“โอเดอมาร์ ปิเกต์ไม่เคยหยุดนิ่งในการร่วมงานกับแบรนด์ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อเติมไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์ให้กับช่างทำนาฬิกาของเรา” ฟรังซัว-อองรี เบนนาเมียส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) กล่าว ด้วยเหตุนี้ ในความเซอร์ไพรส์แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใดสำหรับข่าวการจับมือเป็นพันธมิตรล่าสุดระหว่างโอเดอมาร์ ปิเกต์ กับแบรนด์แฟชั่นชั้นสูง ราล์ฟ แอนด์ รุสโซ (Ralph & Russo)
“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในตอนที่ผมได้พบกับทามารา ราล์ฟและไมเคิล รุสโซเป็นครั้งแรก ทั้งสองคนแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่ผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและความเป็นจริง ความสนุกของการทำงานร่วมกันครั้งนี้ยังอยู่ตรงที่เรามารู้ทีหลังว่า จริงๆ แล้วนาฬิกาของเราถูกลูกค้านำไปแมทช์คู่กับเสื้อผ้าของราล์ฟแอนด์รุสโซมาแล้วหลายครั้งโดยที่พวกเขาไม่ได้รอให้เราประกาศพาร์ทเนอร์ชิประหว่างสองแบรนด์เลยด้วยซ้ำ” มร. เบนนาเมียส เล่า
ส่วนทามารา ราล์ฟ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และไมเคิล รุสโซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ราล์ฟแอนด์รุสโซ เล่าว่า “เราสองคนทั้งชื่นชมและเป็นลูกค้าของโอเดอมาร์ ปิเกต์มานานแล้ว เราจึงรู้สึกตื่นเต้นที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันในครั้งนี้ เหนือกว่าความชื่นชมที่เรามีให้กับโอเดอมาร์ ปิเกต์คือเรารู้สึกถึงสายสัมพันธ์และความสอดคล้องที่ทั้งสองแบรนด์มีร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง ทั้งในเรื่องของความทุ่มเทเพื่อทำงานด้วยความพิถีพิถันอย่างไม่ย่อท้อและการสร้างสรรค์สไตล์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ข้ามกาลเวลา และเพราะคุณค่าหลักของแบรนด์ รวมถึงวิธีการทำงานของแบรนด์ที่สอดคล้องต่อกัน”
แม้จะเป็นคนละศาสตร์ แต่การสร้างสรรค์นาฬิกาและแฟชั่นก็เชื่อมโยงกันในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ทักษะฝีมืออันประณีต และแพสชั่น ใครที่อยากรู้ว่าสองแบรนด์อิสระต่างวงการนี้จะแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดสร้างสรรค์กันอย่างไร ขอให้ติดตามก้าวแรกของพาร์ทเนอร์ชิปของทั้งสองแบรนด์ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนตุลาคมนี้ โอเดอมาร์ ปิเกต์จะนำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดของคอลเลกชั่น Royal Oak และ Royal Oak Concept Flying Tourbillon ร่วมกับการนำเสนอคอลเลกชั่นเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 ของราล์ฟ แอนด์ รุสโซ
คอลเลกชั่นนาฬิกา Royal Oak ถือเป็นผลงานไอคอนของโอเดอมาร์ ปิเกต์ โดยผลงานที่จะนำเสนอร่วมกับคอลเลกชั่นเรดี้ทูแวร์ของราล์ฟ แอนด์ รุสโซ่นั้นมีหน้าปัดขนาด 34 มิลลิเมตร ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีข้อมือเล็กโดยเฉพาะ ผ่านการขัดแต่งอย่างประณีตบรรจง รวมถึงการใช้เทคนิคลายตาราง Grande Tapisserie ซึ่งเป็นเทคนิคเก่าแก่อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งยังมีให้เลือก 4 รุ่นและทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ
ส่วนผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ คือ Royal Oak Concept Flying Tourbillon มีให้เลือกทั้งแมททีเรียลพิ้งค์ โกลด์และไวท์ โกลด์ 18 กะรัต ตัวเรือนใช้เทคนิคฟรอสต์ โกลด์ (Frosted Gold) ซึ่งเป็นเทคนิคในการผลิตจิวเวลรี่ ช่วยเพิ่มประกายระยิบระยับดุจเพชร อีกทั้งดีไซน์หน้าปัดยังเล่นเลเยอร์ต่างระดับเพิ่มมิติ รับกับดีไซน์ของจักรกลซับซ้อน ฟลายอิ้ง ทูร์บิญง ซึ่งออกแบบได้อย่างทันสมัย ผสานความหรูหราของเพชรที่เจียระไนมาอย่างงดงาม
พบกับเรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่จากโอเดอมาร์ ปิเกต์ ได้แล้ววันนี้ที่ เอพี เฮ้าส์ ชั้น 4 เกษรทาวเวอร์ หรือ โอเดอมาร์ ปิเกต์ บูติก ชั้น จี เซ็นทรัลเอ็มบาสซี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2108-6305


















