จอห์น เอฟ เคนเนดีมอบให้เธอก็เป็นแหวน Van Cleef & Arpels เช่นกัน) และสวมอยู่บ่อยครั้งไปจนตลอดชีวิต
ล่าสุด Van Cleef & Arpels ได้นำตุ้มหูชิ้นนี้มาตีความใหม่ให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 และใช้ชื่อว่า Tendresse Étincelante ซึ่งแปลว่า Sparkling Tenderness เป็นอีกครั้งที่เมซงถ่ายทอดความผูกพันกับธรรมชาติ และความนิยมชมชื่นในอัญมณีจุดประกายอารมณ์ของ Pierres de Caractère (ปิแอร์ส เดอ กาแร็กแตร์ หรือ ‘อัญมณีมีชีวิต’) สร้างสรรค์จากตัวเรือนไวท์โกลด์ดีไซน์เป็นรูปดอกไม้แย้มบานประดับเพชร โดยเกสรตรงกลางเป็นเพชรทรงหยดน้ำ นอกจากนี้ยังห้อยด้วยเพชรทรงหยดน้ำสองเม็ด DFL type 2A ซึ่งเจียระไนมาจากเพชรดิบก้อนเดียวกัน และหนักถึง 20.21 กะรัต… เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่พิสูจน์ฝีมือของแบรนด์ และโดดเด่นจับใจพอๆ กับเสน่ห์ของหญิงผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผลงานชิ้นนี้เลยทีเดียว










