Sunday, October 2, 2022

ความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดของแผนกนาฬิกา CHANEL Haute Horlogerie

CHANEL Haute Horlogerie เป็นมากกว่าเพียงเครื่องบอกเวลา แต่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขอบเขต ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และวัสดุชั้นเลิศ 

“ผมมองว่าสิ่งที่เป็นตัวกำหนดจังหวะวิถีของ Chanel ไม่ใช่การบอกเวลา แต่มันคือเสน่ห์ที่น่าหลงใหล” Arnaud Chastaingt ผู้อำนวยการสตูดิโอสร้างสรรค์นาฬิกาของชาเนลกล่าวถึงแนวทางในการสร้างสรรค์นาฬิกาอันเป็นแบบฉบับของแบรนด์ ด้วยวิสัยทัศน์ในการผลิตนาฬิกาที่โอบรับความกล้าหาญและสไตล์ที่มีความเป็นผู้หญิง ผสานอิสระในการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ทำให้นาฬิกาของชาเนลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังจะเห็นได้จากผลงานร่วมสมัยประจำปีนี้ ซึ่งมีทั้งรุ่นที่สวมใส่ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงผลงานศิลปะชิ้นเอกที่เป็นการมาบรรจบกันของศาสตร์นาฬิกาชั้นสูงและแฟชั่นชั้นสูง 

-ก่อนอื่นอยากให้ช่วยเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับแคปซูลคอลเลกชั่นรูปแบบใหม่ค่ะ

“คอลลเลกชั่นแคปซูลนี้มีชื่อว่า WANTED แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องราวของความปรารถนา เป็นแรงดึงดูดของตัวอักษร 6 ตัวที่ประกอบกันเป็นคำว่า CHANEL ซึ่งแทบจะแยกจากกันไม่ได้และเป็นซิกเนเจอร์ของผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ในครั้งนี้ คำว่า ‘ชาเนล’ เป็นได้ทั้งชื่อผู้หญิง ดีไซเนอร์ เรื่องราว วิสัยทัศน์ สไตล์ แบรนด์ ฟอนต์ตัวอักษร โลโก้ อัตลักษณ์ด้านกราฟิก รหัส สัญลักษณ์ ตำนาน…​สำหรับผมตัวอักษรทั้ง 6 เป็นบทกวีแห่งความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าหาญ และความเป็นเลิศ ผมเองยังทึ่งกับพลังกราฟิกของโลโก้นี้มาโดยตลอด 

“ปกติแล้วชื่อชาเนลจะแฝงอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาอย่างกลมกลืนไปกับดีไซน์ แต่ในคอลเลกชั่นนี้ตัวอักษรทั้ง 6 ปรากฏในรูปแบบกราฟิกโดดเด่นสะดุดตา หัวใจของกระบวนการสร้างสรรค์แคปซูลคอลเลกชั่นนี้คือการประทับโลโก้ชาเนลไว้บนนาฬิกาแต่ละรุ่นด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นาฬิกา J12 เปิดตัวในขนาด 38 มม. เฉดสีดำมันวาวดูโดดเด่นแต่สุขุม องค์ประกอบกราฟิกบนหน้าปัดและขอบตัวเรือนถูกตัดออกไป แต่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของความเป็น J12 เอาไว้ และเพิ่มเติมชื่อชาเนลในแบบกราฟิกทรงพลังเหมือนตราประทับ เป็นลายกราฟิกสีขาวขยายใหญ่ทั่วหน้าปัด และซ้อนทับกับขอบตัวเรือนซึ่งเป็นเฉดสีดำ ส่วนรุ่นตัวเรือนเซรามิกสีขาวขนาด 33 มม. มาพร้อมกับลายโลโก้ที่แผ่กระจายตั้งแต่หน้าปัดจรดขอบตัวเรือน และยังจัดองค์ประกอบแบบอสมมาตรอย่างมีศิลปะ เป็นสองดีไซน์แรกจากคอลเลกชั่น WANTED ที่เล่นกับคู่ตรงข้ามด้วยการหยิบเอาลวดลายของชาเนลมาตีความในรูปแบบที่ต่างกัน”

-คอลเลกชั่น WANTED ยังมีรุ่น Première, BOY.FRIEND และ Code Coco ด้วยใช่ไหมคะ

“ในรุ่น Première มีตัวอักษร 6 ตัวห้อยลงมาจากสายนาฬิกาแบบโซ่เหมือนกำลังเต้นรำอยู่บนข้อมือ ผมชอบความเป็นอิสระของนาฬิการุ่นนี้ เป็นการสร้างสรรค์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจจริงๆ ส่วนนาฬิกา BOY.FRIEND มีตัวอักษรสตีล 6 ตัวตรึงอยู่กับสายหนัง ส่วนตัวเรือนซึ่งอยู่ระหว่างคำว่า CHA และ NEL ตกแต่งหน้าปัดแบบพิกเซล ทำให้นึกถึงจิตวิญญาณของยุค ’90s สำหรับ Code Coco มาพร้อมพลังกราฟิกของตัวอักษร 6 ตัวที่ประดับบนสายหนังสไตล์ร็อกแอนด์โรล เรียกได้ว่าเป็นคอลเลกชั่นที่ปลดปล่อยตัวเองออกจากมาตรฐานดั้งเดิมทั้งหมด”

-ทราบมาว่ายังมีคอลเลกชั่นนาฬิกาชั้นสูงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีแดงด้วย

“กาเบรียล ชาเนลชอบพลังของสีแดง เธอเคยพูดไว้ว่า ‘ถ้าคุณรู้สึกเศร้า…จงทาลิปสติกแล้วออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ’ เธอใช้สีแดงเป็นอาวุธช่วยเพิ่มความมั่นใจในการแสดงออกของผู้หญิง ขับเน้นโครงสร้างของแจ๊กเก็ตและทำให้ซับในของกระเป๋า 2.55 ดูสว่างขึ้น สีแดงซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของชาเนลได้ถูกนำมาสร้างสรรค์นาฬิกา J12 X-Ray และ BOY.FRIEND Skeleton ที่ได้รับการตีความใหม่สองแบบ ผมชอบความโดดเด่นของกลไกที่ประกอบขึ้นด้วยสีแดง ความเย้ายวนของการผสมผสานสีเบจโกลด์กับทับทิม ความสง่างามของคริสตัลแซฟไฟร์ ไม่มีพื้นที่ทึมเทาสำหรับสีแดง เพราะความสง่างามของสีนี้ชัดเจนที่สุด” 

-ปี 2022 นี้เป็นการเริ่มบทใหม่ของ J12 อยากให้คุณเล่าถึงคาลิเบอร์ใหม่ให้ฟังสักนิด

“Calibre 5 เป็นกลไกลำดับที่ 5 ซึ่งคิดค้นโดยชาเนล เป็นแบบ Flying Tourbillon ออกแบบในปารีส พัฒนาและประกอบโดยช่างนาฬิกาที่โรงงานของเรา ณ เมืองลาโซซ์-เดอ-ฟงด์ เราประดับเพชรเม็ดเดียวตรงกลางของทูร์บิญงซึ่งจะหมุนไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของกลไก ทำให้จังหวะเวลาของนาฬิการุ่นนี้ล้ำค่าและชวนหลงใหล 

“สำหรับเพชรเม็ดเดี่ยวนี้ เราเจียระไนแบบ 65 เหลี่ยมซึ่งออกแบบมาเพื่อนาฬิการุ่นนี้โดยเฉพาะ เพชรเป็นอัญมณีโปรดของกาเบรียล ชาเนล และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผมมาโดยตลอด โครงสร้างของนาฬิกาใช้บริดจ์ทรงกลมสีดำหลายชุดตามลายกราฟิกของการผลิตนาฬิกาชาเนล เพชรที่ทอประกายแห่งความวิจิตรบรรจงตัดกับสีของกลไกอันงดงาม กรงทูร์บิญงและเข็มนาฬิกาก็ประดับเพชรด้วยเช่นเดียวกัน

“เพื่อเป็นการฉลองการมาบรรจบกันของ J12 และกลไกใหม่นี้ ผมจึงดีไซน์ผลงานออกมาสองแบบ แบบหนึ่งเป็นเซรามิกดำมันวาว ขอบตัวเรือนประดับเพชรบาแก็ตต์ ส่วนอีกแบบเป็นเซรามิกดำด้าน ซึ่งเป็นลุคที่หาได้ยากและพิเศษกว่าเรือนไหนๆ การประดับเพชรกลางทูร์บิญงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความงาม แต่ยังเรียกได้ว่าเป็นชัยชนะทางด้านเทคนิคเลยทีเดียว เป็นการท้าทายกฎเดิมๆ และทำให้ฝันกลายเป็นจริงจนกลายมาเป็น J12 Diamond Tourbillon”

 

-หลังจากเปิดตัว J12 Calibre 12.1 เมื่อปี 2019 และ J12 12.2 Edition 1 ในปี 2021 ล่าสุดยังได้นำเอากลไก Calibre 12.2 มาใส่ไว้ในนาฬิกา J12 ขนาด 33 มม. ด้วย

“นี่คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของชาเนลในการติดตั้งกลไกที่ดีที่สุดในนาฬิกา Calibre 12.2 เป็นกลไกอัตโนมัติที่ Kenissi Manufacturing ผลิตขึ้นเพื่อชาเนลโดยเฉพาะ สามารถสำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง และยังได้รับการรับรองความเที่ยงตรงจากสถาบัน COSC การสร้างกลไกนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง เนื่องจาก Calibre 12.2 ไม่ใช่เวอร์ชั่นย่อส่วนของ Calibre 12.1 แต่เราต้องพัฒนาชิ้นส่วน 174 ชิ้นขึ้นมาใหม่ นอกจากในรุ่นเซรามิกธรรมดาแล้ว กลไกนี้ยังบรรจุอยู่ในนาฬิกาชั้นสูง J12 ขนาด 33 มม. ทั้งสองรุ่นด้วย โดยรุ่น J12 Baguette Diamond Bezel มาในโทนอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานเซรามิกสีขาวกับขอบหน้าปัดประดับเพชรทรงบาแก็ตต์ ส่วนรุ่นที่สอง J12 Baguette Diamond Star ตัวเรือนและสายไวท์โกลด์ ประดับด้วยเพชรบาแก็ตต์ทั้งเรือน” 

-คุณนำ Mademoiselle และ J12 กลับมารวมกันอีกครั้งในปีนี้ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ

“คอลเลกชั่น Mademoiselle J12 ในปี 2017 ทำให้ผมเกิดไอเดียทันทีตั้งแต่แรกเห็น และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผมมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างรุ่น Mademoiselle J12 La Pausa โดยนำกาเบรียล ชาเนลไปสู่ La Pausa บ้านพักตากอากาศของเธอที่เฟรนช์ริเวียรา ตกแต่งซิลลูเอตรูปมาดมัวแซลในชุดกะลาสีดูผ่อนคลาย ทำงานด้วย Calibre 12.1 ในเวอร์ชั่นสีดำล้วน ส่วน J12 Gabrielle Calibre 3.1 มาพร้อมซิลลูเอตอันเป็นเอกลักษณ์ของกาเบรียลในชุดสีดำพร้อมสร้อยมุก หน้าปัดฉลุสร้างเอฟเฟ็กต์กราฟิกในหลายระดับ ตั้งแตการผสานกับเข็มนาฬิกา กลไกการทำงาน และมาดมัวแซลชาเนลซึ่งเป็นผู้รักษาเวลาตัวจริงโพสท่าอยู่ในกรอบตัวเรือนไวท์โกลด์ประดับเพชรบาแก็ตต์ และที่ขาดไม่ได้คือ Mademoiselle J12 XS ตัวเรือนขนาดเล็กเกาะด้วยซิลลูเอตมาดมัวแซล ชาเนลดูสนุกสนานซุกซน ผลิตจากไวท์โกลด์ตกแต่งแล็กเกอร์สีดำ และเสริมด้วยหมวกฟางสีทูโทนประดับเพชร”

-ในปี 2020 คุณได้สร้างความประทับใจด้วยคอลเลกชั่นนาฬิกาชั้นสูง Mademoiselle Privé BOUTON และตามมาด้วยแหวน Bouton ในปี 2021 แล้วสำหรับปี 2022 ล่ะคะ 

“คอลเลกชั่นนี้เผยแง่มุมที่เป็นส่วนตัวที่สุดในการผลิตนาฬิกาของชาเนล มีความเฟมินีนมากที่สุด และเป็นคอลเลกชั่นที่พิเศษสุดด้วย เป็นคอลเลกชั่นที่ยกย่องความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้ของแบรนด์ชาเนล สำหรับผม นี่เป็นการแสดงออกด้านศิลปะที่พิเศษมากๆ สำหรับเอดิชั่นที่สามนี้ คอลเลกชั่น Maemoiselle Privé BOUTON ยังคงยึดมั่นในทักษะศิลปะที่โดดเด่นและงานฝีมืออันยอดเยี่ยมเช่นเคย ในปีนี้ผมเลือกที่จะนำแนวทางของชุดเครื่องประดับมาใช้ โดยคอลเลกชั่นนี้ประกอบด้วยเครื่องประดับสามชิ้นที่ตกแต่งด้วยไข่มุกสีทองซึ่งเป็นอัญมณีที่ผมชื่นชอบมาตลอด กระดุมประดับมุกครึ่งเม็ดสีทองถูกนำมาใช้บนสร้อยโซตัวร์ แหวน และกำไล ผมชอบมิติความลึกและกลิ่นอายโลกตะวันออกของไข่มุกสีทอง หลังจากที่เคยใช้ผ้าทวีดและหนังลายควิลต์ไปแล้ว คราวนี้ผมเลือกใช้ผ้ากำมะหยี่มันวาวเป็นเอกลักษณ์ในกำไลสองรุ่นใหม่ อย่างกำไลกำมะหยี่สีแดงแต่งกระดุมดอกคามิเลียดูโดดเด่น”

-ชาเนลเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในโลกนาฬิกามาตลอด 35 ปี และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุด คิดว่าอะไรทำให้นาฬิกาชาเนลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

“ชาเนลเป็นแบรนด์แห่งการสร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งก็รวมถึงการผลิตนาฬิกาด้วย อิสระในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์และองค์ความรู้เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ นี่คือพื้นฐานของการสร้างสรรค์ของชาเนลทั้งในการผลิตนาฬิกาธรรมดาและนาฬิกาชั้นเลิศ นับตั้งแต่ปี 1987 ชาเนลได้ก้าวเข้าสู่โลกนาฬิกาด้วยอิสรภาพที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของเราด้วยการเปิดตัวนาฬิกาเรือนแรกรุ่น Première และอีก 35 ปีต่อมา ศิลปะการสร้างสรรค์ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ ดังจะเห็นได้จากนาฬิการุ่นใหม่ของเรา” 






Other Articles