Sunday, October 2, 2022

บทบาทที่ท้าทายของแต้ว-ณฐพร ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด ‘Six Characters มายาพิศวง’

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ นักแสดงสาวที่เราคุ้นเคยกับความสามารถในการเล่นละคร ล่าสุดเธอกำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ ‘Six Characters มายาพิศวง’ จาก M Pictures กำกับโดย หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ภาพยนตร์ที่รวมทัพนักแสดงแถวหน้ามาเฉือดเฉือนฝีมือกันอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็น มาริโอ้ เมาเร่อ, แอฟ ทักษอร, แพนเค้ก เขมนิจ ฯลฯ

บทบาท ‘น้ำฟ้า ดารณี’ ดารายอดนิยมผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี คาแร็กเตอร์นี้คงจะไม่มีใครเล่นได้เหมาะเท่าแต้วอีกแล้ว และถึงแม้จะทิ้งช่วงจากการแสดงภาพยนตร์ไปเกือบสี่ปี มีหรือที่สาวแต้วคนนี้จะทำให้แฟนๆ ผิดหวัง

คาแร็กเตอร์ของน้ำฟ้าในเรื่องนี้เป็นยังไงคะ

น้ำฟ้าเป็นคนที่ค่อนข้างรู้คุณค่าของตัวเอง รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรยู่ และคนดูชอบอะไรในตัวเธอ เหมือนรู้สึกว่าตัวเองมีค่ากับคนดู และรู้ว่าต้องทำอะไร เลยทำให้ดูเป็นคนหยิ่งทะนง แต่จริงๆ แล้วก็เป็นเหมือนคนที่มีตำแหน่งมีมงกุฎมีหน้าที่ซึ่งมักจะรู้ว่าอะไรคือใช่ หรืออะไรไม่ใช่ 

สวมบทนี้ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษบ้าง

สำหรับตัวละครนี้แต้วมีเรเฟอเรนซ์เป็นคุณเพชรา เชาวราษฎร์ แต้วได้ดูงานแสดงของเขา ดูสายตา ดูแววตา แล้วก็คุยกับหม่อมเยอะๆ ตอนระหว่างเวิร์กช็อปก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยได้มากๆ เพราะทำให้เราได้ความสัมพันธ์ที่นอกเหนือจากหน้าที่การงาน เราสนิทกับเพื่อนร่วมงานจากการเวิร์กช็อปตรงนั้นด้วย ซึ่งสามารถเอามาเป็นวัตถุดิบในการทำการบ้านต่อ แล้วเรื่องนี้เราก็เวิร์กช็อปกันค่อนข้างเยอะด้วย 

การแสดงเรื่องนี้ถือว่ายากหรือง่ายสำหรับแต้ว

ยากค่ะ ด้วยความที่ไม่ใช่ละครแต่เป็นหนัง แล้วก็เป็นหนังที่ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ ด้วย เราคาดการณ์จากที่หม่อมเล่าให้ฟังในตอนแรกก็ยังรู้สึกว่าหน้าตาจะออกมาเป็นยังไงนะ ค่อนข้างใช้สมาธิกับมันค่อนข้างเยอะ 

ตอนแรกที่ถูกทาบทามให้มาเล่น คิดยังไงในแง่ของเนื้อเรื่อง

รู้สึกว่าน่าสนใจโดยที่เราไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะ เวลาจะเล่าให้คนอื่นฟังก็แค่ว่ามีตัวละคร 6 ตัวที่อยู่ดีๆ ก็โผล่มา แล้วก็มาขอให้ทำเรื่องของเขาให้จบ มันดึงความสนใจเราไว้ได้ทันที อันนี้คือตอนต้นเลยนะ เรารู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่คลาสสิกและสะท้อนสังคมได้ทุกยุคทุกสมัย มันกระแทกใจเรามาก ในแง่ของยุคนี้ที่เรามัวแต่ให้คุณค่ากับอะไรนอกตัว กับสิ่งที่สมมติขึ้นมา อย่างการเป็นดารา การมีชื่อเสียง จนทำให้เราลืมมองหาความจริงของชีวิตว่าจริงๆ แล้วเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร และอะไรคือสิ่งที่เราต้องให้ค่ากับมันจริงๆ แต้วว่ามันเป็นเมสเสจที่คลาสสิกและสามารถเตือนเราได้ทุกยุค

หมายความว่าคนดูสามารถมีส่วนร่วม หรืออินไปด้วยได้ใช่ไหม

แน่นอนค่ะ วงการภาพยนตร์หรือวงการมายาที่พูดถึงเป็นแค่ตัวอย่างของเปลือกที่ถูกจัดฉากไว้ เรายกสิ่งนี้มาเป็นการเปรียบเทียบเฉยๆ เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น แต้วว่ามันเป็นบทบาทหน้าที่หนึ่งซึ่งไม่ได้ต่างกับอาชีพอื่นๆ มันคือเรื่องราวของคนที่อยู่ในสังคมน่ะค่ะ

ร่วมงานกับหม่อมเป็นครั้งแรกด้วย เล่าความรู้สึกให้ฟังได้ไหม

ตอนแรกรู้สึกประหลาดใจ คือเรารู้อยู่แล้วว่าหม่อมเป็นบุคคลที่ให้ใจและศรัทธาเต็มที่มากๆ กับงาน แล้วการที่หม่อมจะเลือกใครมาทำงาน เขาต้องคิดดีแล้วจริงๆ ว่าคนคนนั้นจะมาอยู่ในผลงานของเขา พอเราได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ เรารู้สึกว่าทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น แล้วก็ได้รับคำเตือนตั้งแต่แรกว่ามันไม่ง่ายนะ และด้วยการทำงานของเรา ไม่ว่าจะทำอะไรเราจะตั้งใจทำงานให้เหมือนเป็นชิ้นสุดท้ายที่เราจะได้ทำ ยิ่งเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับอาจารย์ของเราด้วย ฟีลลิ่งตรงนั้นก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้นไปอีก

หลังจากได้ร่วมงานกับหม่อม เรารู้สึกว่าเหนื่อยนะ ในการทำงานทุกอย่างเลย แต่ว่าวันที่ได้เห็นทีเซอร์ครั้งแรก เรารู้สึกเลยว่าจากคนที่ทำงานการแสดงมาพอสมควร คือเราไม่ได้บอกว่าตัวเองมีประสบการณ์มากมายหรือเก่งอะไร แค่จะบอกว่าเราไม่ค่อยเซอร์ไพรส์ในงานตัวเองเท่าไร หมายถึงว่าเราทำเต็มที่กับมันทุกอย่างแหละ แต่ว่าบางทีอาจจะด้วยความเคยชินหรืออะไรต่างๆ เรายังรู้สึกว่าไม่ได้เซอร์ไพรส์ตัวเองขนาดนั้นกับงานที่ผ่านมา แต่สำหรับงานนี้มันเหมือนกับว่าเราไม่ได้ต้องพยายามอะไรมาก แล้วตัวละครก็กลืนไปกับตัวเรา เรายังเซอร์ไพรส์ตัวเองเลยตอนที่เห็นภาพในทีเซอร์ รู้สึกว่าความทุ่มเทที่เราทำตรงนั้นมันไม่ใช่แค่เราคนเดียว แต่คือทั้งทีมที่พยุงกันไป กลายเป็นว่ามันเห็นผล แล้วทำให้เราเซอร์ไพรส์ได้ในซีนนั้น

ได้ข้อคิดหรือเรียนรู้อะไรจากการทำงานกับหม่อมบ้าง

มันไม่เชิงเป็นข้อคิดนะคะ แต่เป็นวิธีการทำงานมากกว่า คือมีบางทีเวลาทำงานแล้วเรารู้สึกว่าไม่อยากไปซ้อมอะไรเยอะแยะมากมาย เพราะอาจจะทำให้ขาดความสดใหม่ในการแสดง แต่ว่าวิธีการแบบนี้เป็นสิ่งที่เราทำกันในกอง เราให้ความสำคัญกับการซ้อมยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ซึ่งมันผิดไปจากความรู้สึกก่อนหน้านี้ที่เราคิดว่าจะไม่สดหรือเปล่า และกลายเป็นว่าถ้าเราเปลี่ยนโฟกัสว่าเราไม่ได้ซ้อมเพื่อจะให้เป๊ะทุกคิว แต่เป็นการเก็บความรู้สึกแปลกใหม่ต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นมาช่วยในการแสดงซึ่งจริงๆ ใช้เวลาถ่ายไม่กี่นาทีให้เข้มข้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันมีการตกตะกอนในหลายๆ ครั้งที่ซ้อม สุดท้ายเราก็เข้าใจว่ามันเป็นวิธีการทำงานอีกแบบหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า เอ้อ มันก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกัน 

เพื่อนร่วมงานล่ะคะ ใครที่แต้วคาดไม่ถึงว่าจะเล่นได้ขนาดนี้

โอ้ค่ะ ต้องบอกว่าแต้วเคยแสดงกับโอ้ เป็นละครเรื่องแรกที่เขามาเล่นกับช่อง 3 คือก่อนหน้านั้นเขาเล่นหนังมาแล้วล่ะ แต้วจำได้ว่าโอ้ยังมีความ nervous ต่างๆ ถามเราโน่นนี่นั่น แต่ครั้งนี้เราเห็นว่าเขาเอาอยู่มากๆ โดยที่ไม่ต้องพยายามอะไร เขาเป็นคนที่เปิดรับ แล้วมันกลายเป็นว่าเขาเป็นผู้กำกับที่มีเสน่ห์มากในเรื่อง เราเลยแบบ เอ้ย! เจ๋งอะ

ฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ สำหรับแต้วมันเป็นเหมือนรีเสิร์ชชิ้นหนึ่งที่เรารวบรวมพลังในการทำงานทั้งหมดที่สั่งสมมา แล้วมันก็มาอยู่ในภาพยนตร์ และเป็นการร่วมงานของศิษย์กับอาจารย์ ทุกคนมาใส่พลังกันเต็มที่ ซึ่งมันให้อะไรกับคนดูแน่นอน แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะดูยาก สำหรับแต้วมันคือการที่เราแค่ไปรับรู้ทุกอย่างที่ตัวละคร 6 ตัวจะมาขอร้องให้ทำเรื่องราวของเขาให้จบ เหมือนกับที่ตัวน้ำฟ้าค่อยๆ รับรู้ไป ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเราได้อ่านหนังสือดีๆ เล่มหนึ่งที่ให้คุณค่าภายในเวลาสองชั่วโมงกว่าๆ 

Six Characters มายาพิศวง ดัดแปลงมาจากบทละครเวทีเรื่อง Six Characters in Search of an Author ประพันธ์โดย ลุยจิ ปิแรนเดลโล นักประพันธ์ชาวอิตาเลียนเจ้าของรางวัลโนเบล เล่าเรื่องของกลุ่มคนลึกลับ 6 คน ซึ่งอ้างตัวว่าเป็น ‘ตัวละคร’ ที่ผู้ประพันธ์ได้สร้างชีวิตของพวกเขาขึ้นมา และด่วนเสียชีวิตลงก่อนที่เรื่องราวของพวกเขาจะจบลง ทั้ง 6 ได้ขอร้องให้ผู้กํากับช่วยสร้างให้ชีวิตของพวกเขาจบลงอย่างสมบูรณ์ ซึ่งสร้างความ ‘ปั่นป่วน’ ‘โกลาหล’ ‘พิศวงงงงวย’ และ ‘ขบขัน’ ให้กับทุกคนในกองถ่าย เมื่อผู้กํากับตัดสินใจให้เหล่านักแสดงของเขาถ่ายทอดชีวิตของตัวละครทั้ง 6…ท่ามกลาง ‘ความระทึกขวัญ

เตรียมรอชม ‘Six Characters มายาพิศวง’ พร้อมกันในโรงภาพยนตร์ วันที่ 15 กันยายนนี้

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Other Articles