Friday, February 3, 2023

สวยสง่าราวกับเจ้าหญิง! แพทริเซีย กู๊ด ในชุดเจ้าสาว Elie Saab สีไอวอรี จาก SoL and GRAVITE

บรรยากาศในงานวิวาห์สุดชื่นมื่นของเจ้าสาว แพทริเซีย กู๊ด และเจ้าบ่าวอารมณ์ดี โน้ต-วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ณ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ เต็มไปด้วยรอยยิ้มของแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี แพทดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงในชุดของ Elie Saab สีไอวอรี จากร้าน SoL and GRAVITE

ก่อนหน้าวันงานไม่นาน ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ตามไปดูแพทลองชุด และยังถือโอกาสพูดคุยกับ เทน-ธนินท์รัฐ ธนันธนินโชตน์ เจ้าของร้าน SoL and GRAVITE ผู้อยู่เบื้องหลังความตระการตาของเจ้าสาวมานับไม่ถ้วน

ย้อนไปวันที่ลองชุด

“ว้าว สวยมากกก” น้ำเสียงสดใสของสาวแพทกล่าวลอยๆ ทันทีที่เห็นความวิจิตรของทั้งสองชุดจากแบรนด์ Elie Saab บนโครงหุ่น สำหรับเตรียมใส่ในวันฉลองมงคลสมรส พร้อมเกริ่นถึงที่มาของการเลือกชุดว่า “ด้วยความที่แพทมีเวลาค่อนข้างจำกัด เดินทางไปต่างประเทศก็คงไม่สะดวก โชคดีมากที่มาเจอร้าน SoL and GRAVITE ซึ่งนำเข้าชุดเจ้าสาวหลากหลายแบรนด์”

“ตอนเข้ามาเลือกทางร้านให้ลองใส่หลายแบบเลยค่ะ ครั้งแรกที่เห็นชุดก็รู้สึกว่าทำไมมันใหญ่พอง ดูเป็นเจ้าหญิงขนาดนี้ แต่พอได้ลองใส่ก็สตันท์ไปแป๊บหนึ่งค่ะ เพราะว่าสวยจริงๆ สวยแบบไม่ต้องพยายาม แพทชอบความเรียบง่ายของชุดมากเลยค่ะ แล้วทางร้านก็น่ารักมากค่ะ ตอนแรกคุณเทนบอกว่าค่อนข้างกระชั้นชิด เอาจริงคือใช้เวลาประมาณสองเดือนเองค่ะที่เขาต้องตัดใหม่และส่งมา ถือว่าโชคดีมากที่ร้านเข้าใจสถานการณ์เรา และทำให้เต็มที่จริงๆ” แพทเล่าพร้อมรอยยิ้ม

คุณเทนเล่าถึงชุดทั้งสองจากแบรนด์เดียวกันว่า “ชุดเกาะอกมาจากคอลเลกชั่น Bridal Fall 2022 ชื่อว่า Portraits in Motion เป็นชุดที่ผมเลือกมาวางในร้านอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าดูโก้และ sophisticate ทรงบอลกาวน์ สีไอวอรี ตัดเย็บด้วย silk mikado เป็นผ้าไหมจากอิตาลี ส่วนชุดที่ใส่เดินเข้างานเป็นคอลเลกชั่น Bridal Spring 2023 ชื่อว่า Ethereal Radiance ชุดนี้น้องแพทเลือกเองครับ เราช่วยจัดการสั่งนำเข้ามาให้”

ชุดแรก คอลเลกชั่น Portraits in Motion “ชุดนี้เหมือนดีเทลจะไม่เยอะก็จริง แต่ด้วยแมทีเรียลต่างๆ คือใส่ออกมาแล้วดูสง่า ดูเป็นเจ้าหญิง สำหรับเจ้าสาวที่ไม่ต้องการความเยอะมาก ในมุมมองของผมที่เลือกชุดนี้เข้ามาวางในร้าน เพราะคิดว่าชุดทรงนี้น่าจะถูกใจเจ้าสาว เป็นทรงที่ทุกคนเข้าใจ หมายถึงว่าตัวเจ้าสาวก็โอเค แขกที่มาในงานก็ชอบ เป็นทรงคลาสสิกอยู่แล้ว พวกแบรนด์ต่างๆ ที่นำเข้า แพตเทิร์นเขาจะเป๊ะครับ ใส่ออกมาแล้วสวยเลย ยิ่งเจ้าสาวตัวสูง ชุดจะยิ่งดูสง่า ซึ่งสรีระของน้องแพทจะฟิตอินกับแบรนด์นี้ได้ดีมาก”

“ต้องอธิบายก่อนว่า Bridal Ready-to-wear แต่ละแบรนด์จะมาเป็นไซส์ 2 4 6 8 หรือไม่ก็ 36 38 40 คือเป็นขนาดไซส์เหมือนเราซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูป ดังนั้นจะต้องมีการเก็บแก้ ซึ่งทางร้านจะมีช่างที่ชำนาญ และต้องเก็บแก้ให้เจ้าสาวทุกคนอยู่แล้วตามปกติ ด้วยความที่แบรนด์ทำออกมาเป็นไซส์มาตรฐาน สำหรับคนเอเชียยังไงก็ต้องตัด ชุดที่วางในร้านเราจะสั่งไซส์ S-M พูดง่ายๆ ก็คือเป็นไซส์ที่เก็บเข้าแต่จะน้อยมาก เพราะเราพยายามเลือกไซส์ที่ใกล้เคียงกับคนไทยมากที่สุด เพื่อจะให้ทรงไม่เปลี่ยน”

ชุดที่สอง คอลเลกชั่น Ethereal Radiance “เป็นชุดแขนยาวคอวีเปิดหลังทรงเอไลน์ ปักเลื่อมโปร่งแสงทั้งชุดเพื่อความสวยงามเวลากระทบแสง ใช้ด้ายผ้าไหม (silk thread) ในการปัก ซึ่งลายปักได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ความประณีตสวยงามไม่ต้องห่วงเพราะเป็นไปตามมาตรฐานของแบรนด์ ชุดนี้เป็นสีไอวอรี ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าสีไอวอรีดูแพงกว่าสีขาว เป็นสีที่เจ้าสาวทั่วโลกส่วนใหญ่ชอบด้วยครับ แรกเริ่ม Elie Saab เขาโด่งดังมาจากงานพรมแดง เพราะดาราหลายคนชอบใส่ไปงานออสการ์จนทำให้เป็นที่รู้จัก คนมักจะมองว่า Elie Saab = เจ้าหญิง แบรนด์นี้เลยลิงก์กับเจ้าสาว เพราะวันหนึ่งในชีวิตเจ้าสาวส่วนใหญ่ก็อยากให้ตัวเองดูเหมือนเจ้าหญิง”

“น้องแพทชอบ Elie Saab อยู่แล้ว จุดเด่นของแบรนด์นี้คือความเรียบโก้ และ sophisticate สองชุดที่น้องแพตเลือกมี neckline ไม่เหมือนกันเลย ชุดแรกเป็นเกาะอก อีกชุดเป็นแขนยาว เพื่อความต่างในมู้ดของงาน เทนคิดว่าเจ้าสาวต้องมีโจทย์ในใจอยู่แล้ว แต่ทุกคนเวลาเข้ามาที่ร้านเราจะให้ลองใส่หลายๆ ชุด เพราะบางทีชุดที่คิดไว้ในหัว พอใส่ออกมาจริงๆ อาจจะไม่เหมือนที่คิดไว้เลย สังเกตว่าบางคนไม่ชอบชุดเกาะอกเพราะกลัวว่าใส่แล้วจะดูแขนใหญ่ อยากใส่แบบปิดแขน แต่พอได้ลองจริง กลับยิ่งดูเน้น ในขณะที่ชุดเกาะอกทำให้ช่วงบนดูโล่งกว่า”

แบรนด์ชุดเจ้าสาวที่ร้านมีกี่แบรนด์คะ

“ประมาณสิบกว่าแบรนด์ครับ แบรนด์ที่ทุกคนรู้จักอยู่แล้วเราจะเอาเข้ามาทุกซีซั่น อย่างเช่น Jenny Packham ซึ่งเคต มิดเดิลตันใส่ออกงานเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแนวปัก แต่ไม่ได้ฟูมาก เจ้าสาวส่วนใหญ่ชอบใส่ในงานหมั้นตอนเช้า แล้วก็มี Oscar de la Renta ของอเมริกา แบรนด์นี้ก็โก้เหมือนกัน ไม่เน้นปักระยิบระยับ ออกแนวคลาสสิกหน่อย และ Zuhair Murad เป็นแบรนด์จากเลบานอนเหมือนกับ Elie Saab สองแบรนด์นี้เหมือนตีคู่กันมา ถือเป็นไฮเอนด์ที่สุดของชุดแต่งงาน ถ้าไม่นับโอตกูตูร์นะครับ แต่มีความแตกต่างกัน ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Elie Saab มีความเรียบโก้ ลายปักจะหวานๆ ส่วน Zuhair Murad มีความเซ็กซี่ เปรี้ยว ปักเยอะๆ แต่ลวดลายไม่หวานเท่า Elie Saab แล้วก็มี Pronovias ของสเปน ความจริงเป็นแบรนด์ใหญ่ที่สุดในโลก เขาเลยสามารถทำราคาให้จับต้องได้ เป็นแบรนด์ที่นิยมมากเหมือนกัน”

“นอกจากนี้ก็มี Vera Wang, Amsale, Alon Livné, Enaura, Eva Lendel, Marchesa, Nicole + Felicia, Reem Acra, Pamella Rolland คือทางร้านอยากให้มีชุดทุกแบบสำหรับความชอบของลูกค้าแต่ละคน เพราะแต่ละแบรนด์ก็มีคาแร็กเตอร์ไม่เหมือนกัน เราพยายามจะเลือกให้หลากหลายที่สุด ผมว่าชุดแต่งงานเหมือนเป็น destiny ของเจ้าสาวนะ”

“ผมยังมีอีกร้านชื่อ 10 by SoL and GRAVITE สำหรับให้เช่า เราเปิดมา 3-4 ปีแล้ว เพื่อจะรองรับลูกค้าที่อยากใส่ชุดแบรนด์แต่งบประมาณไม่ได้เยอะเท่าไร บางชุดอาจยังไม่เคยมีคนใส่ หรือบางชุดเป็นของลูกค้า SoL and GRAVITE อยากฝากเช่า ผมว่าด้วยความที่เป็นแบรนด์ ใส่ยังไงก็สวย ข้อดีของการใส่ชุดแบรนด์คือเห็นแล้วชอบก็ลองได้เลย เหมือนใส่ขึ้นมากับตัวเพื่อดูว่าเหมาะกับตัวเราไหม”

คุณอยู่ในแวดวงมานานเกือบสิบปี มีอะไรอยากแนะนำเจ้าสาวไหมคะ

“ผมอยากให้เจ้าสาวทุกคนเชื่อมั่นในตัวเอง คนอื่นไม่สามารถบอกได้ว่าเราชอบแบบไหนเท่ากับตัวเราเอง อย่างการลองชุดแต่งงาน ถ้าเป็นเมืองนอกเขาจะให้คนที่สำคัญกับชีวิตเขาจริงๆ มาช่วยตัดสินใจ เช่น แฟน พ่อแม่ เขาจะเน้นแค่นี้ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต อาจจะต้องปรึกษาหลายคน ผมมองว่ากว่าที่เราจะโตขึ้นมาและแต่งงาน เรารู้อยู่แล้วว่าสไตล์เราเป็นแบบไหน อยากให้คิดว่าลองใส่กับตัวแล้วเราชอบก็คือจบ เพราะถ้าคนอื่นทัก เราจะเอ๊ะ แล้วตัวเราเองก็จะเสียความมั่นใจไปด้วย” 

Photographers: Ponpisut Pejaroen, Thanut Treamchanchuchai, Rattawich Kamol

Other Articles