The Maestro : A Symphony of Terror หนังไทยที่ได้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์โอลเดนเบิร์ก

The Maestro : A Symphony of Terror  หรือ “เดอะไมสโตร : ดุริยางค์มรณะ” เป็นผลงานภาพยนตร์หนึ่งเดียวของไทยที่ถ่ายทำแล้วเสร็จภายในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19  จากความร่วมมือของพอล สปูรริเออร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งทำหน้าที่กำกับการแสดง และกำกับภาพ ฯลฯ ร่วมกับประพันธกรและวาทยกรไทยอย่างสมเถา สุจริตกุล ซึ่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการผลิต เขียนบทภาพยนตร์ ประพันธ์ดนตรีประกอบ และแสดงบทนำซึ่งดัดแปลงจากชีวิตจริง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นการแสดงศักยภาพของสยามซินโฟนิเอตต้า ออร์เคสตร้าเยาวชนไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติจากการบรรเลงดนตรีทั้งในและนอกประเทศโดยเฉพาะบนเวทีระดับโลกอย่างคาร์เนกีฮอลล์ในมหานครนิวยอร์กด้วย

โครงการสร้างภาพยนตร์ “เดอะไมสโตร : ดุริยางค์มรณะ” ได้รับความสนใจและการกล่าวขวัญถึงจากผู้อยู่ในวงการและผู้สื่อข่าวอย่างกว้างขวาง โดยเมื่อ 6 เดือนก่อน สมเถากับพอล เพื่อนสนิทที่เคยทำงานภาพยนตร์ร่วมกันรู้สึกวิตกถึงอนาคตของศิลปินซึ่งหยุดชะงักโดยไม่มีกำหนด ไม่ว่านักแสดง นักดนตรีคลาสสิก ตลอดจนเจ้าหน้าที่และทีมงานที่เกี่ยวข้อง จนในที่สุด พอลก็เกิดความคิดที่จะสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับอาจารย์ดนตรีสติวิปลาสลักพานักดนตรีเยาวชนไปสร้างโลกดนตรีในบ้านร้าง และพอลยังตั้งเงื่อนไขว่าสมเถาต้องรับบทอาจารย์สติเสียด้วยตัวเอง และสมเถา สุจริตกุล ซึ่งหลายคนอาจรู้จักเขาในบทบาทวาทยากรชื่อดังหรือจากงานเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ ได้กลับมาสวมวิญญาณนักเขียนบทภาพยนตร์ที่ทิ้งไปนานถึง 20 ปี ครั้นเมื่อลงมือเขียนใหม่ เขาสามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในเวลาชั่วข้ามคืน

ในด้านนักแสดง นอกจากดาราไทยมีชื่อระดับนานาชาติ อาทิ วิทยา ปานศรีงาม เดวิด อัศวนนท์ สหจักร บุญธนกิจ สุนทร มีศรี และไมเคิล เชาวนาศัย แล้ว ยังมีนักแสดงหน้าใหม่จากสมาชิกออร์เคสตร้าเยาวชนวงสยามซินโฟนิเอตต้าจำนวนหนึ่งที่ผ่านการออดิชั่น

เพื่อคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์และบรรยากาศของภาพยนตร์ประเภททุนต่ำหรือ ‘บี-มูฟวี่’ สมัยปียุค 70-80 พอลออกแบบแสงสีให้เข้ากับยุคสมัย ชีวิตการทำงานช่วงถ่ายทำเป็นประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นเนื่องจากโลเคชั่นอยู่ในรัศมีโควิด แต่ผู้ร่วมในทีมทุกฝ่ายต่างก็ร่วมด้วยช่วยกันอย่างเต็มความสามารถ

แม้แรกเริ่มจะเป็นภาพยนตร์ประเภท ‘กึ่งตลกมืด’ ในนิยามของพอล สปูร์ริเออร์ นิตยสารระดับชั้นนำของลอนดอนกล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็น ‘หนังเพลงสลับฆาตกรรม’ ถึงกระนั้นกระแสข่าวจากนิตยสารภาพยนตร์ในต่างประเทศต่างลงความเห็นว่ามันเป็นเรื่องของโรคระบาดในสังคมปัจจุบัน ปัญหากับพ่อแม่ และการค้าประเวณี 

และล่าสุด  “เดอะไมสโตร : ดุริยางค์มรณะ” ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผลงานที่เปิดแสดงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโอลเดนเบิร์กประจำปี 2564  และผู้บริหารเทศกาลยังวางแผนนำสยามซินโฟนิเอตต้าไปบรรเลงเปิดและปิดเทศกาลในฐานะ ‘วงดุริยางค์รับเชิญ’ อย่างเป็นทางการ โดยจะบรรเลงร่วมกับวงเยาวชนท้องถิ่นในงานพิธีต่าง ๆ ตลอด 5 วันมหกรรมที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 กันยายน 2564 

ส่วนกำหนดฉาย “เดอะไมสโตร : ดุริยางค์มรณะ” ในประเทศไทย คงต้องรอให้สถานการณ์โควิดได้รับการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ

Other Articles