Monday, June 27, 2022

Van Cleef & Arpels เผยโฉมสุดยอดนาฬิกาข้อมือ Lady Arpels Heures Florales

Van Cleef & Arpels ยึดมั่นในปรัชญา Poetry of Time สร้างสรรค์นาฬิกาที่ถือกำเนิดจากความฝันกับจินตนาการ หน้าปัดประดับดอกไม้ที่เบ่งบานบอกชั่วโมงที่ผ่านไป

สำหรับ แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เพลส์ กาลเวลาที่ผันผ่านเต็มไปด้วยความสวยงาม การสร้างสรรค์นาฬิกาจึงเป็นศิลปะ ความเพลิดเพลินใจ ความงดงามของการตกแต่ง และความอัศจรรย์ใจของกลไกซึ่งไม่ธรรมดา จึงทำให้นาฬิกาของเมซงเป็นมากกว่าอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่น ดังเช่นผลงานใหม่ล่าสุด Lady Arpels Heures Florales (เลดี อารเปลเซอรส์ฟลอราลส์) และ Lady Arpels Heures Florales Cerisier (เลดี อารเปลเซอรส์ ฟลอราลส์ เซอริสิเยร์) ที่ไม่เพียงดงามด้วยศิลปะการตกแต่ง แต่กลไกยังน่าทึ่งด้วย

นาฬิกาทั้งสองรุ่นใหม่นี้นำแรงบันดาลใจจากแนวทางการออกแบบนาฬิกาดอกไม้หรือ Horologium Florae (โฮโรโลเจียม ฟลอแร) ของ คาร์ล วอน ลินเน (Carl von Linné) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์ ดังเช่นที่ปรากฏในหนังสือ Phisosophia Botanica ในปี 1751

Horologium Florae ไม่ใช่นาฬิกาจริงๆ แต่เป็นรูปแบบการทำจัดแปลงดอกไม้ประเภทหนึ่งซึ่งตั้งใจให้ดอกไม้ทำหน้าที่แสดงเวลา โดยเริ่มจากการเลือกดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่แย้มกลีบและหุบกลีบกันคนละช่วงเวลามาปลูกลงในแปลงโดยอาจจะจัดเรียงให้เป็นรูปร่างเหมือนนาฬิกา เท่านี้ก็ทำให้เราได้แปลงดอกไม้ที่สามารถแสดงเวลาได้ (แต่น่าจะยังไม่มีใครลองทำมาก่อน)

Van Cleef & Arpels นำหลักการเดียวกันนี้มารังสรรค์ขึ้นเป็นผลงานชิ้นใหม่อย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนถึงสองรุ่นนั่นก็คือนาฬิกาข้อมือ LadyArpels Heures Florales   กับ Lady Arpels Heures Florales Cerisier เจ้าของหน้าปัดสามมิติซึ่งอาศัยการเคลื่อนไหวของกลีบดอกที่จะหุบปิด และผลิบานอย่างอ่อนช้อยทั้ง 12 ดอกมาเป็นสื่อบอกเวลาอย่างน่าอัศจรรย์ จังหวะสลับเปลี่ยนไปมาเหล่านี้ จะกลายเป็นฉากตระการตาชวนให้พิศวง และติดตามในทุกๆ 60 นาที

“ตอนเราดำเนินโครงการการผลิตนาฬิกาข้อมือ เป้าหมายของเราก็คือการนำกลไกระบบต่างๆ มาใช้บอกเวลาผ่านกระบวนการเคลื่อนไหวอันสละสลวย และงดงามดุจบทกวี และในคราวนี้จะมีลูกเล่นใดเหมาะแก่การทำหน้าที่บทกวีบอกเวลาได้วิจิตรบรรจงไปกว่าจังหวะการผลิบาน และปิดกลีบของมวลดอกไม้?” นิโคลาส์ บอส, ประธาน และหัวหน้าคณะกรรมการบริหารของ Van Cleef & Arpels กล่าว

เพื่อให้การเคลื่อนไหวบนหน้าปัดมีความสมจริงตามวิถีธรรมชาติ ชิ้นส่วนกลไก 166 ชิ้นจึงได้รับการติดตั้งระบบควบคุม และขับเคลื่อนโดยอาศัยหน่วยกลไกหลัก โดยได้รับการพัฒนาโดยทีมช่างฝีมือประจำแผนกห้องปฏิบัติการของเมซงในนครเจนีวา

แต่ละกลีบบนหน้าปัดล้วนได้รับการประกบลงวงกลีบ และเชื่อมต่อเข้ากับระบบกลไกของนาฬิกา อันจำเป็นต้องอาศัยความละเอียดอ่อน พิถีพิถันเป็นอย่างสูงระหว่างประกอบชิ้นส่วน ทั้งยังต้องใช้กลไกขับเคลื่อนระบบคำนวณเวลาอันแม่นยำเพื่อมั่นใจได้ว่าดอกไม้จะดำเนินกระบวนการผลิกลีบแย้มบานสามลำดับ ซึ่งย่อมหมายความว่า แต่ละชั่วโมงที่ผ่านไป จะมีดอกไม้ซึ่งคลี่กลีบอยู่เริ่มทำการหุบกลีบเป็นกลุ่มช่อ ก่อภาพดอกตูมสลับดอกบานบนหน้าปัดในรูปแบบใหม่ๆ ไม่เหมือนกัน และในวันรุ่งขึ้น ลำดับของช่อดอกไม้ที่ผลิบานบอกเวลาก็จะสับเปลี่ยนเวียนกันไปจากชั่วโมงหนึ่งถึงอีกชั่วโมง สร้างความพิศวง และรื่นรมย์สายตายามตรวจดูเวลาซึ่งปรากฏขึ้นระหว่างกลุ่มดอกตูมกับกลุ่มดอกบานเพื่อเติมเต็มความครบครันในงานบอกเวลา ช่องระบุนาทีที่อาศัยระบบตีเข็มย้อนกลับ หรือเรโทเกรด (retrograde) นั้น ได้รับการติดตั้งไว้บนขอบข้างของกรอบตัวเรือน

นาฬิกาข้อมือทั้งสองรุ่นมีขนาดตัวเรือน 38 มม. ประดับเพชร โดย Lady Arpels Heures Florales ตัวเรือนไวท์โกลด์ หน้าปัดจำลองภาพฤดูหนาว ประดับดอกไม้ในโทนสีฟ้าน้ำเงิน ส่วน Lady Arpels Heures Florales Cerisier ตัวเรือนพิงก์โกลด์นำเสนอภาพฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระผลิบาน พร้อมผีเสื้อที่ดูคล้ายกำลังขยับกระพือปีก

กล่าวได้ว่าเป็นผลงานที่ระดมหัตถศิลป์แขนงต่างๆ มาใช้ ทั้งงานจิตรกรรมย่อส่วนรูปผีเสื้อและดอกไม้, กิ่งก้านประติมากรรมทองคำ และปุยเมฆมาเธอร์ออฟเพิร์ล ส่วนฝาหลังตัวเรือนทำจากทองคำสลักลวดลายเพื่อมอบความต่อเนื่องจากงานตกแต่งบนหน้าปัด ขณะเดียวกับที่แผ่นจานเหวี่ยงหรือโรเตอร์ อันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขึ้นลาน ผลิตจากทองคำสลักลายกิโยเช่ และลงยาสีเคลือบเงาเป็นรูปแมลงปีกตัวน้อยอย่างแมลงปอ หรือผีเสื้อ 

ความใส่ใจในทุกรายละเอียดทั้งหมดนี้ ทำให้ผลงานสร้างสรรค์ทั้งสองรุ่นเต็มไปด้วยความสละสลวย วิจิตรบรรจงดุจบทกวีบอกเวลาที่ผ่านการรจนาขึ้นตามจังหวะชีวิตของธรรมชาติในสวนศรีของ Van Cleef & Arpels






Other Articles