Friday, January 27, 2023

แพทริเซีย กู๊ด กับบทบาทใหม่ในวัย 25

พบกับนักแสดงสาวสุดฮ็อต แพทริเซีย กู๊ด ในเซ็ตแฟชั่นต้อนรับปี 2023 ด้วยลุคเรียบเท่แบบสาวขบถ ผสานเสน่ห์มาดมั่นเย้ายวนใจ จับคู่กับเรือนเวลาดีไซน์เรียบหรูสุดโมเดิร์นจาก HUBLOT สะท้อนตัวตนสาวยุคใหม่ที่กล้าจะแตกต่าง

แพทริเซีย กู๊ด นักแสดงสาวมากความสามารถวัย 25 กำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ของชีวิต หลังจากตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับ โน้ต-วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อ หลังจากผ่านพิธีแต่งงานที่จัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าสาวหมาดๆ จึงได้มีเวลามาพูดคุยเพื่ออัพเดตเรื่องราวที่เพิ่งผ่านมา

-สิ่งที่แพทอยากทำเป็นอย่างแรกเมื่อเข้าสู่ปี 2023 คืออะไร

“น่าจะเป็นเรื่องพักผ่อนนี่ล่ะค่ะ เพราะว่าหกเดือนที่ผ่านมาค่อนข้างวุ่น แล้วก็เครียดกับการจัดงานแต่งงานมากๆ เลยอยากไปพักผ่อน ไปชิลล์ ไปรีชาร์จตัวเองเพื่อกลับมาลุยงานต่อในช่วงอาทิตย์ที่สองของปีนี้”

-ตอนนี้มีเวลาพักมานั่งดูฟีดแบ็กวันแต่งงานหรือยัง

“ดูค่ะ แพทไม่คิดว่าคนจะให้ความสนใจงานแต่งของเราขนาดนี้ คาดไม่ถึงเลยค่ะ คาดไม่ถึงจริงๆ เราแฮปปี้กับทุกองค์ประกอบของงานเรานะ แล้วคนที่มองเข้ามาก็ประทับใจเหมือนกัน พอเห็นคนมาร่วมยินดีกับเรา เราก็หายเหนื่อยเลย ดีใจที่คนเข้าใจและเก็ตในภาพที่เราอยากจะให้มันออกมาค่ะ”

-ในงานแต่ง มีคลิปตอนที่คุณโน้ตขอแต่งงานที่ไฮด์ปาร์กช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาด้วย 

“ใช่ค่ะ เป็นคลิปที่เอามาให้แขกในงานดูเป็นที่แรก มีทั้งคลิปตอนที่ขอครั้งแรกแต่เฟล แล้วก็ขออีกครั้งที่ไฮด์ปาร์ก คือพี่โน้ตพยายามจะขอแพทตั้งแต่ตอนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์แล้ว แต่ไม่สำเร็จ พอไปอังกฤษ และกำลังจะกลับไทย เขาก็เลยขอเราอีกครั้งซึ่งตรงกับวันเกิดคุณพ่อด้วย แพทไม่คิดว่าเขาจะขอแพทอีกนะ ตอนนั้นเราไม่ได้ตั้งตัวจริงๆ มันเป็นความรู้สึกหลากหลายอารมณ์ ตื้นตัน ตื่นเต้น ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา เพราะเขาพูดไม่ออก พูดสะดุดๆ ก็เลยกลายเป็นโมเมนต์ที่ซึ้งด้วย ตลกด้วย น่ารักเป็นธรรมชาติดีค่ะ” 

-พูดถึงแง่มุมความรัก ความรักของแพทกับคุณโน้ตเป็นแบบไหนคะ

“รู้สึกเป็นความรักที่ค่อนข้างพอดีนะคะ เพราะเราสองคนเป็นคนที่มีความสุขกับอะไรได้ง่ายมากๆ เราชอบกิน วันไหนได้ออกไปกินอาหารอร่อย นี่ก็คือความสุขของเรา หรือไปพักผ่อนที่ทะเล นอนมองคลื่น ไปอาบแดด คือเรามองความสุขคล้ายๆ กันค่ะ ไม่ได้ต้องการอะไรที่เวิ่นเว้อหรือไกลตัว เลยทำความรักของเรามันพอดี แล้วพี่โน้ตก็โตกว่าแพทเยอะ เขาเลยนิ่งกว่า เป็นผู้ใหญ่กว่าเรา ส่วนเราก็ยังมีความเป็นเด็ก มีใจร้อนบ้าง แต่ก็บาลานซ์กันไปได้ดี แล้วเขาก็เหมือนเดิมเลยตั้งแต่แรกที่คบกัน เขารักเรา รักครอบครัวเรา รักเพื่อนๆ เรา คือแพทรู้สึกว่าไม่ใช่แค่เรา แต่คนรอบข้างเราก็สำคัญมาก เวลาที่เรามีความรัก มันมากกว่าแค่คนสองคนจริงๆ เขาเข้ากับคนรอบตัวเราได้ ก็หายห่วงเลยค่ะ” 

-พอแต่งงานแล้ว เหมือนเราได้ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ของชีวิต แต่ตัวเรารู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม

“ถ้าตอนนี้ยังนะคะ แพทยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม (หัวเราะ) ยังคุยกันอยู่เลยว่าเราเหมือนเดิมเลย บางทีไปไหนก็ยังลืมใส่แหวน ไม่รู้สึกว่าเปลี่ยนอะไรขนาดนั้น แค่ได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น ก็ต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไป”

-ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าจะมีแพลนไปฮันนีมูนประมาณช่วงเมษายน

“จริงๆ ก็แค่คุยกันเฉยๆ ค่ะว่าอยากไปนะ แต่ยังไม่ได้แพลนอะไรเลยค่ะ เพราะตอนนี้มีทริปอยู่แล้วว่าจะไปสกีที่ญี่ปุ่น และไปฝรั่งเศส เราเลยยังไม่มีแพลนฮันนีมูนจริงๆ จังๆ มีแต่ทริปที่จะไปกับคนอื่น ก็ถือว่าได้มีช่วงพักสักอาทิตย์ในแต่ละเดือน” 

-แพทเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากมีลูกตอน 30 ด้วย

“ใช่ค่ะ จริงๆ อยากจะมีก่อน 30 นะคะ เพราะมีแต่คนบอกว่าการมีลูกเหนื่อยมาก เราต้องมีเอเนอร์จี้ในการดูแล หรือวิ่งเล่นกับเขา แล้วเรื่องสุขภาพของแม่กับลูกก็สำคัญด้วย ถ้ามีลูกในวัยที่เหมาะ แพทว่าน่าจะโอเค เลยคิดว่าถ้ามีลูกก่อน 30 น่าจะเหนื่อยน้อยที่สุด”

-ถ้ามองย้อนกลับไปในปี 2022 นอกจากเรื่องแต่งงานแล้ว มีเรื่องดีๆ อย่างอื่นที่เกิดขึ้นกับตัวเองอีกบ้างไหม

“แพทว่าการงานมั่นคงขึ้นค่ะ สำหรับงานการแสดง แพทมั่นใจเลยค่ะว่าเราจะทำอาชีพนี้เป็นหลัก มันมีโอกาสต่างๆ เข้ามาเยอะเหมือนกัน และได้ทำงานกับแบรนด์ใหม่ๆ ก็รู้สึกดีใจมากๆ ที่เรามีโอกาสตรงนี้”

-เคยคิดไหมว่าพอแต่งงานแล้ว ชีวิตการงานจะเปลี่ยนไป

“มีแต่คนพูดนะ ผู้ใหญ่จะบอกว่าเดี๋ยวคนก็ไม่ค่อยอินกับเราแล้ว หรือคนจะไม่จิ้นกับบทที่เราแสดง แต่แพทมองว่างานเราน่าจะสามารถปรับเปลี่ยนไปตามอายุและสถานะชีวิตเราได้เหมือนกัน เลยไม่ค่อยได้คิดในจุดนี้ค่ะ”

-แล้วปีนี้แพทจะมีผลงานอะไรให้เราได้ติดตามบ้างคะ 

“ช่วงต้นปีตั้งแต่เดือนมกราคมจะมีละครเรื่อง ‘ที่สุดของหัวใจ’ แสดงกับพี่พุฒ (ดีเจพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน) เป็นละครที่โรแมนติกที่สุดเท่าที่แพทเคยเล่นมา น่ารักมากกก ใครชอบฟีลเกาหลี โรแมนติกผสมดราม่า อยากให้ดูเรื่องนี้ บอกเลยว่าฟินมากค่ะ แล้วแพทเป็นคนชอบดูซีรีส์เกาหลีแนวนี้อยู่แล้ว มันมีความสุขและเจ็บปวดไปกับตัวละคร ถือเป็นอีกงานที่ท้าทาย” 

-แล้วเรื่อง ‘เกมรักทรยศ’ ล่ะคะ นี่เป็นอีกเรื่องที่คนจับตาตั้งแต่ประกาศชื่อนักแสดงเลย

“น่าจะกลางปีค่ะ เป็นละครรีเมกมาจาก World of Married Couple ซึ่งดังมากที่เกาหลี เรื่องนี้คนน่าจะคาดหวังและรอดู แพทเองก็ลุ้นนะ แต่ไม่ได้กดดันมากขนาดนั้น เพราะละครได้รับการดัดแปลงเยอะ อาจจะมีฉากไอคอนิกที่ยังอยู่ แต่อื่นๆ จะถูกปรับตามคัลเจอร์อยู่แล้ว มันเลยไม่ได้เหมือนกันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ พยายามไม่กดดัน พยายามสนุกกับตัวเอง หวังว่าทุกคนจะชอบ เพราะเป็นบทที่คนไม่ค่อยได้เห็นแพทแสดง ต้องเล่นให้น่าสงสารและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน (หัวเราะ) มันก็เลยสนุกตรงนี้แหละ”

-แล้วได้ร่วมงานกับแอน ทองประสม กับอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮมด้วย เป็นอย่างไรบ้าง 

“ตอนแรกเกร็งมากกกก พี่แอนเป็นสุดยอดฝีมือ แต่ก็เป็นคนที่น่ารักมากด้วย พี่แอนช่วยให้เราผ่อนคลาย ชวนคุย ชวนเล่น ก็เลยไม่เกร็ง แถมในบทยังมีตบหัวพี่แอนด้วย ไม่น่าเชื่อว่าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ ใครชอบดราม่าเข้มข้น มีความเชือดเฉือน ก็น่าจะชอบ ส่วนกับพี่อนันดา คือชิลล์เพราะเคยถ่ายหนังด้วยกันมาแล้ว (The Snake Queen สาปอสรพิษ เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตแพทและน่าจะเข้าฉายปีนี้เช่นกัน) ในเรื่องนี้แพทเล่นเป็นเมียน้อยเขา ก็รู้สึกแปลกๆ นิดนึง มันมีความถึงเนื้อถึงตัวมาก ไม่เคยทำอะไรขนาดนี้ แต่ก็พร้อมลุยเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด” 

-แพทอายุ 25 ทำงานในวงการมานานแล้ว มองเส้นทางของตัวเองอย่างไร

“แพททำงานมาสิบปีแล้วค่ะ เรามองเห็นพัฒนาการของตัวเองนะ จากเมื่อก่อนที่อ่านภาษาไทยไม่ค่อยได้ พูดไม่ค่อยชัด จนมาถึงตอนนี้ได้ทำอะไรที่หลากหลายจริงๆ แล้วผู้ใหญ่ของช่องก็มองเห็นว่าเราโตขึ้น เริ่มให้งานที่ท้าทายขึ้นและแตกต่างจากเมื่อก่อน ซึ่งดีมากๆ เลยค่ะ หวังว่าคนดูจะได้เห็นเราในบทที่เปลี่ยนไป”

-ตั้งแต่แสดงมา มีบทไหนที่ส่งอิทธิพลหรือเปลี่ยนตัวตนของเราไปด้วยบ้างไหม

“จริงๆ แพทพยายามไม่ให้บทมาเปลี่ยนตัวเราขนาดนั้น ต่อให้จะเครียดกับมันแค่ไหนตอนที่สวมบทบาทหนึ่ง แต่พอกลับบ้านก็พยายามจะเอามันออกไป แต่ก็มีแอบดาวน์อยู่บ้าง เพราะแทบทุกเรื่องที่เล่นต้องร้องไห้ ต้องเศร้าตลอด ก็เลยพยายามจะลืมๆ มันก่อนกลับบ้าน แล้ววันถัดมาค่อยมาลุยกันใหม่” 

-ขอถามถึงการทำงานถ่ายปกลอฟฟีเซียลกับนาฬิกา HUBLOT บ้าง รู้สึกอย่างไรคะ

“เป็นครั้งแรกที่ถ่ายแบบกับอูโบลท์นะ แพทได้มีโอกาสไปร่วมงานคอลเลกเตอร์ดินเนอร์ของอูโบลท์มาแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้เราได้สัมผัสกับแบรนด์จริงๆ แล้ววันที่ถ่ายก็ทำเต็มที่มาก รู้ว่าตัวเองเท่มาก (หัวเราะ) พยายามถ่ายทอดความเป็นผู้หญิงสมาร์ตและสมัยใหม่ออกมา ตามสไตล์ผู้หญิงของอูโบลท์อย่างดีที่สุด”

-ส่วนตัวแล้วแพทชอบนาฬิกาสไตล์ไหน

“แพทชอบนาฬิกาที่มีหน้าปัดไม่ใหญ่มาก อาจจะมีเพชรนิดหน่อย เป็นนาฬิกาที่สามารถใส่ได้ทุกวัน ก็เหมือนกับเรือนที่ใส่ถ่ายแบบเลยค่ะ อย่างเรือนสีขาวคือชอบมาก สีขาวกับสีดำเป็นสไตล์ที่ can’t go wrong จริงๆ ค่ะ แต่เรือนที่มีสีสันก็เปรี้ยวเก๋ดี เปลี่ยนลุคเราไปเลย แล้วคือเป็นนาฬิกาที่เปลี่ยนสายได้ด้วย” 

-ในยุคที่เราดูเวลาจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ก็ได้ คิดว่าทำไมเราถึงยังใส่นาฬิกากันอยู่

“มันเป็นส่วนหนึ่งของเราไปแล้วนะคะ สมัยเรียนแพทใส่นาฬิกาตลอดเลยเพราะต้องดูเวลา อาจจะเพราะช่วงนั้นเราไม่ได้อยู่กับโทรศัพท์ตลอดเวลาด้วยมั้งคะ มันทำให้ตรงต่อเวลามากๆ เราก็เลยชินกับการใส่นาฬิกา แต่ทุกวันนี้การใส่นาฬิกาเป็นเรื่องของสไตล์ด้วย คือเป็นมากกว่าแค่ฟังก์ชั่นไปแล้ว มันทำให้ลุคเราคอมพลีตค่ะ”

-แบรนด์ HUBLOT มีปรัชญาเรื่อง Art of Fusion คิดว่าคำนี้มีความเชื่อมโยงกับชีวิตแพทไหม 

“แพทว่ามันเชื่อมโยงกับทุกคนเลยค่ะ เพราะชีวิตเราหรือเวลาที่เราจะทำอะไร มันไม่ได้มีมิติเดียวอยู่แล้ว เราสามารถเป็นได้หลากหลายมู้ด หลากหลายแนว อยู่ที่ว่าเราเลือกอะไรมาผสมผสาน แล้วนำเสนอตัวเราออกมาแบบไหน”

-แล้วถ้าเทียบกับศิลปะการแสดงในแบบของแพทล่ะคะ

“เอาจริงๆ แพทไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นนักแสดงที่เก่ง เราแค่มองว่านี่คือแพสชั่นของเรา เป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอะไรจะเป็นตัวชี้วัดว่าเราเป็นนักแสดงที่ดีได้ แต่แพทเชื่อว่าการแสดงเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง แต่มันผสมผสานลงตัวกับความธรรมดาของชีวิตเราได้ มันก็คือฟิวชั่นจริงๆ เพราะเวลาที่เราแสดง เหมือนเราได้ไปเป็นมุนษย์อีกคนที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวเราเลย”

-บทเรียนหรือข้อคิดเกี่ยวกับเวลาจากมุมมองของแพท

“แพทว่าเวลาเป็นอะไรที่เราซื้อได้นะ พอโตขึ้นมาแพทรู้สึกว่าถ้าอยากมีเวลากับครอบครัว อย่างการสร้างความทรงจำที่ดีด้วย เราก็ควรซื้อเวลาตรงนั้น เพราะชีวิตมันไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ เราสามารถซื้อความทรงจำดีๆ ได้ อย่างการหาเวลาไปเที่ยวด้วยกัน แพทยังคุยกับพ่อเลยว่าทำไมเราไปเที่ยวกันบ่อย พ่อบอกว่าเราต้องมีความทรงจำระหว่างครอบครัวเรื่อยๆ พ่อก็เลยให้ความสำคัญกับการไปเที่ยวด้วยกัน…เมื่อก่อนแพทไม่เข้าใจนะว่าทำไมต้องซื้อเวลา แต่มันก็คือการซื้อเพื่อสร้างความทรงจำกับคนที่เรารักค่ะ มันทำให้เรามีความสุขขึ้น และควรค่าในระยะยาวค่ะ” 

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam

Writer: Pimpilai Boonjong

Model: Patricia Tanchanok Good

Makeup: Pradchaphan Prayoonpan

Hair: Chatpong Puttiwa

Photographer Assistants: Supachai suwanmajo, Nitipong Kakao

Stylist Assistant: Tisakorn Kunchornnok






Other Articles