Thursday, December 8, 2022

บ้านพระยา ตำรับอาหารไทยที่สร้างสรรค์โดย เชฟป้อม-พัชรา พิระภาค

ใครชอบรับประทานอาหารไทย โดยเฉพาะอาหารไทยสูตรเก่าแก่ผสานรสชาติละเมียดละไม เราอยากแนะนำให้ลองแวะมาที่  “บ้านพระยา” ห้องอาหารไทยแห่งใหม่ ภายในอาณาบริเวณของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เพื่อลิ้มรสเมนูอาหารที่สร้างสรรค์โดย เชฟป้อม-พัชรา พิระภาค ผู้เคยคว้าดาววัลมิชลินมาแล้ว 

ขอกล่าวถึงบ้านหลังนี้สักเล็กน้อยสำหรับคนที่ชอบดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์ด้วย “บ้านพระยา” (Baan Phraya)  ตั้งอยู่ฝั่งธนบุรีริมฝั่งแม่น้ำ เดิมเป็นสมบัติของพระยามไหสวรรย์ (กอ สมบัติศิริ) ผู้มีคุณูปการต่อประเทศมากมาย อีกทั้งคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ ภริยาของท่านยังมีชื่อเสียงในด้านการปรุงอาหาร จนเป็นที่เลื่องลือจากงานเลี้ยงรับรองที่จัดขึ้นที่บ้านหลังนี้ 

อดีตอันงดงามนั้นถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเชฟป้อมนำแรงบันดาลใจมาจากสถานที่ สูตรอาหารเก่าแก่ ความพิเศษของอาหารไทย การดึงเอาวัตถุดิบในแต่ละช่วงเวลามาปรุงเป็นอาหารรสเลิศ สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสรสชาติอาหารไทยจริงๆ ผ่านอาหารค่ำ 8 คอร์สที่ได้รับการปรุงอย่างพิถีพิถันประณีตในทุกขั้นตอน บางเมนูได้เลือนหายไปจากวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนไทยไปนานแล้ว  บางรายการมาจากตำราการสอนทำอาหารไทย ของ โรงเรียนสอนทำอาหารไทย ของโรงแรมโอเรียนเต็ลเมื่อในอดีต

หลังจากดื่มเวลคัมดริงก์คอมบูชาที่มีส่วนผสมของมะตูมและน้ำผึ้งมัลเบอร์รี่ออร์แกนิก ก็เรียกน้ำย่อยด้วยม้าฮ่อซึ่งเจลแผ่นสีทอทำมาจากน้ำสับปะรด ตามด้วยขนมดอกจอกไข่ปู ซึ่งได้นำมันปูทะเลมาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบ และใช้น้ำส้มซ่าปรุงรสมันปู  

จานต่อไปคือ ยำถั่วพูหอยเชลล์ ใช้หอยเชลล์จากฮอกไกโด  หมักกับหัวน้ำปลา 100 ปี (จากโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ) พร้อมด้วยไข่นกกระทาดองในน้ำกระเจี๊ยบ ตามด้วยเมนูสุดคลาสสิกเมนูแกงร้อน หรือแกงร้อนวุ้นเส้น แต่เชฟป้อมใช้เนื้อปลาหมึกมากรีดเป็นเส้นๆ แทนการใช้วุ้นเส้น น้ำแกงทำจากกะทิจะมีความหอมเผ็ดร้อนจากพริกไทย 3 ชนิด และมะแขว่น  

คอร์สที่สี่ คือหลามปลาบู่และแจ่วมะเขือเผา เนื้อปลาบู่สับ นำไปใส่ในกระบอกไม้ไผ่แล้วย่างด้วยเตาถ่านจนสุกหอม (เรียกว่าการหลาม) เสิร์ฟกับแจ่วมะเขือเผารสเผ็ดเล็กน้อย รับประทานกับข้าวสวยร้อชนๆ  ส่วนคอร์สที่ห้า เป็นยำสลัดผลไม้ ซึ่งเชฟได้ใช้น้ำส้มซ่ามาเป็นตัวชูรสชาติและกลิ่นที่สร้างความสดชื่น 

เมนูต่อมาคือ กุ้งแม่น้ำย่างซอสน้ำพริกมะขามและหลนมันกุ้ง ใช้กุ้งแม่น้ำตัวโตจากสุราษฎร์ธานี ย่างด้วยเตาถ่าน นำมันกุ้งมาปรุงกับกะทินำเสนอเป็นหลนมันกุ้ง ซึ่งให้ความหอม และมีความมันแบบนวลๆ คล้ายครีม และมีน้ำพริกมะขามรสจัดมาตัดความมันของหลนมันกุ้ง  ส่วนอีกจานคือพะแนงเนื้อวากิวยอดมะพร้าวอ่อน เข้ากับเครื่องเทศที่นำมาทำพะแนง สายเนื้อต้องลอง   

ปิดท้ายมื้อค่ำ ด้วยขนมหวาน ซึ่งนำเสนอขนมไทยสุดคลาสสิกบนรถเข็นให้ท่านได้เลือกมากกว่า 10 ชนิด  อาทิ น้อยหน่าน้ำกะทิ ส้มฉุน และไอศครีมมะพร้าว

• อาหารค่ำแปดคอร์ส ราคาท่านละ 3,500++ บาท

• ให้บริการเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 19.00 น.

• ให้บริการเสิร์ฟอาหารค่ำตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 22.30 น.

กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า กรุณาติดต่อโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โทร 0 2659 9000 หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ www.mandarinoriental.com/bangkok






Other Articles