Fendi เปิดตัวคอลเลกชั่นเครื่องประดับชั้นสูง Fendi Flavus ในโชว์โอตกูตูร์   

ในโชว์คอลเลกชั่นโอตกูตูร์ประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2022 ของ Fendi ที่จัดขึ้น ณ กรุงปารีส นอกจากลุคทั้ง 39 ลุคที่เน้นความงดงามของโครงชุดและรายละเอียดอันประณีตที่ซ่อนอยู่ อีกหนึ่งไฮไลต์ก็คือ คอลเลกชั่นเครื่องประดับชั้นสูง ผลงานการออกแบบโดย Delfina Delettrez Fendi อาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์ฝั่งเครื่องประดับของแบรนด์เฟนดิ 

เครื่องประดับจากอัญมณีชั้นสูงที่รอบล้อมไปด้วยเพชรสีขาวในรูปทรงจิกไข่ปลาและทรงบาแก็ตต์ พร้อมลวดลายโมโนแกรม FF แบบกลับด้านที่ออกแบบโดยคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ในปี 1965 ซึ่งทำจากเพชรสีเหลืองธรรมชาติที่เปล่งประกาย ปรากฏอยู่ในทุกๆ งานออกแบบเครื่องประดับชั้นสูงในคอลเลกชั่นนี้ซึ่ง ประกอบไปด้วย สร้อยคอ ต่างหู และแหวน

เซ็ตเครื่องประดับ FENDI Flavus นี้ร้อยเรียงด้วยอัญมณีอันล้ำค่าในรูปทรงเรขาคณิตที่เรียงซ้อนกัน คำว่าFlavus เป็นภาษาละติน โดยในยุคโรมันนั้นมีความหมายถึงสีเหลืองหรือสีทองบลอนด์ ซึ่งก็สอดคล้องกับการใช้อัญมณีเพชรสีเหลืองสดใสและความเปล่งประกายของเพชรสีขาวที่มาช่วยขับให้มีความโดดเด่นและระยิบระยับล้อแสงไฟมากยิ่งขึ้นของเครื่องประดับในคอลเลกชั่นนี้

สร้อยคอ Flavus มาในรูปทรงระย้าแบบสมมาตรในโทนสีขาวและเหลืองทอง มีลักษณะเป็นแผงคล้ายกับเส้นสายของน้ำพุโดยแต่ละเส้นรัศมีมีความยาวไม่เท่ากัน ประกอบไปด้วยเพชรจำนวนกว่า 1,000 เม็ดตรงกลางของสร้อยคอประดับด้วยเพชรสีเหลืองสดใสเม็ดใหญ่ ขนาบข้างไปด้วยเพชรสีเหลืองธรรมชาติในรูปทรงบาแก็ตต์ที่ถูกนำมาเรียงร้อยให้เห็นรูปโลโก้โมโนแกรม FF แบบกลับด้านอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ดูราวกับเป็นน้ำพุโรมันที่มีความเคลื่อนไหวและส่องประกาย โดยสร้อยชิ้นนี้เป็นการหลอมรวมงานฝีมืออันประณีตของเฟนดิเข้ากับความหลงใหลในความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงของการเคลื่อนไหวกับร่างกายมนุษย์ของ Delfina Delettrez Fendi 

ในส่วนของต่างหู Flavus  เป็นการจำลองเส้นสายของสายน้ำในแบบเดียวกัน พร้อมกับลวดลายโมโนแกรม FF ที่ทำจากเพชรสีเหลืองในรูปทรงบาแกตต์ล้อมรอบเพชรสีเหลืองสดใสที่เจียระไนเป็นทรงเอ็มเมอรัลด์คัตที่อยู่ตรงกลาง ส่วนแหวน Flavus นั้นยังนำเอาลักษณะงานออกแบบนี้กลับมาใช้เช่นเดียวกันในรูปแบบที่ตัวเส้นสายของเพชรนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ในแบบ 360 องศา

เซ็ตเครื่องประดับ FENDI Flavus คือคอลเลกชั่นเครื่องประดับชั้นสูงคอลเลกชั่นแรกจากแฟชั่นเฮาส์แห่งนี้อันมีรากฐานมาจากเทพปกรณัมโรมันผสมผสานเข้ากับรูปทรงและเส้นสายในแบบงานสถาปัตยกรรมและความงดงามหรูหราในแบบโลกภาพยนตร์อิตาเลี่ยนในช่วงกลางศตวรรษ






Other Articles