ดื่มด่ำกับลวดลายบนหน้าปัด Rolex Oyster Perpetual Datejust 36

หน้าปัดเปรียบเสมือนใบหน้าของนาฬิกาซึ่งเป็นที่สังเกตเห็นเป็นอย่างแรก การออกแบบและตกแต่งหน้าปัดให้งดงามสมบูรณ์แบบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด Rolex เองก็พิถีพิถันในการออกแบบหน้าปัดให้ส่องประกาย มีชีวิตชีวาในยามที่แสงตกกระทบบริเวณพื้นผิว ซึ่งแน่นอนว่าต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้และความชำนาญเฉพาะของช่างฝีมือสุดประณีตของแบรนด์ในการรังสรรค์เรือนเวลาสุดพิเศษ 

นาฬิกา Datejust ของ Rolex คือตัวแทนของความคลาสสิกและความงดงามที่ไม่เคยเสื่อมคลาย นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1945 โดยถือเป็นนาฬิกาข้อมือโครโนมิเตอร์กันน้ำเรือนแรกที่ใช้ระบบกลไกลานอัตโนมัติเพื่อแสดงวันที่ในตําแหน่ง 3 นาฬิกา 

สำหรับปีนี้ Rolex ได้นำเสนอ Oyster Perpetual Datejust 36 โดยได้อัพเดตผลงานคลาสสิกด้วยการตกแต่งหน้าปัดด้วยลวดลายเปี่ยมเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ถึง 4 รุ่น โดย 3 รุ่นแรกโดดเด่นด้วยลวดลายต้นปาล์มที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากป่าเขตร้อน  ประกอบด้วย รุ่นหน้าปัดสีเขียวมะกอก ตัวเรือนทําจาก Oystersteel มาพร้อมสายนาฬิกา Oyster รุ่นที่ 2 หน้าปัดลายต้นปาล์มสีทอง ตัวเรือนผลิตจาก yellow Rolesor (ผสมผสาน Oystersteel และทองคํา 18 กะรัต) พร้อมสายนาฬิกา Oyster และรุ่นที่ 3 หน้าปัดสีเงิน ตัวเรือน Everose Rolesor (ผสมผสาน Oystersteel และเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต) พร้อมสายนาฬิกา Jubilee 

ส่วนรุ่นสุดท้าย Oyster Perpetual Datejust 36 ลวดลายแบบร่องหรือ fluted เป็นการรวบรวมหนึ่งในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์งดงามของ Rolex ปรากฏอยู่ในนาฬิกาที่ผลิตจาก yellow Rolesor ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมกับสายนาฬิกา Jubilee ที่ดูหรูหราสง่างาม

  • Oyster Perpetual Datejust 36 ลวดลายแบบร่องหรือ fluted

นาฬิกา Oyster Perpetual Datejust 36 ตัวเรือนตรงกลางรังสรรค์ขึ้นจากบล็อกแข็งของ Oystersteel อัลลอยที่ทนทานต่อการผุกร่อนมากเป็นพิเศษ ด้านหลังตัวเรือนที่เซาะเป็นร่องเจาะยึดด้วยเครื่องมือพิเศษ ซึ่งมีเพียงช่างทํานาฬิกาของ Rolex เท่านั้นที่สามารถเปิดดูกลไกภายในได้ เม็ดมะยม Twinlock ที่ติดตั้งพร้อมระบบกันน้ำสองชั้น เจาะยึดด้วยสกรูเข้ากับตัวเรือนไว้อย่างแน่นหนา คริสตัลที่ประดับบนเลนส์ Cyclops บริเวณตําแหน่ง 3 นาฬิกาเพื่อการอ่านวันที่ได้โดยง่าย ทําจากแซฟไฟร์ป้องกันการขีดข่วน ตัวเรือน Oyster เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพในการกันน้ำยังช่วยปกป้องกลไก calibre 3235 ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีชั้นนํา นาฬิการุ่นนี้ยังได้รับการรับรองสถานะ Superlative Chronometer เพื่อรับประกันสมรรถนะอันเป็นเลิศเช่นเดียวกับนาฬิกา Rolex รุ่นอื่นๆ 

ติดตามเรื่องราวของนาฬิกา Rolex ใหม่ล่าสุดประจำปี 2021 ได้ในนิตยสารฉบับพิเศษ L’Officiel Watches & Jewelry ซึ่งมาในบ็อกเซ็ตกับ L’Officiel Thailand ฉบับ Fall 2021 (August Issue)

Other Articles