Tuesday, November 29, 2022

บทพิสูจน์เพียงลำพังของนักแสดงสาวไร้สังกัด ‘ออม สุชาร์’ ในช่วงเวลา 18 ปี

แม้ยุคสมัยจะผ่านไป วงการบันเทิงยังคงเป็นแดนในฝันของหนุ่มสาวที่มีพรสวรรค์และความสามารถ เรียกว่าเป็นอาชีพที่คนในไม่อยากออก แถมคนนอกก็อยากจะเข้า ปาฏิหาริย์คงไม่มีจริงถ้าไม่มีฝีมือหรือความมุ่งมั่นอดทนพอ น้อยคนที่จะยืนระยะได้ยาว โดยเฉพาะนักแสดงที่ไม่มีสังกัดคอยหนุนอยู่เบื้องหลัง อย่างเช่น ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง หนึ่งในนักแสดงที่เรานึกถึงฝีไม้ลายมือของเธอ สาวหน้าตาน่ารักที่ได้รับเลือกให้สวมบทนางเอกมาตลอด แถมยังใส่คอสตูมชุดนักเรียนได้อย่างไม่เคอะเขิน ถ้าใครได้ดูซีรีส์เรื่องล่าสุดของเธอ ‘Finding the Rainbow สุดท้าย…ที่ปลายรุ้ง’ คงพยักหน้าเห็นด้วยกับเรา

เรื่องนี้มีแต่งแก่ด้วยนะคะ เป็นการเล่าเรื่องผ่านวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก พร้อมกับการเติบโตของคนกลุ่มหนึ่ง เราจะไม่ค่อยเห็นความอลังการงานสร้างขนาดนี้ คอนเซ็ปต์ค่อนข้างไม่เหมือนละครทั่วไป แต่อะไรแบบบี้เป็นสิ่งที่ออมชอบนะ ออมชอบทำอะไรที่มันใหม่ ทันสมัย รู้สึกว้าว สังเกตว่าออมไม่ค่อยเล่นละครที่ดูจะมีเรตติ้งเลยค่ะ (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราหรือเปล่า เขาจะนึกถึงออมในแบบซีรีส์ ซึ่งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ออมว่าเป็นซีรีส์คุณภาพเรื่องหนึ่ง จนคิดว่ากล้าทำได้ยังไง เพราะว่าเราทำงานวงการมานาน เข้าปีที่ 18 แล้วนะคะ ผ่านโปรดักชั่นมาค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เป็นออริจินัลของแพลตฟอร์ม viu ค่ะ โปรดักชั่นเป็นคนไทย

จุดแข็งที่ทำให้ออมมีงานแสดงต่อเนื่องมาตลอดจนเข้าสู่ปีที่ 18 คืออะไร

ออมว่าออมปรับตัวได้ง่ายค่ะ ยืดหยุ่นได้ง่ายกับทุกที่ที่ออมอยู่ และมักจะได้งานจากคนที่เคยใช้งาน ออมคิดเสมอว่าเมื่อเรามีโอกาสได้ร่วมงานกับคนนี้แล้ว เราควรทำตัวน่ารัก ตั้งใจทำงาน เพื่อที่เขาจะได้เรียกใช้เราอีก ซึ่งเป็นลอจิกที่เบสิก แล้วมันก็ทำให้เรามีผลงานออกมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง คงต้องขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส

ออมไม่ได้เติบโตจากการมีสังกัดคอยผลักดันอย่างเหนียวแน่น ออมเป็นฟรีแลนซ์มาตลอด หลังหมดสัญญากับช่องก็ไม่เคยเซ็นสัญญากับใคร ออมต้องสู้ด้วยตัวเอง ไม่มีใครเขียนบทนี้ขึ้นมาเพื่อเรา หรือวางแผนอันนี้มาเพื่อที่ว่าออม-สุชาร์ต้องเล่น แต่ทุกอย่างที่ได้มาเราออดิชั่นเกือบทุกเรื่อง น้อยมากที่จะไม่ออดิชั่น ไม่ว่าละครหรือหนัง มันเหมือนกับว่าเขาเลือกเราเพราะตัวเรา ออมเลยต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เพราะเราเลือกแล้วว่านี่คืออาชีพเรา จะทำยังไงให้เราอยู่ได้ ในเมื่อเราไม่มีผู้ใหญ่ผลักดัน เราก็ต้องพัฒนาตัวเอง เพราะเหตุผลเดียวที่เขาจะเลือกเราก็คือเรามีความสามารถ

ความสามารถของออมยังทำให้ได้ร่วมงานกับประเทศอื่นๆ ด้วย

ส่วนใหญ่เป็นจีนค่ะ ออมคิดว่าถ้าเราลงตัวกับบทหรือมีเวลา ออมจะไปลองทำเพื่อเก็บประสบการณ์ คือออมเป็นคนอยากรู้อยากเห็น บางทีไม่ใช่เรื่องเงินด้วยนะ เหมือนเปิดแชนแนลให้ตัวเองค่ะ ได้ท้าทายศักยภาพตัวเอง แล้วเราทำได้ คำว่าทำได้คือไม่ได้บอกว่าเราเก่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าทำได้ในจุดที่เราพอใจ ออมถือว่ามันเติมเต็มความทรงจำและประสบการณ์ชีวิต ถ้าอนาคตออมมีลูกก็จะมีเรื่องเล่าให้ลูกฟัง ว่าแม่เคยไปเล่นซีรีส์ พูดภาษาจีนด้วยนะ พูดก็ไม่ได้แต่สู้ยิบตาเลย ออมเป็นคนแบบมีดีเอ็นเอที่มีความเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์เรื่องการทำงานประมาณหนึ่งเลยค่ะ คือยอมไม่ได้ รู้สึกว่าไม่น่ามีอะไรที่เราพยายามแล้วทำไม่ได้ ก็เลยขอเขาพูดภาษาจีน พยายามที่จะแอ็กติ้งไปด้วย ใช้ภาษาจีนในการแสดงไปด้วย ค่อนข้างยากค่ะ แต่ออมได้ความทรงจำที่ดีกลับมา เหมือนเป็นการบันทึกประสบการณ์ของเราด้วย

การพัฒนาของนักแสดงที่มีความสามารถอยู่แล้ว ยังจะต้องทำอะไรอีก

มันคือต้องมีความสามารถมากกว่านั้นค่ะ ทุกวันทุกซีนต้องมีความสามารถมากกว่านั้นทุกครั้งไป อันนี้ความคิดของออมนะคะ นั่นหมายถึงว่าเราต้องวัดกับตัวเองค่ะ เวลาที่ทำงานออมจะไม่ได้ดูงานเฉพาะเมืองไทย เพราะออมรู้สึกว่าตอนนี้ทุกคนสเตจเดียวกันหมด คือเกาหลีเล่นยังไง ออมต้องถอดรหัสเลยนะ ในเมื่อทุกคนดูแพลตฟอร์มแบบนี้ ออมคิดว่าต้องทำการบ้านหนัก นักแสดงต่างประเทศเก่งมากๆ ไม่ใช่แค่เกาหลี พอดูเขาเล่นแล้วก็รู้สึกว่าเราต้องเก่งแบบเขาบ้างสิ

สำหรับออมแล้ว อาชีพนักแสดงมันยากจัง หรือว่าราบรื่นดี

ไม่เคยราบรื่นเลยค่ะ ทุกอย่างยากไปหมด เราต้องปรับตัวตลอดเวลา ยิ่งตอนยุคหลังๆ โซเชียลมีเดียยิ่งมีผลมาก ไม่ใช่แค่ต้องตั้งใจแสดงอย่างที่เราเคยคิดแล้ว เราต้องเป็นครีเอเตอร์ด้วย ต้องเป็นผู้กำกับในชีวิตเราด้วย ซึ่งไม่มีก็ไม่ได้นะคะ มันต้องมีเพื่อส่งเสริมงานที่เรารักด้วย ถ้าไม่มีโซเชียลมีเดียเราจะโปรโมตละครทางไหนล่ะ เพราะเราเป็นฟรีแลนซ์ ออมถึงทำช่องยูทูบขึ้นมา (Aom Sushar) เหมือนกับว่าเราเป็นไดเร็กเตอร์ด้วยน่ะค่ะ ช่วงจังหวะนี้แหละที่ออมว่ายาก 

ออมเป็นคนอินโทรเวิร์ดมากค่ะ ไม่ชอบเล่นโซเชียล ไม่เคยพิมพ์สเตตัสเลย ออมไม่มีเฟซบุ๊ก ออมรู้สึกว่าไม่รู้จะบอกเรื่องนั้นเรื่องนี้กับทุกคนทำไม อาจเป็นเพราะออมก้ำกึ่งว่าเราเป็นคนยุค ’90s ด้วยหรือเปล่า ต้องใช้ความกล้าหาญมั้งคะในการออกมาเต้นติ๊กต็อก เดี๋ยวคงต้องเรียนรู้โซเชียลเน็ตเวิร์กแบบจริงจัง และหาสไตล์ที่เราชอบด้วย

เคยอ่านที่ออมให้สัมภาษณ์ว่าจะทำอะไรก็ตามมักจะยึดความชอบเป็นหลัก

ออมไม่ค่อยฝืนความรู้สึกตัวเอง อย่างเช่นเวลาจะรับซีรีส์ หนัง หรือละครแต่ละเรื่อง รู้สึกว่าคิดเยอะมากเลย เพราะเราต้องอยู่กับมัน 6-8 เดือน ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมการผลิต ถ่ายทำ ไปจนถึงการพีอาร์ เลยรู้สึกว่าบทนั้นต้องอยากเล่น อยากพัฒนาจริงๆ คือเรื่องเงินก็ส่วนหนึ่ง แต่ว่าต้องมีความสนุกอยู่ในนั้น เพราะถ้าเราไม่สนุกที่จะทำ มันจะซังกะตายไปเลย ออมอาจจะเป็นคนโชคดี รู้สึกว่าทุกงานที่เราเลือกค่อนข้างจะลงตัวกับเรา มีความสุขทั้งกับทีมงานและงานที่ทำ

ออมภูมิใจอะไรในตัวเองมากที่สุด

ภูมิใจที่หาเงินได้ตั้งแต่เด็ก แล้วเหมือนมีงานตลอดน่ะค่ะ การที่ออมมีงานมันรู้สึกว่าเรามีคุณค่า หมายถึงว่ามีคนชอบเราและอยากเลือกเราทำงานด้วย เป็นสิ่งที่ออมภูมิใจและปลื้มใจที่เขาอยากทำงานกับเรา หรือการที่แฟนคลับชอบผลงานเรา ออมดีใจมากเวลาไปที่ไหนหรือไปต่างประเทศแล้วมีคนมาทักว่าเขาดูเรื่องนี้แล้วชอบมาก หรือตามดูทุกเรื่องเลย รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำแล้วคนมีความสุข ออมก็แฮปปี้ค่ะ

แล้วตัวเราเองล่ะคะ พอใจกับผลงานมากแค่ไหน 

ออมเป็นคนดูงานแล้วไม่ได้อวยตัวเองน่ะค่ะ ชอบหาจุดผิด เพื่อนจะบอกว่าชมตัวองบ้างก็ได้นะ แต่ออมรู้สึกว่าชมแล้วไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าเรามองเห็นจุดผิดพลาด เราสามารถอุดมันได้ในงานหน้า

ใครที่เราอยากขอบคุณเป็นพิเศษ

พ่อแม่ค่ะ ดูคลาสสิกใช่ไหม แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วก็เพื่อนสนิทอีกคน เพราะการที่เราเติบโตมีความคิด เราชอบตัวเองในแบบนี้มันอยู่ที่การเฟรมของคนรอบตัวค่ะ พ่อแม่คือตั้งแต่เราเกิดมาเลย เขาใส่อะไรเข้ามาในตัวเรา หรือแม้กระทั่งเราเติบโตเป็นวัยรุ่น ช่วงนั้นเพื่อนสนิทช่วยเชปเรายังไง ออมให้เครดิตเขามากเลยนะ ออมเชื่อว่าถ้าเรามีเพื่อนไม่ดี ความคิดเราจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเรามีเพื่อนดี เขาจะซัพพอร์ตเราทั้งความคิดและอะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ

นิยามความสุขในแบบของออม 

ออมชอบทำงาน ความสุขคือการได้ทำงานที่ชอบ เป็นงานที่เราบาลานซ์ได้ดีกับสุขภาพ ได้อยู่ในโปรเจ็กต์ที่ทำให้ใจเราเต้น ออมเป็นอย่างนี้จริงๆ นะคะ การเที่ยวไม่ใช่ความสุขที่สุดของออม แปลกมากเลย สมมติมีงานติดต่อเข้ามาและเราอยากทำมาก ใจมันจะเต้น ความสุขของเราอยู่ข้างใน

เวลาเหนื่อยออมมีวิธีรีชาร์จตัวเองอย่างไร

นอนค่ะ กลับไปนอนดูซีรีส์ ทำตัวเละเทะอยู่บ้าน ใส่เสื้อเปื่อยๆ แบบไม่ต้องแต่งหน้า กินอาหารที่อยากกิน เล่นกับหมา เล่นกับหลาน

ออมตั้งเป้าความสำเร็จไว้แบบไหน

ความสำเร็จก็คือความพอใจของเรา เพราะไม่มีอะไรวัดความสำเร็จของคนคนหนึ่งได้เลยค่ะ หรือว่าการได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ที่เยอะมาก? ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ว่าอยู่ที่การบาลานซ์มากกว่า ครอบครัวเราแฮปปี้ไหมตอนนี้ คุณภาพของคนรอบตัวเราเป็นยังไง เราดูแลเขาได้ไหม แล้วงานที่เราทำมีคุณภาพไหม มันคือความสมดุลมากกว่านะสำหรับออม มันคือความพอดี ไม่มาก ไม่น้อย บางทีการทำงานที่ต้องทำตัวให้สวยทุกวันก็เหนื่อยนะคะ ไม่ได้ง่ายเลย

นิยามความรัก

ยากจังเลย ปกติออมไม่เคยคบกับใครนาน คนปัจจุบันนานที่สุดก็คือห้าปี แล้วก็เรียกได้ว่าเป็นแฟนจริงๆ ด้วยความที่ก่อนหน้านั้นเรากำลังเติบโตในวงการ เหมือนเราไม่ได้มีความลึกอะไรเลยในเรื่องความรัก ออมมีแฟนตลอดนะ แต่ไม่มีมิติ พอเป็นแฟนกับคนปัจจุบันก็ค่อนข้างมีมิติในหลายด้าน ออมรู้สึกว่าถ้าเรารักใคร เราอยากเห็นเขามีความสุข ไม่ใช่คิดว่าต้องให้เขามาทำให้เรามีความสุข อย่างนั้นมันจะเครียด ต้องคิดแค่ว่า give แล้วเมื่อไหร่ที่เรา give และได้รับกลับมา อันนั้นคือโบนัส แต่ก่อนออมคิดอย่างนี้ไม่ได้นะคะ พอถึงวันเกิดก็รอว่าเขาจะทำอะไรให้ ทุกข์มาก แต่พอคิดได้อย่างนี้มันเบามากเลย เมื่อไหร่ที่ได้กลับมาจะมีแต่ความรู้สึกดีใจ เพราะว่าเราจะไม่เสียใจอีกแล้วว่าเขาทำอะไร

ออมเคารพในสิทธิของเขา เพราะมนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกใช้ชีวิตของตัวเอง เลือกที่จะจัดสรรเวลาในชีวิตของตัวเองว่าจะทำะไร ออมจะไม่ยุ่งมีพื้นที่ส่วนตัวของเขาเลย ไปเที่ยวกับเพื่อน เอาเลยเต็มที่ ไม่ใช่โทรตามว่าอยู่ไหน กลับมาหรือยัง ออมไม่รู้จะทำไปทำไมเพราะยังไงก็ไม่กลับอยู่ดี (หัวเราะ) แค่เห็นเขามีความสุขก็โอเคแล้ว ซึ่งออมว่าแบบนี้มันเรียลๆ ยาวๆ เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้อง end up แบบนี้ เราจะทะเลาะให้เหนื่อยทำไม เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า แล้วคนก็มักชอบถามว่าจะแต่งตอนไหน ออมไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน มันคือเรื่องการเคารพในสิทธิของกันและกัน ออมเชื่อว่าวันหนึ่งถ้าเขาจะไปมีคนอื่น แปลว่าเขาเลือกชีวิตเขา เราจะไปร้องแรกแหกกระเชอก็ไม่มีประโยชน์ เราอาจจะไม่แมตชิ่งชีวิตเขา เขาเลยต้องไปหาสิ่งอื่น แต่ในเมื่อเขายังอยู่กับเราแล้วมีความสุข นั่นแปลว่าเราเป็นความสุขให้เขาได้

Photographer: Thanut Treamchanchuchai

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Special Thanks: SO/ Bangkok Tel: 0-2624-0000 

Other Articles