
โดยปกติแล้วเข็มนาฬิกาจะหมุนรอบแกนแบบ 360 องศาเพื่อแสดงเวลา แต่ในศตวรรษที่ 17 วอทช์เมกเกอร์ได้นำเสนอการอ่านค่าเวลาแบบใหม่ด้วยเข็มเรโทรเกรด ซึ่งตัวเข็มจะเริ่มเคลื่อนจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงจุดปลายแล้วดีดตัวกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง นับเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงเวลา และส่วนหนึ่งก็เพื่อประโยชน์ในการแสดงข้อมูลเวลาที่หลากหลายบนหน้าปัดด้วย



ฟังก์ชั่นเรโทรเกรดปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์นาฬิกา Vacheron Constantin มานานนับร้อยปี โดยเฉพาะรุ่นเด่น Don Poncho ในปี 1935 ซึ่งตั้งชื่อตามนักสะสมคนสำคัญ “มันเป็นผลงานที่สร้างขึ้น ณ ช่วงเวลาที่นาฬิกาข้อมือพร้อมความสลับซับซ้อนอันหลากหลายยังไม่เคยมีมาก่อน จึงนับเป็นชัยชนะทางเทคนิคและเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่แสดงอัจฉริยภาพของมนุษย์” คริสเตียน เซลโมนี ผู้อำนวยการฝ่ายสไตล์และเฮอริเทจของแบรนด์กล่าว
ในปีนี้ Vacheron Constantin ได้ชูฟังก์ชั่นเรโทรเกรดเป็นจุดเด่นของนาฬิกาหลากรุ่น หนึ่งในนั้นคือ Patrimony Retrograde Day-Date ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเรโทรเกรดในยุค 1930s ผสมผสานกับแนวทางการออกแบบสไตล์ less is more

Patrimony Retrograde Day-Date โดดเด่นด้วยหน้าปัดเฉดสีแซลมอนซึ่งปรากฏในผลงานประวัติศาสตร์ของแบรนด์หลากรุ่น รับกับตัวเรือนแบบแพลตินัม 950 ขนาด 42.5 มม. ตกแต่งพื้นผิวด้วยลวดลายซันเบิร์สต์ สะท้อนคุณค่าความงามในแบบของเมซง โลโก้กางเขนมอลทีสโดดเด่น ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกาพร้อมชื่อแบรนด์ ครึ่งบนของหน้าปัดตกแต่งด้วยตัวเลขแสดงวันที่ ส่วนครึ่งล่างแสดงชื่อวันประจำสัปดาห์ ทั้งสองฟังก์ชั่นบ่งชี้ด้วยเข็มเรโทรเกรดซึ่งตีกลับมา ณ จุดเริ่มต้นเมื่อเดินทางไปถึงจุดสุดท้ายของเดือนและสัปดาห์ รอบวงหน้าปัดประดับมาร์กเกอร์ทรงบาตงพร้อมหมุดนาที




ผลงานนี้ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 2460 R31R7/3 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง พร้อมโรเตอร์ทอง 22 กะรัต ซึ่งดีไซน์เป็นรูปทรงกางเขนมอลทีสครึ่งเสี้ยว และสามารถชื่นชมความงดงามของการตกแต่งด้วยหัตถศิลป์ชั้นสูงได้ผ่านทางฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์






