Tuesday, December 6, 2022

สัมผัสมนตร์วิเศษของ petit h เวิร์กช็อปสุดพิเศษของ Hermès ที่ช่วยชุบชีวิตให้เศษวัสดุ

petit h (ออกเสียงว่า เปอติ อาช) คือเวิร์กช็อปเล็กๆ ของ Hermès ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 และปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของอาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์ Godefroy de Virieu (กอดฟรัว เดอ วิริเยอ) เวิร์กช็อปแห่งนี้ทำหน้าที่มอบคุณค่าและชีวิตใหม่ให้กับเศษวัสดุของเมซง จนเกิดเป็นผลงานใหม่ที่แตกต่างและบางชิ้นมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

ในปีนี้ Hermès ได้นำโปรเจ็กต์ petit h มาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ และเรายังได้มีโอกาสพูดคุยกับกอดฟรัว เดอ วิริเยอ ซึ่งเพิ่งเดินทางไปจัดนิทรรศการที่ดูไบ “ทุกที่ที่เราไปจะแตกต่างกัน เพราะ scenography ซึ่งออกแบบโดยศิลปินที่เราร่วมงานด้วย พวกเขาสามารถตีความโปรเจ็กต์นี้ออกมาในสไตล์ต่างๆ และยังมีผลงานหลายชิ้นที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะด้วย” 

ในงาน petit h ซึ่งจัดขึ้นที่บูติก Hermès ที่ไอคอนสยาม ทางเมซงได้ร่วมงานกับซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินวาดภาพประกอบชื่อดัง “ผมชอบสไตล์ของงานเขา มันมีความมินิมัล มีสีสัน และนำเสนอบรรยากาศที่ชวนให้ใคร่ครวญ เราทำงานร่วมกันผ่านทางซูม” คุณกอดฟรัวเล่า งานนี้นำเสนอออกมาในธีมงานวัดซึ่งสื่อถึงวัฒนธรรมไทยและความสนุกสนาน ดังจะเห็นได้จากธงสามเหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งทำจากเศษผ้าพันคอ เฟอร์นิเจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถเข็นในตลาดตกแต่งด้วยปลาหมึกปิ้งซึ่งทำจากเศษหนัง รวมไปถึงเปลญวนที่ถักจากผ้าพันคอไหม โถเครื่องปั้นดินเผาที่ประกอบเข้ากับหูหิ้วกระเป๋าเบอร์กิน 

แนวทางการทำงานของ petit h นั้นสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืนซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของ Hermès ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ และกรรมวิธีการออกแบบก็เป็นการทำงานแบบย้อนกลับ โดยตั้งต้นจากวัสดุเหลือใช้จากคอลเลกชั่นต่างๆ “โปรเจ็กต์นี้วิเศษมากเพราะจุดเริ่มต้นคือวัสดุที่เราได้มาจากแผนกต่างๆ ของแอร์เมส แล้วนำมาเก็บรวบรวมไว้ที่ปารีส รอวันที่จะได้ใช้ มันเป็นการทำงานที่ตรงข้ามกับงานออกแบบปกติทั่วไป” 

-คิดว่าอะไรคือมนตร์วิเศษของ petit h 

“ทุกวันมันต่างไป ตัวเวิร์กช็อป ศิลปิน และช่างฝีมือช่วยกันให้เกิดเวทมนตร์ เราโชคดีที่ได้พบเจอกับศิลปินหลากหลายคนจากที่ต่างๆ ซึ่งมาเยือนเวิร์กช็อป petit h ที่ปารีส มาดูวัสดุ และเริ่มคิดกันว่าจะชุบชีวิตให้กับเศษวัสดุเหล่านั้นผ่านเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างไร มันเป็นช่วงเวลาแห่งการค้นพบอะไรใหม่ๆ อย่างการที่ศิลปินนำกระดุมแจ๊กเก็ตที่ไม่ใช้แล้วมาติดลงบนคริสตัลจนกลายเป็นของชิ้นใหม่ แล้วเวลาที่คนมาเห็นชิ้นงานเหล่านี้ มันทำให้พวกเขายิ้มได้ นี่แหละที่ผมว่ามันน่าอัศจรรย์ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในเวิร์กช็อปครับ”

-สำหรับศิลปิน พวกเขามาร่วมงานกับ petit h ได้อย่างไรคะ

“เราชอบศิลปินที่ให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ คนที่ใช้เวลาทำความเข้าใจกับเวิร์กช็อป เข้าใจช่างฝีมือ และมีความเข้าใจในวัสดุด้วย ซึ่งไม่ได้มีแค่เฉพาะดีไซเนอร์นะครับ บางคนเป็นนักดนตรี นักสร้างภาพยนตร์ ประติมากร ใครก็ตามที่เข้าใจงานของเรา บางครั้งมันก็เกิดขึ้นแบบธรรมชาติ บางคนที่ผมร่วมงานด้วยก็เป็นเพื่อนของเพื่อน หรือได้เจอกันตามงานนิทรรศการบ้าง เราไม่ได้ทำงานเฉพาะกับคนดังๆ หรอกครับ แต่กับคนที่มีไอเดียน่าสนใจด้วย” 

-ผลงานเหล่านี้ออกมาเป็นคอลเลกชั่นหรือเปล่าคะ

“เราไม่ได้ทำเป็นคอลเลกชั่นครับ เราทำผลงานแต่ละชิ้นขึ้นมาตามแรงบันดาลใจ อย่างการจัดแสดงที่นี่ เราจะมาดูว่าคนที่นี่เป็นอย่างไร แล้วก็สร้างสรรค์ชิ้นงานขึ้นมาเพื่ออุทิศให้กับเมืองนี้ด้วย แต่เราไม่ได้ผลิตเป็นคอลเลกชั่นเหมือนแผนกอื่นๆ ที่ได้รับธีมมา แล้วออกแบบสำหรับคอลเลกชั่น สั่งวัสดุที่จะใช้ แล้วค่อยผลิตชิ้นงานต่างๆ ออกมา ส่วนแผนกเล็กๆ ของเรานั้นมีอิสระในการใช้ความคิดสร้างสรรค์กับวัสดุที่มีอยู่ จะเรียกว่าเป็นความโชคดีของเราก็ได้”

-petit h ให้ความสำคัญกับอิสระ และความสนุกขี้เล่นอย่างมากเลย 

“เราจำเป็นต้องมีอิสระในการคิดครับ เพื่อที่จะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ไม่ใช่สิ่งที่เวิร์กช็อปอื่นๆ ทำได้อยู่แล้ว อย่างอานม้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ผมก็เอาไปให้ทุกคนจินตนาการว่าจะเอามาใช้เป็นอะไรได้บ้าง ก็มีคนเอามาออกแบบเป็นเก้าอี้ที่มีพนักพิง บางคนเอามาทำเป็นกระจกติดผนังที่ดูคล้ายกับหน้ากากชนเผ่า แล้วก็มีคนเอามาผลิตเป็นกีตาร์ไฟฟ้าตกแต่งด้วยเศษหนังของกระเป๋าเบอร์กิน และพอใครได้เห็นผลงานเหล่านี้ก็จะรู้สึกทึ่งและแฮปปี้ เพราะมันเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์” 

-ความท้าทายของการรับผิดชอบเวิร์กช็อปนี้คืออะไร

“มันเป็นความท้าทายทุกวันเลยครับ เพราะในแต่ละวันเราจะพบเจอความแปลกใหม่ ไอเดียที่ไม่เหมือนเดิม เราต้องทำงานร่วมกับเวิร์กช็อปช่างฝีมือต่างๆ และต้องหาวิธีในการนำเสนอวัสดุที่เรามีออกมาเป็นชิ้นงานให้ได้ครับ คือจากวัสดุที่เราเห็นกลายมาเป็นชิ้นงานใหม่เลย และบางอย่างแอร์เมสก็ไม่เคยทำมาก่อน เช่นการสร้างสรรค์กีตาร์ตัวนี้ถือเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกของแอร์เมส เราต้องตามหาช่างฝีมือที่รู้วิธีการผลิตนอกเวิร์กช็อปของแอร์เมส มันจึงเป็นเหมือนห้องแล็บทดลองไอเดียใหม่ๆ ไปด้วย”

-ส่วนตัวแล้วคุณคิดว่างานฝีมือถูกประเมินค่ามากหรือน้อยเกินไปในโลกลักชัวรี่

“ผมว่านี่คือความลักชัวรี่ที่แท้จริง เพราะมันคือฝีมือของมนุษย์ เหมือนกับการได้ส่งต่อความเป็นมนุษย์ลงไปในผลงานสร้างสรรค์ ทำให้เราได้เห็นความสามารถ วิธีการทำงาน ความแม่นยำ ความประณีตอ่อนช้อย ตลอดจนเวลาที่ทุ่มเทลงไป และความเคารพที่มีต่อวัสดุ ซึ่งทุกอย่างล้วนจับต้องได้ และมันทำให้ของชิ้นนั้นพิเศษ ผมเลยคิดว่านี่แหละที่เป็นความลักชัวรี่ที่เราอยากนำเสนอให้ทุกคนได้สัมผัส” 

petit h จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2022 ณ  บูติก Hermès ไอคอนสยาม






Other Articles