Sunday, December 3, 2023

Exclusive ลดความเร็วในการใช้ชีวิต แล้วหันมาดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ใช้ไปกับการดูแลผิว…นี่คือปรัชญาที่เราเรียนรู้จาก Aesop

ตอนที่เดนิส พาฟิติสก่อตั้งซาลอนของตัวเองที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 1987 เขาได้ลงมือทำในสิ่งที่แตกต่างอย่างแท้จริง “ตอนนั้นยังมีบริษัทไม่กี่รายที่ใช้วัตถุดิบจากพืชธรรมชาติ เดนิสเล็งเห็นว่า essential oils นั้นมีประโยชน์ต่อผิวและเส้นผม จึงนำมาใช้รักษาผมที่เสียเพราะทำสี และเรายังได้นำ essential oils มาใช้ผลิตสกินแคร์นับตั้งแต่เริ่มทำในปี 1991 ด้วย” ซูซาน ซานโตส ผู้ร่วมก่อตั้งเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ซึ่งต่อมาทั่วโลกได้รู้จักในชื่อ Aesop ซึ่งโดดเด่นด้วยความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความหมายและรายละเอียด 

จากแรกเริ่มที่มีโปรดักต์ 4 ตัว ในวันนี้ Aesop ได้พัฒนาโปรดักต์กว่าร้อยสูตรที่เหมาะกับผิว เส้นผม และผิวกาย รวมทั้งบ้าน ไปจนถึงน้ำหอม “เราตั้งใจออกโปรดักต์น้อยแต่เปี่ยมคุณภาพ ไม่สนใจเทรนด์ในแวดวงความงาม แต่มุ่งคิดสูตรผลิตภัณฑ์ที่จะอยู่ไปอีกนานและตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง ไม่หาประโยชน์จากความไม่มั่นใจของลูกค้า” ซูซานกล่าว 

เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม ลอฟฟีเซียลได้เดินทางไปสิงคโปร์เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการ Khronos: a Skin Odyssey ซึ่งทางแบรนด์จัดเพื่อนำเสนอเรื่องราวของสกินแคร์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ การร่วมทริปนั้นทำให้เราได้เรียนรู้ถึงแนวทางในการดูแลผิวตามแบบฉบับของแบรนด์อย่างลึกซึ้งขึ้น รวมไปถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ในบรรจุภัณฑ์สีชาที่เหมือนกับขวดยาวิทยาศาสตร์ และดึงดูดใจคนทุกเพศทุกวัยจริงๆ

“เราตั้งใจให้โปรดักต์เหล่านี้ตอบสนองความต้องการการดูแลผิวของคนทั่วโลก ซึ่งการดูแลและบำรุงผิวนั้นเป็นเรื่องสากล การดูแลผิวให้สะอาด ชุ่มชื่น ได้สารอาหารที่เพียงพอ และได้รับการปกป้อง ไม่ใช่เรื่องของเพศใดเพศหนึ่ง และเราก็เชื่อว่าการดูแลผิวไม่ควรจะเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน หรือเปลี่ยนแปลงให้น้อยที่สุดนั่นเอง

“Aesop ยังมองความร่วงโรยตามวัยว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะหมายถึงสติปัญญาที่เพิ่มพูน ไม่ใช่สิ่งที่ต้องปิดบังหรือมองว่าน่าละอาย การที่บอกว่าคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวได้นั้นถือเป็นคำกล่าวอ้างลวงๆ ความชราและความเป็นปัจเจกนั้นสื่อถึงการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า มากกว่าความงามที่เกิดจากการตัดต่อแก้ไขกันในโลกดิจิตัลจนดูเหมือนกันไปหมด”

ไม่เพียงเท่านั้น Aesop ยังให้ความสำคัญกับการใช้ ‘เวลา’ ในการบำรุงผิว พร้อมดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้นอย่างเต็มที่ คุณซูซานกล่าวว่า “แทนที่จะแก้ปัญหาผิวอย่างรวดเร็วหรือมุ่งไปที่ผลลัพธ์แบบทันทีทันใด เราให้คุณค่ากับแนวทางที่มีความหมายและวัดผลได้มากกว่า เราอยากให้ทุกคนค่อยๆ ดื่มด่ำกับช่วงเวลาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ ปล่อยให้มันค่อยๆ ทำงานและช่วยดูแลสุขภาพผิวโดยรวม เราเชื่อในกิจวัตรที่เน้นความเพลิดเพลินในการดูแลและบำรุงผิว เช่นเดียวกับการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารและอื่นๆ เราเข้าใจดีว่าการดูแลสุขภาพผิวนั้นเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่อง…ลองหาช่วงเวลาของวันเพื่อปรนนิบัติตัวเอง ปล่อยกายปล่อยใจ ตัดขาดจากเสียงรอบตัวเพื่อเชื่อมต่อกับผิว เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงและการตอบสนองเล็กๆ น้อยๆ ของผิวเมื่อฤดูกาลผ่านไป” 

WORTH TO TRY 

-โปรดักต์ไลน์ Parsley Seed ที่หลายๆ คนชื่นชอบมีที่มาที่ไปอย่างไรคะ

“Parsley Seed เป็นสกินแคร์ซึ่งมีสารที่มีคุณสมบัติแอนตี้ออกซิแดนต์ ซึ่งทำให้ผิวยังคงสุขภาพดี ด้วยน้ำมันสกัดจากเมล็ด Carum petroselinum หรือพาร์สลีย์ซึ่งช่วยเสริมสร้างปราการผิว Parsley Seed Anti-Oxidant Facial Toner เป็นโปรดักต์แรกในไลน์นี้ค่ะ ก่อนจะพัฒนาต่อไปเป็นคุณสมบัติอื่นๆ เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในเมือง…ด้วยอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสภาพผิว เมื่อปี 2021 เราจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ Parsley Seed Serum ที่ช่วยเสริมปราการผิวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลิตภัณฑ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและมีคุณสมบัติแอนตี้ออกซิแดนต์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมผิวเสมือนมีฟิล์มบางๆ คอยปกป้อง โดยไม่อุดตัน ด้วยสารสกัดจาก Caesalpinia Spinosa (Tara Gum) และ Kappaphycus Alvarezi (สาหร่ายสีแดง)”

-สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นเคยกับ Aesop คุณจะแนะนำผลิตภัณฑ์อะไรที่ควรใช้เป็นกิจวัตร

“Parsley Seed Facial Cleanser เป็นเคลนเซอร์เพื่อผิวกระจ่างใสที่ช่วยขจัดความสกปรก และช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนด้วยกรดแล็กติก เหมาะกับคนเมืองที่อยากดูแลผิวให้สะอาด ใช้ได้ทั้งเช้าและค่ำ โดยนวดให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้สักครู่ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นเท Parsley Seed Anti-Oxidant Facial Toner ลงบนฝ่ามือเล็กน้อย และใช้มือแตะๆ ที่ใบหน้าเพื่อเตรียมผิวสำหรับการบำรุง สำหรับคนที่อยากปกป้องผิวจากฝุ่นละออง ฉันขอแนะนำ Parsley Seed Anti-Oxidant Intense Serum เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวจากโลกภายนอก หากจะทาระหว่างวันให้นวดทั่วใบหน้าและลำคอ แล้วตามด้วยครีมกันแดด และหากต้องการเพิ่มวิตามินให้ผิว Lucent Facial Concentrate ด้วยเนื้อสัมผัสที่บางเบา ประกอบด้วย Sodium Ascorbyl Phosphate (วิตามินซี) ให้ผิวอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น พร้อมปรับสมดุลของผิวที่หยาบกร้านให้ดูกระจ่างใสขึ้น เสริมด้วยไนอาซินาไมด์ (วิตามินบี 3) ซึ่งช่วยเสริมคุณสมบัติเกราะป้องกันของผิว”






Other Articles