นาฬิกา Seamaster ระดับไอคอนิกถึง 7 แบบ รวม 11 เวอร์ชั่นมาในโทนสีน้ำเงิน มีทั้งจากนาฬิกา Seamaster Aqua Terra 150M ที่เหมาะกับชีวิตบนดาดฟ้าเรือ ไปจนถึงนาฬิกา Seamaster Planet Ocean Ultra Deep 6,000M ที่พร้อมผจญในห้วงสมุทร

ทะเลอีเจียนที่ส่องประกายระยิบระยับถูกรับเลือกสำหรับงานเฉลิมฉลองให้กับ OMEGA Seamaster โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นคนดังมากมายจากทั้งวงการกีฬา วงการบันเทิงและจากวงการการสำรวจ ทั้ง จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney), นาโอมี แฮร์ริส (Naomie Harris), วิคเตอร์ เวสโคโว (Victor Vescovo) ซึ่งเคยนำยานใต้น้ำ Limiting Factor ไปยังร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา และพิสูจน์ถึงคุณภาพของนาฬิกาคอนเซ็ปต์ OMEGA Ultra Deep ที่ความลึก 10,928 เมตรมาแล้ว , แบลร์ ทู้ค (Blair Tuke) และปีเตอร์ เบอร์ลิง (Peter Burling) จาก Emirates Team New Zealand แชมป์ America’s Cup รายปัจจุบันรวมถึงเจ้าของเหรียญโอลิมปิกหลายเหรียญ



“การเชิดชู Seamaster ในหลายด้านที่กรีซครั้งนี้คือหลักฐานถึงความยืดหยุ่นของเรือนเวลา นอกจากจะเป็นเครื่องบอกเวลาที่นำสมัยพอจะทำให้เหลียวมอง นาฬิกายังสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้ว สมดั่งฉายาโดยแท้จริง! Seamaster คือบทตำนานที่ยืนยงมากว่า 75 ปีและยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง” มร.เรย์โนลด์ เอชลิมานน์ (Raynald Aeschlimann) ประธานและซีอีโอของ OMEGA กล่าว












คอลเลกชั่น Seamaster นั้นได้ชื่อว่าเป็นผลงานไอคอนิกที่คอนาฬิกาทุกคนให้การยอมรับ โดยจุดกำเนิดของคอลเลกชั่นนี้เรื่มต้นมาจากนาฬิกา OMEGA “Marine” ซึ่งเปิดตัวในปี 1932 นี่คือนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกในโลกที่จำหน่ายให้นักดำน้ำพลเรือน และยังผ่านการทดสอบที่ความลึก 73 เมตรใต้ทะเลสาบเจนีวา และผ่านการทดสอบคุณสมบัติการกันน้ำได้สูงสุดถึง 135 เมตรระหว่างการทดสอบความดันภายในห้องปฏิบัติการสำหรับวิจัยการผลิตเครื่องบอกเวลาที่เมืองเนอชาเตลด้วย

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 OMEGA ยังได้ส่งมอบนาฬิกามากกว่า 110,000 เรือนให้กับเหล่านักบิน, พลนำร่อง และทหารแห่งกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร อีกทั้งกระทรวงกลาโหมอังกฤษยังได้สลักข้อความ W.W.W อันโด่งดังบนฝาหลังของนาฬิกาแต่ละเรือนซึ่งมีความหมายว่า “Waterproof Wrist Watch” และตลอดเวลาที่ผ่านมา OMEGA ได้พัฒนาประสิทธิภาพและดีไซน์ของนาฬิกาให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นตัวเลือกของนักสำรวจใต้ทะเล
Seamaster นั้นกำเนิดขึ้นในปี 1957 และถูกผลิตขึ้นรุ่นแล้วรุ่นเล่า ผ่านการออกแบบที่สดใหม่ นวัตกรรม และระดับคุณสมบัติการกันน้ำที่สูงขึ้นกว่าเดิม และปัจจุบัน OMEGA สามารถทำการทดสอบให้ทุกคนประจักษ์ถึงคุณภาพของนาฬิกากันน้ำของตนในสภาวะใต้น้ำจริงได้ ด้วยโรงทดสอบระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมของแบรนด์และเป็นไปตามมาตรฐานการรับรองที่กำหนดโดย METAS (สถาบันมาตรวิทยาแห่งสหพันธ์สวิส)
เพื่อเฉลิมฉลอง 75 ปีของนาฬิการะดับไอคอนิกที่รังสรรค์มาเพื่อมหาสมุทรของ OMEGA จึงสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่มาพร้อมกับหน้าปัดอันโดดเด่น ผสานโทนสี ซัมเมอร์บลู ที่สะกดสายตาซึ่งชวนให้นึกถึงผืนสมุทร รวม 7 รุ่น ทั้งหมด 11 เวอร์ชั่น โดยทุกรุ่นมาพร้อมฝาหลังประดับด้วยตราสัญลักษณ์รูปเทพโพไซดอนที่ถือตรีศูลพร้อมม้าน้ำสองตัว
Aqua Terra


ประกอบไปด้วยนาฬิกา 3 รุ่นใหม่ที่ใช้ตัวเรือนแบบสมมาตรและเม็ดมะยมสเตนเลสสตีล สำหรับรุ่นขนาด 38 มม. ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer 8800 จะมาพร้อมกับสายนาฬิกาโลหะขัดเงาสลับด้าน ข้อสายแบบโค้งและหลักชั่วโมงทรงลำเรือใบ ในขณะที่นาฬิการุ่นขนาด 41 มม. นำเสนอตัวเลือกให้เจ้าของเรือนเวลาสามารถจับคู่กับสายโลหะหรือสายนาฬิกายางสีน้ำเงิน และติดตั้งด้วยกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer 8900 นาฬิกาทุกรุ่นจะได้รับหน้าปัดซันบรัชสีซัมเมอร์บลู (Summer Blue) วาวแบบใหม่ที่ไล่เฉดสีเพื่อสะท้อนถึงคุณสมบัติการกันน้ำของ Aqua Terra ที่สามารถกันน้ำได้อย่างน่าชื่นชมที่ 150 เมตร ก่อนที่จะเติมเต็มด้วยชุดเข็มและหลักชั่วโมงชุบโรเดียมบรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova ที่มอบแสงสีน้ำเงินอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์
Aqua Terra Worldtimer


ตัวเรือนขนาด 43 มม. นำเสนอทิวทัศน์ของโลกผ่านสีสันรุ่นนี้ถูกรังสรรค์จากสแตนเลสสตีลและมาพร้อมกับสายนาฬิกาโลหะที่เข้าคู่กันหรือสายนาฬิกายางสีน้ำเงิน ประดับรอบหน้าปัดด้วยรายชื่อจุดหมายปลายทางรอบโลกที่พิมพ์ด้วยสีเงิน หน้าปัดด้านในและด้านนอกถูกคั่นด้วยกระจกเฮซาไลต์ที่แสดงการบอกเวลาแบบ 24 ชั่วโมง โดยสีน้ำเงินอ่อนจะบอกถึงกลางวันและสีน้ำเงินเข้มหมายถึงเวลาช่วงกลางคืน พื้นผิวของโลกถูกจำลองลงบนไทเทเนียมเกรด 5 ที่ผ่านการระเหยด้วยเลเซอร์และลงสี เผยให้เห็นถึงมหาสมุทรสีน้ำเงินและผืนทวีปที่นูนต่ำ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีของ Aqua Terra นาฬิกา Worldtimer นั้นพร้อมที่จะบอกเวลาแม้อยู่ในโลกใต้เกลียวคลื่นได้ลึกถึง 150 เมตร และส่งมอบความเที่ยงตรงด้วยกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer 8938
Seamaster 300

ตัวเรือนขนาด 41 มม. แบบสมมาตรและเม็ดมะยมสแตนเลสสตีลขัดเงาสลับด้านที่เข้าคู่กับสายนาฬิกา เช่นเดียวกับชื่อ นาฬิกามีคุณสมบัติการกันน้ำที่ 300 เมตรอีกทั้งยังแสดงผ่านหน้าปัดสีซัมเมอร์บลูเคลือบเงาที่สะท้อนถึงระดับความลึกของน้ำที่สามารถทนทานได้มากกว่า เพื่อให้เข้ากับสีหลัก เรือนเวลาจาก OMEGA รุ่นนี้ถูกติดตั้งด้วยชุดเข็มชุบโรเดียม, หลักชั่วโมงแบบร่อง และตัวเลขที่บรรจุด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova ที่มอบแสงสีน้ำเงินอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์
Diver 300M


ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มม. มาพร้อมกับสายนาฬิกาในวัสดุเดียวกันหรือสายนาฬิกายางสีน้ำเงิน หน้าปัดรังสรรค์จากเซรามิกลวดลายคลื่นสีซัมเมอร์บลูเคลือบเงาไล่เฉดสีเพื่อสะท้อนถึงระดับการกันน้ำ ล้อมรอบหน้าปัดด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงินมาพร้อมกับสเกลดำน้ำจากอีนาเมลสีซัมเมอร์บลู (กรรมวิธีแบบกรองด์เฟอ) ชุดเข็มฉลุชุบโรเดียมและหลักชั่วโมงยกนูนบรจุด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova สีน้ำเงินอ่อนที่ไม่เหมือนใคร กลไกที่ขับเคลื่อนนาฬิกาดำน้ำรุ่นนี้อยู่ภายในคือ OMEGA Co-Axial Master Chronometer 8800
Planet Ocean 600M

นาฬิกาขนาด 39.5 มม. สำหรับนักดำน้ำนี้กันน้ำที่ความลึก 600 เมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer 8800 ตัวเรือนและสายนาฬิการังสรรค์จากสเตนเลสสตีล ขอบตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงินและสเกลดำน้ำสีน้ำเงินอ่อนล้อมรอบหน้าปัดเซรามิกสีซัมเมอร์บลูที่ผลิตด้วยกรรมวิธีเคลือบ PVD และเคลือบเงาตกแต่งแบบไล่ระดับสี อีกทั้งยังเติมเต็มด้วยชุดเข็มบลูและหลักชั่วโมงที่บรรจุด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova ที่มอบแสงสีน้ำเงินอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์
Ploprof


ผลิตจากวัสดุ O-MEGASTEEL และติดตั้งด้วยหน้าปัดซันบรัชสีซัมเมอร์บลู แนวทางการออกแบบถูกหยิบนำมาจากนาฬิกา OMEGA รุ่นดั้งเดิมที่วางจำหน่ายในปี 1971 วงขอบตัวเรือนผลิตจากคริสตัลแซฟไฟร์เพื่อเลียนแบบโมโนไลติกคริสตัลเสริมความแข็งแรงด้วยเคมีที่ถูกใช้ในนาฬิกายุคแรก คริสตัลโปร่งใสที่เคลือบด้วยสีน้ำเงินด้านหลังยังเผยให้เห็นสเกลดำน้ำสีน้ำเงินอ่อนที่ด้านใต้ ตัวเรือนโมโนบลอคระดับไอคอนิกยังรวมถึงเม็ดมะยมขันเกลียวอันโด่งดังและระบบป้องกันปุ่มกดที่เป็นเอกลักษณ์ ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกาซึ่งในรุ่นนี้จะประดับด้วยวงแหวนเซรามิกสีน้ำเงิน สายนาฬิกายางสีน้ำเงินแบบฉลุช่วยเติมเต็มสัมผัสแบบยุค 70 ในขณะที่ขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังคือกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer 8912
Ultra Deep

นาฬิกาขนาด 45.5 มม. มาพร้อมกับตัวเรือนและสายนาฬิกาที่รังสรรค์จากวัสดุสุดแข็งแกร่งอย่าง O-MEGASTEEL และมีหน้าปัดพร้อมลวดลายแบบพิเศษที่น้อมคารวะให้กับปริศนาแห่งห้วงสมุทรอย่างแชลเลนเจอร์ดีป (Challenger Deep) ตามแผนที่ที่ทางทีม Five Deeps สร้างขึ้นจากการกำหนดพิกัดโซนาร์เกือบหนึ่งล้านจุด แลคเกอร์ถูกเคลือบด้วยการปล่อยให้ไหลอาบไปจนทั่วหน้าปัดซึ่งช่วยมอบสัมผัสแห่งความลึกได้อย่างวิจิตร บนหน้าปัดยังซ่อนรายละเอียดด้วยเช่นกัน เมื่อถูกฉายด้วยแสง UV ก็จะพบกับข้อความซ่อนอยู่อย่าง OMEGA WAS HERE และเลขสถิติการดำที่ทำลายสถิติโลกที่ 10,935 m และเผยให้เห็นแอ่งตะวันตก, แอ่งกลางและแอ่งตะวันออก แต่สิ่งเดียวที่ไม่อาจเห็นได้คือกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer 8912 กลไกรุ่นเดียวกับในนาฬิกา Ploprof ระดับตำนาน







