
Chopard เพิ่มโมเดลใหม่ในคอลเลกชั่น Alpine Eagle ด้วยขนาดตัวเรือนใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับข้อมือที่เล็กกว่า นอกจากขนาด 36, 41 และ 44 มม. ที่มีอยู่แล้ว นาฬิการุ่นใหม่ยังมีตัวเรือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 33 มม. ในขณะที่ยังคงรักษาสัดส่วนและความเย้ายวนใจแบบร่วมสมัยที่ส่งเสริมเอกลักษณ์อันแข็งแกร่งของคอลเลกชั่นนี้เอาไว้


Alpine Eagle 33 มีให้เลือก 3 วัสดุ ได้แก่ โรสโกลด์ ทองสองกษัตริย์ และ Lucent Steel A223 ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ส่วนผสมเอกสิทธิ์ของ Chopard และมีความแข็งเป็นสองเท่าของเหล็ก และผลิตโดยใช้วัสดุรีไซเคิล 70% ทั้งหมดกันน้ำได้ 50 เมตร
รุ่น Lucent Steel A223 และแบบสองกษัตริย์มีให้เลือกทั้งแบบขอบตับเรือนแบบเรียบและขอบตัวเรือนปรดับเพชร ส่วนรุ่นโรสโกลด์ประดับเพชรทั้งสองเวอร์ชั่น โดยเวอร์ชั่นแรกเพชรอยู่บนขอบเพียงอย่างเดียว และอีกเวอร์ชั่นประดับเพชรบริเวณขาตัวเรือน เช่นเดียวกับตำแหน่งบอกชั่วโมง


Alpine Eagle 33 ทั้ง 6 รุ่นมาพร้อมสีหน้าปัดที่ออกแบบมาอย่างดี โดยรุ่นLucent Steel A223 เป็นสี Aletsch Blue ได้แรงบันดาลใจจากธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์สวิส ส่วนรุ่นตัวเรือนสองกษัตริย์ หน้าปัดเป็นสี Bernina Grey ซึ่งชวนให้นึกถึงหินของเทือกเขาในชื่อเดียวกัน ส่วนตัวเรือนโรสโกลด์โดดเด่นด้วยหน้าปัดสี Vals Grey ที่ระลึกถึงการสะท้อนแสงสีเงินของหินควอทซ์ไซต์ที่พบในรัฐ Grisons ซึ่งเคยใช้สร้างผนังและหลังคาของบ้านเรือนแบบดั้งเดิมในภูมิภาคนี้ หมู่บ้านวัลส์ สุดท้าย นาฬิกาสีโรสโกลด์พร้อมเพชรประดับบนหน้าปัด ขอบตัวเรือน และสายนาฬิกา หน้าปัดเป็นเฉดสี Pink Dawn ที่ชวนให้นึกถึงแสงยามเช้าของดวงอาทิตย์ขณะขึ้นเหนือภูเขาในตอนเช้า
Alpine Eagle 33 ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Chopard 09.01-C พร้อมกำลังลานสำรอง 42 ชั่วโมง






