5 เรือนเวลาจาก Mido สำหรับคนพิเศษ

ในช่วงที่เทศกาลสำคัญกำลังจะเดินทางมาถึง หลายคนคงกำลังมองหาของขวัญสักชิ้นสำหรับเป็นรางวัลให้ตัวเองหรือมอบให้คนพิเศษในโอกาสสำคัญ ล่าสุดแบรนด์นาฬิกาหรูตามแบบฉบับ Swiss made อย่าง “มิโด” (MIDO) ได้เผยโฉมเรือนเวลาหรู 5 เรือน 5 สไตล์ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

Commander Gradient Denim Blue

 จากตระกูล Commander  หนึ่งในซีรีส์ยอดนิยมตลอดกาลของ  MIDO ที่ได้การยอมรับจากเหล่าคนรักนาฬิกามาอย่างยาวนาน เป็นนาฬิกาที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา คลาสสิก และความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลม พร้อมแต่งพื้นผิวแบบขัดด้านสลับขัดมันที่บริเวณขอบเรือนเวลา ครอบด้วยแผ่นหน้าปัดอะคริลิคโปร่งแสงที่เผยให้เห็นถึงสีสันสโมคกี้บริเวณหน้าปัดในโทนสีน้ำเงินไล่เฉด และการทำงานของชุดจักรกลที่อยู่ภายใน ส่วนเข็มและหลักชั่วโมงถูกนำเสนอมาในสีเงินเพื่อให้รับกับเฉดสีของหน้าปัด พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวาสีขาว โดยตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ 80 ชั่วโมง และสามารถดำน้ำลึกได้ในระดับ 50 เมตร ด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นเรือนเวลาสำหรับหนุ่มที่ชื่นชอบในความหรูหราที่แฝงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

Commander Chronograph Special Edition  

เรือนเวลาสำหรับหนุ่มๆ ที่ชอบสไตล์คลาสสิกเหนือกาลเวลา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจการดีไซน์ตัวเรือนมาจากหอไอเฟล ด้วยขอบตัวเรือนที่มีความบางเป็นพิเศษ พร้อมหน้าปัดทรงกลมที่สะท้อนส่วนโค้งของสถาปัตยกรรมชิ้นเอกได้เป็นอย่างดี บนตัวเรือนสแตนเลสสตีลสีโรสโกลด์ โดดเด่นด้วยสีของหน้าปัดที่เป็นการไล่สีจากสีเทาแบบแอนทราไซต์ (Anthracite) อันโฉบเฉี่ยว ครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่เจียระไนให้เป็นสันเหลี่ยมเพื่อเพิ่มมิติให้กับตัวเรือนจับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลหรือสายผ้าสีเทาที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 60 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง โดยสามารถดำน้ำลึกได้ในระดับ 50 เมตรพร้อมเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา สีขาว ไว้บริเวณหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกา เพื่อช่วยในการอ่านค่าเวลาได้ง่ายขึ้นในที่แสงน้อย

Ocean Star Inspired By Architecture

ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากความงดงามของประภาคารยูโรปาพ้อยท์  โดยทีมดีไซน์ได้หยิบยกนำคุณสมบัติด้านความทนทานและความปลอดภัยของประภาคารที่เปรียบเสมือนแสงนำทางของผู้คนในท้องทะเลมาถ่ายทอดบนเรือนเวลาที่มีดีไซน์อันโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บนตัวเรือนทรงกลมที่เพิ่มความโดดเด่นให้หน้าปัดสีฟ้าด้วยขอบเบเซิล   ครอบด้วยกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน โดยตำแหน่ง 12 นาฬิกา ถูกออกแบบให้เป็นรูปทรงประภาคารสีขาวสลับสีแดง ซึ่งทีมดีไซน์ยังได้สลักรูปประภาคารยูโรปาพ้อยท์  ไว้บริเวณฝาหลังอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวาสีขาวบนเข็มนาฬิกากับหลักเวลาบนหน้าปัด และสีส้มในส่วนปลายของเข็มวินาที ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ส่วนกลไกตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยระบบคาลิเบอร์ 80 ซึ่งเป็นกลไกสมัยใหม่ที่ถูกพัฒนาให้มีพลังงานสำรองสูงสุดถึง80 ชั่วโมง

Ocean Star 200c Titanium

นาฬิกาจากตระกูลโ Ocean Star  เรือนเวลาที่สะท้อนให้เห็นถึงดีไซน์อันแข็งแกร่งของ MIDO ที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากโลกแห่งการดำน้ำ โดยหยิบยกลวดลายอันเป็นเอกลัษณ์อย่างลายเส้นรูปทรงคลื่นมาดัดแปลงผสมผสานให้เข้ากับหน้าปัดสีดำบนตัวเรือนไทเทเนียมที่ทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำทะเลและเหงื่อได้ดี โดยมาพร้อมฟังก์ชั่นของนาฬิกาดำน้ำประสิทธิภาพสูงพิเศษด้านความแม่นยำและเที่ยงตรง ที่สามารถดำน้ำลึกได้ในระดับ 200 เมตร พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวาสีขาว ที่ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายในที่แสงน้อย ส่วนกระจกหน้าปัดทำจากคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารตัดแสงสะท้อนทั้งสองด้าน และฝาหลังถูกสลักเป็นรูปปลาดาว พร้อมขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 80 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง ซึ่งทนทานในทุกสภาพแวดล้อม 

Multifort Skeleton Vertigo

เรือนเวลาจากตระกูล Multifort  โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตที่ชวนให้หลงใหลด้วยหน้าปัดและฝาหลังแบบเปลือย สามารถมองเห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 ที่อยู่ด้านใน ด้วยรายละเอียดการดีไซน์สุดประณีตบรรจง พร้อมลวดลายแนวตั้งบนหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากเส้นสายเคเบิ้ลอันแข็งแกร่งของสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ผสมผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้วยลวดลายเจนีวา สไตรป์ พร้อมเทคนิคการทำสีแบบแอนทราไซต์ เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่ทันสมัย โดยตัวเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวาสีขาว พร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ช่วยป้องกันแสงสะท้อนบนหน้าปัดทั้งสองด้าน โดยฝาหลังได้สลักโลโก้ ‘MIDO’ ไว้อย่างชัดเจน เรียบโก้ด้วยสายรัดสแตนเลสสตีล และตัวล็อคแบบบานพับที่ทำจากเหล็กเคลือบซาติน อีกทั้งยังสามารถสำรองพลังงานยาวนานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมดีไซน์ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ทุกยุคสมัย และฟังก์ชั่นการใช้งานก็ต้องตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน

Other Articles