Friday, September 30, 2022

Mrs Harris Goes To Paris ภาพยนตร์ที่สายแฟชั่นต้องดู

ใครจะคิดว่าแม่บ้านที่รับจ้างทำความสะอาดห้องธรรมดาจะได้เข้าไปอยู่ในโลกโอตกูตูร์หรือแฟชั่นชั้นสูงได้! ต่ก็นั่นแหละ เสน่ห์ของวรรณกรรม “Mrs. Harris Goes to Paris” ของนักเขียน Paul Gallico ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1958 แถมยังประสบความสำเร็จในการสร้างเป็นซีรีส์และละครเวทีมาแล้ว เและล่าสุดได้รับการดัดแปลงสู่จอภาพยนตร์

“Mrs. Harris Goes to Paris”  เล่าถึงแม่บ้านหญิงม่ายที่วันหนึ่งทำความสะอาดบ้านนายจ้างหญิงคนหนึ่งแล้วได้เห็นชุดเดรสโอตกูตูร์ของดิออร์ที่แขวนอยู่ในตู้ แน่นอนว่าเธอรู้สึกเหมือนต้องมนตร์! เธอผู้มีชีวิตเรียบง่ายและไม่ต้องการสิ่งใดได้ตัดสินใจใช้ได้ตัดสินใจใช้เงินเดินทางไปยังปารีส เมืองแฟชั่นของโลก เพื่อทำตามความฝันในการซื้อชุดเดรสโอตกูตูร์ของดิออร์ ที่นั่นเธอได้พบกับมิตรภาพและได้พบกับเบื้องลึกเบื้องหลังในแวดวงแฟชั่นเกินกว่าที่เธอคาดคิด

แน่อนว่าเหตุการณ์ในเรื่องนั้นอ้างอิงประวัติศาสตร์แฟชั่นในยุค 1950s ซึ่งเป็นช่วงที่วงการแฟชั่นโลกกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากสงครามโลก คริสเตียน ดิออร์คือดีไซเนอร์ผู้ปลุกชีวิตของโลกแฟชั่นอันซบเซาขึ้นมาใหม่ด้วยชุดที่เรียกกันว่า ‘นิวลุค’ …. และเพื่อให้ตรงตามประวัติศาสตร์มากที่สุดภาพยนตร์ “Mrs. Harris Goes to Paris” จึงได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลจาก House of Dior พร้อมทั้งได้ Jenny Beavan (เจนนี่ บีแวน) นักออกแบบเครื่องแต่งกายเจ้าของรางวัลออสการ์ถึง 3 ครั้งจาก A Room with a View ปี 1987 , Mad Max: Fury Road ปี 2016 และล่าสุด Cruella (ครูเอลล่า) ในปี 2022 มาถ่ายทอดเครื่องแต่งกายของ Dior ในปี 1947s ให้ทั้งแฟนหนังและสายแฟชั่นได้ตื่นตาตื่นใจ

ความพิเศษของการร่วมงานในครั้งนี้ Dior ได้อนุญาตให้ Jenny Beavan (เจนนี่ บีแวน) เข้าถึงข้อมูลสำคัญในพิพิธภัณฑ์ Dior เพื่อศึกษาและทำชุดใหม่ในคอลเลกชั่นปี  1950s จากบันทึกของ Dior สำหรับใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ และยังสามารถยืมชุดจากคอลเลกชัน Dior’s Heritage เพื่อเข้าร่วมฉากงานแฟชั่นโชว์ในภาพยนตร์อีกด้วย “มันเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายในการทำงานครั้งนี้ เพราะแฟชั่นในเรื่อง “Mrs. Harris Goes to Paris” จะเป็นการอ้างอิงเรื่องของวงการแฟชั่นในช่วง 1947-1950 ซึ่งเป็นยุคที่วงการแฟชั่นกำลังฟื้นฟู โดยเฉพาะกับ Dior ที่ถือกำเนิดชุดเดรสลายดอกที่มีคัตติ้งและซิลูเอทอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นคอลเลกชั่นที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น

Jenny Beavan เจ้าของรางวัลออสการ์สาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมยังบอกว่า “เราได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทาง Dior ฉันได้ใช้เวลาแสนพิเศษที่พิพิธภัณฑ์ Dior ในปารีสเพื่อศึกษาเอกสารบันทึกต่างๆ ร่างการออกแบบ ตัวอย่างผ้า รวมไปถึงเทปบันทึกการแสดงแฟชั่นโชว์ พระเจ้า มันคือขุมทรัพย์แห่งประวัติศาสตร์แฟชั่น ซึ่งฉันก็ได้พบว่าชุดโอตกูตูร์เหล่านั้นมีความซับซ้อนในการออกแบบและการตัดเย็บเป็นอย่างมาก ฉันและทีมต้องใช้เวลาในการศึกษาอย่างละเอียดและใช้ฝีมืออย่างเต็มที่เพื่อถ่ายทอดออกมาให้เหมือนต้นฉบับที่สุดจนออกมาเป็นทั้ง 16 ชุด ตั้งแต่เดรสกลางวัน ชุดราตรี ไปจนถึงชุดแต่งงานซึ่งเป็นชุดฟินนาเล่ และทาง Dior ก็ได้เซอร์ไพรส์เราอีกครั้งด้วยการให้เรายืมโอตกูตูร์ห้าชิ้นจากคอลเลคชัน Dior’s Heritage เพื่อเข้าฉากแฟชั่นโชว์นี้ที่เป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์อีกด้วย”

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมในต่างประเทศมาแล้ว โดยได้รับคะแนนจาก Rotten Tomatoes ถึง 95% การันตีด้วยทีมงานและนักแสดงระดับออสการ์ อาทิ Lesley Manville (เลสลีย์ แมนวิล) นักแสดงหญิงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงในปี 2018 และยังได้ Lucas Bravo (ลูคัส บราโว) นักแสดงและนายแบบหนุ่มเจ้าเสน่ห์ชาวฝรั่งเศสที่ดังแบบข้ามคืนจากซีรีส์ Emily in Paris มาร่วมแสดงอีกด้วย

บอกเลยว่านี่คืออีกหนึ่งภาพยนตร์ที่คอหนังและคอแฟชั่นห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง โดยทางโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ได้ร่วมกับ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) หรือ UIP เตรียมนำ “Mrs. Harris Goes to Paris”  มาฉายเป็น Exclusive Movie เฉพาะที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนนี้






Other Articles