Monday, November 28, 2022

Royal Osha นำเสนอเมนู Chef’s Table แห่งเหมันต์ฤดู ความสดใหม่ที่คนรักอาหารไทยควรลอง

เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าอาหารที่อร่อยไม่ได้รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแพสชั่นของผู้ที่ปรุงให้เราทานด้วย ถ้าต้องทานอาหารนอกบ้าน คนช่างเลือกอย่างเราจะมีร้านถูกใจแบบนับนิ้วได้ หนึ่งในนั้นคือ Royal Osha (รอยัล โอชา) ร้านอาหารไทย ไฟน์ไดนิ่ง ที่นึกถึงทีไรก็หิวทุกที ที่นี่ไม่ได้ถูกจับจองโต๊ะเฉพาะลูกค้าคนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศด้วย

Royal Osha ปลุกปั้นจากแพสชั่นของสองพี่น้อง จูน-ศุภาพิชญ์ พิทยานุกุล และเชฟพุธ-เกวลิน พิทยานุกุล ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกับเชฟวิชิต มุกุระ เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟชื่อดังเจ้าของมิชลินสตาร์ 1 ดาว ผู้คร่ำหวอดกับอาหารไทยและเดินทางรอบโลกมากว่า 40 ปี คิดค้นเมนูใหม่ Chef’s Table แห่งเหมันต์ฤดู กว่าจะออกมาเป็นแต่ละเมนูที่มีความโดดเด่น โดยยังคงรสชาติอาหารไทยแบบโบราณก็ต้องใช้เวลา เริ่มตั้งแต่สรรหาวัตถุดิบคุณภาพตามฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม โดยมีจุดยืนว่าต้อง ‘ดีที่สุด’ และเมนูจะหมุนเวียนไปตามฤดูกาล

ทั้ง 8 เมนูใหม่แห่งฤดูกาลนี้ผ่านการสร้างสรรค์โดย เชฟวิชิต และเชฟพุธ ผู้วิจัยและพัฒนาเมนู เป็นการรังสรรค์ของสองเจเนอเรชั่นที่ร่วมกันเปิดประสบการณ์อาหารไทยในรูปแบบสดใหม่ที่คนรักอาหารไทยควรมาลองสักครั้ง

ประเดิมจานแรก ทองม้วนต้มยำกุ้งคาเวียร์ ความกรอบของทองม้วนทำเอง มีเนื้อกุ้งสอดไส้อยู่ข้างในพร้อมกับมูสต้มยำ ขนาดกำลังพอดีคำ เวลาเคี้ยวจะได้รสชาติของต้มยำและกลิ่นสมุนไพรของไทยในคำนั้น แตงโมหอยสังข์กับบีทรูทปลาแห้ง หอยสังข์จากประเทศญี่ปุ่น พระเอกสำคัญของจานนี้ เชฟพุธนำมาหั่นบางแล้วเหยาะเกลือหิมาลัย ก่อนย่างจนหอมแล้วท็อปบนแตงโม เสิร์ฟคู่น้ำจิ้มซีฟู้ด เติมกิมมิกด้วยการทำอินฟิวส์กับบีทรูท รังสรรค์เป็นกรานิต้าสีม่วงแดงรสชาติจัดจ้าน ได้ความชื่นใจหลังหมดจาน จานต่อมา ยำสมุนไพรตะไคร้มะแขว่นส้มโอกับขาปูทาราบะ เมนูซิกเนเจอร์ของเชฟวิชิต ที่หยิบของดีในบ้านเราอย่างมะแขว่น ราชาเครื่องเทศเมืองเหนือ มาผสมผสานกับพืชสมุนไพร ส้มโอ เสิร์ฟคู่กับขาปูทาราบะเนื้อนุ่มจากญี่ปุ่นที่ผ่านการย่างจนหอม

ต้มลูกรอกฟัวกราส์ไก่ฝรั่งเศสหนังไก่กรอบ เชฟพุธบอกว่าแรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่เธอชอบแกงลูกรอกมาก ทีเด็ดต้องเริ่มจากหนังไก่ที่ทอดจนกรอบ ก่อนลิ้มรสลูกรอกที่ผสมด้วยฟัวกราส์ในน้ำซุปใสรสกลมกล่อมที่ผ่านกระบวนการตุ๋นตามวิธีการปรุงแบบคนจีนและเคี่ยวนานกว่า 6 ชั่วโมง แกงเหลืองปลาฮิราเมะ ยอดมะพร้าวอ่อนและก้านทูน กับขนมจีน วัตถุดิบแปลกใหม่ที่คนกรุงอาจไม่คุ้นอย่างก้านทูน พืชตระกูลเดียวกับบอน เท็กซ์เจอร์คล้ายกับสายบัวแต่หวานกลมกล่อมกว่า เสิร์ฟพร้อมปลาฮิราเมะจากญี่ปุ่น ทานคู่กับขนมจีน เป็นแกงเหลืองที่ขอบอกว่าโมเดิร์นกว่าใคร

ความเก๋ที่มาพร้อมความอร่อย ล็อบสเตอร์ผัดฉ่า แกะย่างจิ้มแจ่วข้าวหอมมะลิแดง เมนูเมนคอร์ส Surf & Turf ที่รวมอาหารทะเลอย่างล็อบสเตอร์ และเนื้อแดงอย่างแกะย่างไว้ในจานเดียว ล็อบสเตอร์เนื้อหวานให้อารมณ์ ‘บัตเตอร์เซียร์’ จากการนำไปย่างแล้วทาด้วยซอสผัดฉ่าในรูปแบบเจล ข้าวหอมมะลิแดงก็ไม่ธรรมดา เพราะเชฟนำไปผัดแล้วคลุกงาขี้ม่อน

ทานคาวแล้วก็ต้องตบด้วยของหวาน เจลลี่ส้มฉุนผลไม้กับมะกรูดเชื่อม เชฟประยุกต์น้ำส้มซ่าเป็นลอยแก้ว ผลไม้ไทยและญี่ปุ่นตามฤดูกาล ที่เห็นเนื้อใสๆ คือมะกรูดเชื่อม เป็นอะไรที่ปิดท้ายเรียกความสดชื่นได้ดีทีเดียว และสุดท้ายกับ ถั่วแปบ ขนมครกข้าวเหนียวมะม่วง ขนมสอดไส้ ขนมไทยพื้นบ้านซึ่งรอยัล โอชาทำให้กลายเป็นของไม่ธรรมดา ถั่วแปบทำจากแป้งข้าวเหนียวดำแล้วจับวางตั้งให้สวยงาม ขนมสอดไส้โบราณหน้ากะฉีกห่อด้วยใบตองพร้อมสาแหรก และขนมครกสูตรเชฟวิชิตที่หยอดหน้าด้วยข้าวเหนียวมูน ครีมกะทิ คำเดียวจบ

ร่วมสัมผัสความพิเศษของเมนู Chef’s Table ใหม่ ประจำเหมันต์ฤดู ภายในโซนกลาสเฮ้าส์ที่ให้ความเป็นส่วนตัว เพลินไปกับทุกขั้นตอนการปรุงที่มาจากแพสชั่นและความตั้งใจของเชฟทั้งสองอย่างใกล้ชิด ว้าวไปกับไอเดียการนำเสนอรสชาติความอร่อยที่เลอค่าของจริง มีให้เลือกทั้งแบบ 5 คอร์ส ราคา 5,000++ บาท, 8 คอร์ส ราคา 8,000++ บาท และ 12 คอร์ส ราคา 12,000++ บาท บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 มกราคม 2566 นอกจากนี้ยังมีในส่วน Main Dining ที่บริการอาหาร A La Carte และ Set Menu อีกมากมาย

Royal Osha (รอยัล โอชา) เป็นร้านอาหารไทย ไฟน์ไดนิ่งที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ 2 ปีซ้อน ตั้งอยู่ในซอยร่วมฤดี ถนนวิทยุ เปิดทุกวัน มื้อเที่ยง เวลา 11.0015.00 น. และมื้อเย็น เวลา 18.0023.00 น. สำหรับบริการ Chef’s Table โดย เชฟวิชิต มุกุระ กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ สอบถามรายละเอียด โทร. 0-22566555 หรืออีเมล reservations@royalosha.com

Other Articles