Saturday, December 3, 2022

‘No Brow Brow’ เทรนด์ที่มีประวัติอันยาวนานตั้งแต่ Madonna ไปจนถึง Queen Elizabeth 1!

หากดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ คิ้วของเราก็คงเปรียบเสมือนมงกุฎบนใบหน้าที่หน้าที่ของมันมีเพียงสิ่งเดียวคือเพื่อเชื่อมโยงความสวยงามทั้งหมดบนใบหน้าให้สง่างามและสมดุล แต่แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นเทรนด์ ไม่ว่าจะเทรนด์แฟชั่น หรือ บิวตี้ ทุกสิ่งก็ย่อมหมุนเวียนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลังจากเทรนด์คิ้วฟูดกดำที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสาว คาร่า – เดเลวีน (Cara Delevingne) ได้ครองแชมป์มานานหลายปี ในในตอนนี้กลับมีเทรนด์คิ้วใหม่ที่กำลังร้อนแรงที่สุดในปี 2022 นี้นั่นก็คือเทรนด์ “No Brow Brow” หรือ “ไร้ขนคิ้ว” นั่นเอง!

บนรันเวย์ของสัปดาห์แฟชั่นต่างๆ ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่านางแบบหลายท่านนั้นต่างมีคิ้วที่ถูกฟอก (Bleached) หรือแม้กระทั่งบางคนก็ไม่มีคิ้วเลยก็มี ตั้งแต่สองพี่น้อง ฮาดิด (Hadid) เบลล่า และ จีจี้ ต่างเดินรันเวย์ของ Givenchy ด้วยคิ้วสีบลอนด์พร้อมกับเสื้อแจ็กเก็ต Bouclé และกางเกงยีนส์ฟอก ไหนจะนางแบบที่ Balenciaga ที่ร่วมเทรนด์คิ้วบลอนด์เหมือนกับบ้านอื่นๆ แต่เพิ่มเติมคือการใส่เครื่องประดับบนใบหน้า (Face Piercing) หรือแม้แต่สาวเปรี้ยวในตำนาน วิคตอเรีย – เบ็คแฮม (Victoria Beckham) ที่มาปรากฏตัวครั้งแรกที่ปารีสสำหรับแฟชั่นโชว์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นดีไซเนอร์ก็ต้องร่วมตามเทรนด์ที่ฮอตที่สุดป่ะ

สำหรับคนที่อาจจะไม่ได้ติดตามแวดวงแฟชั่นแบบเกาะติดมากนัก ลอฟฟีเซียล ก็ยังมั่นใจว่าท่านต้องเคยเห็นและคุ้นเคยกับเทรนด์ ‘No Brow Brow’ นี้มาจากเหล่าดาราและเซเลบริตี้มากมายในโซเชี่ยลมีเดียอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น โดจา – แคต (Doja Cat) ที่ออกมาโกนคิ้วของตัวเองในไลฟ์บนอินสตาแกรม มีอา – ก็อธ (Mia Goth) ที่เพิ่งเข้าวงการนี้ด้วยลุคคิ้วบลอนด์ในงาน Venice Film Festival 2022 และที่ขาดไม่ได้ เจ้าแม่ผู้มาพร้อมกับทุกเทรนด์ ไคลี่ – เจนเนอร์ (Kylie Jenner) ซึ่งอยู่ที่ปารีสในสัปดาห์แห่งแฟชั่นวีคที่ผ่านมาด้วยเมคอัพที่มินิมอลคิ้วอ่อนสุดๆ ของเธอนั่นเอง

แต่สงสัยกันไหมว่าความหลงใหลของความไร้คิ้วนี้มาจากไหน? ถ้าตอบแบบไวๆ ก็คงมาจาก มาดอนน่า (Madonna) ในยุค 1990s ของเธอซึ่งก็ถือว่าเป็นหนึ่งในเทรนด์บิวตี้ของยุค 1990s เลยก็ว่าได้ แต่หากย้อนกลับไปถึงรากฐานจริงๆ ของเทรนด์ไร้คิ้วนี้เพื่อดูจุดเริ่มต้นก็คงต้องตอบเป็น ‘ควีนอลิซาเบธที่ 1 (Queen Elizabeth I) ในศตวรรษที่ 16 ผู้มีใบหน้าอันซีดเซียว และหน้าผากที่กว้างโล้น ซึ่งแท้จริงแล้วมาจากความเชื่อที่ว่า “หากพื้นที่บนหน้าผากเยอะ (ฟังไม่ผิด) คนๆ นั้นจะถูกยกย่องในสังคมชนชั้นสูง”

ผู้หญิงในสมัยนั้นจึงนิยมการถอนคิ้วยิ่งหน้าผากใหญ่และสว่างมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความน่าเชื่อถือในหมู่ผู้ดีมากขึ้นเท่านั้น โชคดีนะที่ในปัจจุบันมีวิธีการทำให้ขนคิ้วสีอ่อนลงหรือวิธีการกำจัดขนคิ้วที่ปลอดภัยและถนอมผิวหนังเรามากกว่าในช่วงศตวรรษที่ 16! แล้วผู้อ่านทุกท่านละ อินกับเทรนด์นี้กันไหม?

Other Articles