
นับตั้งแต่ปี 1969 TAG Heuer ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟ ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยม พร้อมความสามารถในการกันน้ำ นาฬิกาสุดเท่นี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Monaco โดยนำแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันรถยนต์ Monaco แถมในปีต่อมา นักแสดงหนุ่มหัวขบถ Steve McQueen ซึ่งรับบทเป็นนักแข่งรถ Jo Siffert ในภาพยนตร์เรื่อง Le Mans ได้เลือกสาวนาฬิกา Heuer Monaco อันเป็นตำนานนี้เพื่อให้สมกับบทบาทที่ได้รับ
ตลอดเวลาที่ผ่าน TAG Heuer ได้พัฒนานาฬิกา Monaco ออกมาหลากรุ่น อย่างผลงานล่าสุด Monaco Chronograph Racing Blue ในเฉดสีน้ำเงินใหม่ล่าสุด ซึ่งแสดงถึงมรดกของการแข่งขันความเร็วพร้อมกับการจารึกความนอกกรอบที่ไม่มีวันจางหายในนาฬิการุ่นนี้
ย้อนกลับไปในช่วงยุคแรกเริ่มของการแข่งขันยานยนต์ รถแข่งมักใช้สีประจำชาติได้สร้างความโดดเด่นท่ามกลางรถแข่งสีอื่น ๆ ที่มาจากอุตสาหกรรมและสปอนเซอร์รถยนต์ โดยแต่ละประเทศ มีเฉดสีเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น สีเขียวของรถแข่งสัญชาติอังกฤษอันโด่งดัง สีแดงสดของรถแข่งสัญชาติอิตาลี หรือ สีขาวจากรถแข่งสัญชาติเยอรมันที่ได้เปลื่ยนเป็นสีเงินในภายหลัง รวมถึงไปถึงสีที่โดดเด่นไม่มีใครเทียบได้อย่างเฉดสีน้ำเงินที่สะท้อนความเป็นฝรั่งเศส และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผลงานล่าสุดนี้


นาฬิกา TAG Heuer Monaco Chronograph Racing Blue รุ่นใหม่มาในโทนสีที่ทำให้นึกถึงสีที่มีความสปอร์ตของรถยนต์แบรนด์ดังอย่าง Talbot-Lago , Delage และสุดท้ายคือ Bugatti Type 35 อันโด่งดัง พร้อมหน้าปัดย่อยและสายนาฬิกาในโทนสีน้ำเงินเข้มเฉด Azure และเลือกใช้เฉดสีที่สว่างกว่าบนหลักบอกเวลา ทั้งนี้ยังโดดเด่นด้วยการเสริมลูกเล่นสีเหลืองมะนาว หน้าปัดพ่นเงาซันเรย์สีเงินดูดีสะกดทุกสายตาชวนให้นึกถึงแดชบอร์ดที่หมุนบนเครื่องยนต์ซึ่งพบได้ในรถสปอร์ตในช่วงปี 1920 และ 1930 ตัวหน้าปัดประทับเครื่องหมายบอกเวลาชั่วโมงสีเงิน 8 ตัวพร้อมกับจุดสีน้ำเงิน 12 จุด ช่วยประหยัดเวลาอ่านหน้าปัด โดยเฉพาะเครื่องหมายรูปสี่เหลี่ยมทรงกระบอกสีเหลืองสดใสตำแหน่ง 12 นาฬิกาที่เชื่อมต่อโดยตรงระหว่างเข็มนาฬิกากลางโครโนกราฟ

เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีน้ำเงิน เสริมการมองเห็นได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกระดับแสงสว่าง ปิดท้ายด้วยเข็มกลางเคลือบแลกเกอร์ในสีเหลืองมะนาวเพิ่มความเตะตาด้วยสีสัน โดยรวมแล้วองค์ประกอบการออกแบบเหล่านี้ของนาฬิกา TAG Heuer Monaco Chronograph Racing Blue ได้แสดงถึงการผสานระหว่างการสร้างสรรค์นาฬิกาอันโดดเด่นรวมเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกยานยนต์

นาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนโดยกลไกโครโนกราฟคาลิเบอร์ 11 อัตโนมัติ บรรจุในตัวเรือนไททาเนียมเกรด 2 พ่นทรายน้ำหนักเบาทนททนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มม. ฝาหลังของนาฬิกา Monaco Chronograph Racing Blue รุ่นลิมิเต็ดนี้ ยังสลักด้วยประโยค “One of 1000”






