Saturday, July 2, 2022

‘เจนนี่ ปาหนัน’ สาวสายเปย์ความสนุกที่เปี่ยมพรสวรรค์

ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงที่ป้อนถามแล้วเธอตอบ ไม่มีช่วงเวลาไหนที่เราจะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เป็นตัวเองเลยสักนิด บทนึกอยากจะยกมือไหว้สาธุ เธอก็ทำมาแล้ว ‘เจนนี่ ปาหนัน’ หญิงผู้มีพรสวรรค์เหลือเฟือและจ่ายแจกให้ทุกคนอย่างสนุกสนาน ที่ผ่านมาเธอยอมรับว่าความโชคดีเกิดขึ้นในชีวิตบ่อยครั้ง และมีความหมายกับเธอเสมอ หญิงสาวที่ยังครองตัวเป็นโสดคนนี้ ถ้าใครได้อยู่ใกล้จะต้องใหลหลง เพราะความสดใสจริงใจและไม่ได้จะรักใครแค่ฉาบฉวย

ตอนนี้มีผลงานอะไรให้ติดตามบ้าง

มีรายการเทยเที่ยวไทย และรายการทอล์ก-กะ-เทยส์ รูปแบบใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพกับพี่ป๋อมแป๋ม มีเจนนี่ ปิงปอง เข้ามาเป็นพิธีกรด้วย ทุกวันเสาร์ 22.40 น. ช่อง GMM 25 แล้วก็มีละครเรื่องคืนนับดาว ประกบกับไบร์ท วชิรวิชญ์ และใหม่ ดาวิกา ไม่ใช่เราประกบนะคะ เขาประกบกันเอง และที่สำคัญอยากฝากให้ติดตามยูทูบแชนแนลของเจนนี่เอง (Jennie Panhan) มีรายการหลักคือล็อกล็อก เป็นภาษาใต้ค่ะ แปลว่าตลกๆ ออนวันเสาร์เว้นเสาร์ แต่ถ้ามีลูกค้าก็สามารถแทรกได้เสมอค่ะ

เคยเป็นครีเอทีฟเบื้องหลังมาก่อน เป็นแพสชั่นเหรอ

เราเป็นคนชอบพูด อาชีพในฝันคืออยากเป็นดีเจ เพราะรู้สึกว่าเราไม่ได้หน้าตาดี ตอนเด็กยังไม่รู้หรอกว่าตำแหน่งงานมีครีเอทีฟด้วย เรารู้แค่ว่าอยากทำงานสื่อสารมวลชน ทำงานเบื้องหลัง จนมาอ๋อว่ามันคือครีเอทีฟ เราอยากถ่ายทอดสิ่งที่คิดออกมา เราคิดอะไรแปลกๆ เพราะว่าชอบพูดไง เวลาเราคิดแล้วก็ถ่ายทอดออกมาผ่านคำพูด ตอนนั้นไม่คิดหรอกว่าอยากเข้าวงการ ไม่ได้อยู่ในหัวเลย เพราะแต่ก่อนคนวงการต้องสวยหล่อเท่านั้น ใครจะไปรู้ อยู่ๆ สังคมมันพลิก ไม่ต้องหน้าตาดีก็ทำงานวงการได้ ถึงบอกว่าชีวิตเจนนี่โชคดี ได้ทำอะไรที่เราชอบและอยากทำ ล้อมรอบไปด้วยคนเก่ง แล้วเขาก็มอบโอกาสให้เราเยอะมาก

เล่าย้อนก่อนว่าเราอยากเรียนนิเทศหรือวารสารตั้งแต่แรกแล้ว ด้วยความที่ตอนนั้นเอนทรานซ์ปีสุดท้าย เราดูคะแนนแล้วคิดว่าไม่ติดแน่ๆ ทั้งวารสารและนิเทศ เลยคิดว่าทำยังไงก็ได้ให้เอนท์ติดมหา’ลัยในกรุงเทพฯ เพราะอยากจะมาเป็นดอกหญ้าในป่าปูนมาก อยากจะขึ้นมาโบยบินในเมืองหลวง เพราะรู้สึกว่าโอกาสมันเยอะ ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะเยอะด้วยก็ตาม เราเรียนภาษาฝรั่งเศสก็เลยมาต่อปริญญาตรีด้านนี้ หลังจบแล้วสองปีระหว่างทำงานก็สอบติดปริญญาโทวารสารฯ ธรรมศาสตร์ แต่ตอนนั้นทุกอย่างเข้ามาพร้อมกันพอดี เวลาเรียนกับเวลางานชนกันเป๊ะ เราเลยต้องเลือก คิดว่าการได้เข้ามาทำงานสายที่ต้องการแล้วก็ถือว่าได้เรียนรู้ไปในตัว ที่สำคัญคือได้เงินด้วย ต้องยอมสละการเรียนไป แล้วก็ทำงานยาวมาจนถึงวันนี้

ได้ทำงานตามที่ฝันแล้วชีวิตเป็นอย่างไร

ความจริงตอนอายุประมาณ 29-30 ทำงานได้สองปีก็อยากออกจากวงการ เพราะรู้สึกว่าเหนื่อย เหมือนทำงานเยอะเกินไป ทำตั้งแต่หกโมงเช้าถึงหกโมงเช้าอีกวัน เก้าโมงต้องกลับมาทำงานต่อ เท่ากับไม่ได้นอน คือเราเป็นคนให้ความสำคัญกับ work-life balance ตั้งแต่แรก ทำงาน 20 กินเหล้า 80 (หัวเราะ) ชีวิตไม่ได้พักเลย จนบอกกับผู้จัดการว่าเหงาอะ ไม่ได้เจอเพื่อนหลายเดือนติดกัน อีกชีวิตหนึ่งหายไปเลย ช่วงนั้นเราก็คิดแบบตื้นๆ ว่าอยากออกจากวงการ แต่เพราะความจริงของชีวิตมันก็มีปัจจัยหลายอย่าง จะเอาแค่หนึ่งความคิดว่าเราเหนื่อยไม่ได้ เราไม่ได้ตัวคนเดียว แต่มีคนข้างหลังด้วย แล้วตัวเราเองก็ยังไม่ได้มั่นคงพอที่จะเหนื่อยแล้วหายไปได้เลย อีกอย่างก็มองบั้นปลายชีวิตว่าอยากมีรีสอร์ตเล็กๆ ริมเขา มีทุ่งนา ลำธาร มีความคิดตั้งแต่เด็กแล้ว เนี่ยกำลังจะทำตามความฝัน เดี๋ยวมันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ จะว่าไปเราก็โชคดีที่มีหลายอย่างที่อยากทำแล้วก็ได้ทำ

เรียกได้ว่าเป็นคนรวยโชคทั้งเรื่องงาน และตัวตนของเราซึ่งที่บ้านเข้าใจเป็นอย่างดี

ใช่ค่ะ ในชีวิตนี้พ่อกับแม่ไม่เคยพูดถึงเรื่องที่เราเบี่ยงเบนเลย ไม่ว่าเราทำอะไรผิดก็ไม่เคยยกเรื่องนี้มาพูด ความจริงเราเป็นคนคิดมาก จะคิดทุกอย่าง แล้วก็กลัวพ่อมากตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่พ่อเป็นคนนิ่ง หน้าดุ พูดน้อย กลายเป็นว่าตอนเด็กๆ เราไม่ค่อยสนิทกับพ่อเท่าไร พอโตขึ้นเรื่อยๆ ความกลัวก็ค่อยๆ ลดลง คือเราคิดแหละว่ายังไงพ่อกับแม่จะต้องรู้สักวันแน่ๆ หรือไม่เขาก็อาจจะเคยตั้งคำถามในใจว่าลูกเราเบี่ยงเบนไหมนะ

เจนนี่เพิ่งมารู้ว่าแม่มั่นใจว่าเจนนี่กลายเป็นลูกสาวตอนม.4 คุณครูมาเยี่ยมที่บ้านแล้วก็รายงานความประพฤติเรา และปิดท้ายว่าคุณแม่รับได้ไหมที่น้องเบี่ยงเบน แม่ก็ตบเข่าฉาด ‘ว่าแล้ว’ คุณครูก็ถามว่าแล้วคุณพ่อจะรับได้ไหม แม่เลยบอกว่าเดี๋ยวต้องคุยกับพ่อก่อน เรากลับบ้านโดยที่ไม่รู้ว่าเขาคุยกัน แล้วคือพ่อไม่เคยพูดอะไรเลย ทั้งหมดนี้ก็เพิ่งมารู้ตอนเราอายุ 35 ในวันไปถ่ายรายการกับพ่อแม่แล้วเจนนี่ถามท่าน เพราะในชีวิตเราไม่เคยออกมา come out เลย

ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมาพูดเลยนะว่าพิสูจน์ตัวเองสิ ถ้าจะเป็นอย่างนี้ก็เรียนให้เก่งสิ ทำงานให้ดีสิ แต่เราเองนี่แหละที่สร้างมันขึ้นมาในใจ แล้วเราก็รู้สึกว่าอยากจะทำด้วยการที่ฉันจะเรียนเก่งให้พ่อแม่ดู ซึ่งกลายเป็นแง่ดีที่ทำให้เราประสบความสำเร็จเท่าที่เราพึงพอใจ เพราะเราไม่อยากให้ท่านอายที่มีลูกเบี่ยงเบน งั้นเราไปทำอย่างอื่นให้ดีดีกว่า เราไม่สามารถอวดให้ท่านได้ แล้วมันกินเวลานานตั้งแต่เด็กจนเรียนจบมหา’ลัย เรายังไม่กล้าเป็นผู้หญิงเต็มตัวให้พ่อแม่เห็นเลย เนี่ยถ้าตอนม.4 พ่อแม่เดินมาบอกว่าพ่อยอมรับ เจนนี่จะกินยาคุม ตอนนี้คงเป็นมิสแกรนด์ไปแล้ว สวยเลยตั้งแต่ปี 4 (หัวเราะ)

ถ้าบางคนไม่สามารถบอกพ่อแม่ได้ มีอะไรอยากแนะนำไหม

เจนนี่ว่าเราไม่ควรไปแนะนำใคร เพราะว่าเราก็คือต่างคน ต่างครอบครัว ต่างความคิด การเอาความคิดเราไปครอบงำเขาก็ไม่ถูก เพราะตัวเขาเองจะรู้บริบทในครอบครัว เขาต้องเป็นคนคิดว่าการ come out จะมีผลกระทบในด้านไหนกับตัวเขาและครอบครัวมากน้อยแค่ไหน เราแค่อยากเป็นกำลังใจให้กับการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ขอให้คุณเป็นคนตัดสินใจเองเลย ถ้าเลือกที่จะจับเข่าพูดคุยกับพ่อแม่ เราเป็นกำลังใจให้นะ ไม่ว่าหลังจากคุยแล้วมันจะเป็นยังไง เราคอยซัพพอร์ตเต็มที่

เจนนี่ว่าสิ่งที่เราจะทำได้มากที่สุดคือเล่าเรื่องเราให้เขาฟัง แล้วก็จะไม่แนะนำว่า ‘เธอไม่ต้องบอกหรอกเพราะฉันยังไม่บอกเลย พ่อแม่ฉันรับรู้เอง มันเลิศ เดี๋ยวเขาก็ซึมๆ ไปเอง’ แต่จะบอกแค่ว่า ‘เราไม่เคยบอกที่บ้านนะ แต่คิดว่าพ่อรู้แหละ มันเป็นความโชคดีของเราด้วยที่พ่อแม่รับได้ เราไม่รู้ว่าครอบครัวเธอจะว่ายังไง’ เจนนี่เป็นกำลังใจให้กับทุกคนและทุกการตัดสินใจค่ะ

ฝากถึงผู้ปกครองสักนิดดีไหม

ในฐานะที่เป็นลูก เรามีความรู้สึกว่าเราจะดีใจมากถ้าพ่อแม่ยอมรับเราได้ในทุกๆ อย่างที่เราเป็น ทุกอย่างที่เราทำ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะผิดพลาดในภายภาคหน้าไหม แต่เราแค่รู้สึกว่าดีใจมาก เพราะมันคือกำลังใจที่สำคัญมากหากพ่อแม่ยอมรับได้ และจะดีขึ้นไปอีกถ้าสนับสนุน อย่างที่บอกแหละว่าขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัว แต่ละคนมีความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน แค่จะพูดผ่านความรู้สึกของเราว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ยอมรับได้ มันจะเป็นความสุขของลูกด้วยเหมือนกัน

ถ้าได้เป็นตัวแทน LGBTQ+ อยากพูดอะไรและกับใคร

ตอนรับรางวัล (Popular Vote สาขา LGBTQ+ ยอดนิยมจากเวทีคมชัดลึกอวอร์ด) เราพูดบนเวทีไปแล้วว่าขอความเท่าเทียมให้กับพวกเราด้วย และอยากจะพูดกับคนที่มีอำนาจสูงสุดในการเซ็นอนุมัติให้พ.ร.บ.นี้ผ่าน ว่ามันคือสิทธิของพวกเรา ทำไมมันถึงไม่ผ่าน ไม่เข้าใจ!!!!! (เจนนี่บอกให้ใส่เครื่องหมายตกใจหลายๆ อัน สื่อว่าเธอกำลังใส่อารมณ์) ไม่เข้าใจว่ามันไปลิดรอนสิทธิใคร มันไปเบียดเบียนผลประโยชน์ใคร มันไม่มีเลย

เราดีใจที่เห็นผู้ชายผู้หญิงทุกเพศทุกวัยมาช่วยกันสนับสนุน #สมรสเท่าเทียม เรารู้สึกโอเคมากเลยเพราะว่ามันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่เราพึงได้รับ สิทธิในการสมรส สิทธิในการเซ็นยินยอมเรื่องต่างๆ อย่างการผ่าตัด สิทธิในเรื่องมรดกของคู่สมรส ทำไมเราถึงไม่เท่าเทียมกัน เราก็เป็นคนเหมือนกัน ความรักเกิดขึ้นได้กับทุกคน เรารู้สึกว่าไม่ได้เสียผลประโยชน์ให้กับเพศอื่นเลย แค่ขอให้เราได้รับสิทธิตรงนั้นเหมือนที่คนอื่นได้รับ เราเลยอยากจะเรียกร้องตรงนี้มากๆๆๆๆๆ

พักเรื่องอื่นไว้ก่อน ขอถามเรื่องความรักบ้าง

ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา และปฏิเสธที่จะท้อใจ…เจนนี่ไม่ชอบให้ใครมาพูดว่าไม่มีรักแท้ในหมู่กะเทย หรือไม่มีรักแท้ในหมู่สาวประเภทสอง เพราะเรามีความรู้สึกว่าทุกคนมีโอกาสได้สัมผัสรักแท้หมด คุณอาจจะมองว่ามีเปอร์เซ็นต์น้อย แต่เรารู้สึกว่าสักวันฉันจะต้องได้เจอ ที่ผ่านมามันก็มีรักแท้ในหลายๆ รูปแบบ แต่ว่าทุกวันนี้เราก็รอรูปแบบที่เราต้องการ (สเปกในฝัน?) ‘น่ารัก’ คำเดียวเลยค่ะ ใครที่มีคาแร็กเตอร์น่ารักไม่ว่าจะหน้าตาน่ารัก ยิ้มน่ารัก นิสัยน่ารัก เราจะแพ้หมด หลายคนอาจจะชอบคนหล่อ แต่เราคิดว่ามันมองได้ไม่นาน อะไรที่น่ารักจะอยู่กับเราได้ตลอด แล้วมันทำให้เรารู้สึกดีเวลามาเจออะไรน่ารัก ใจมันฟูค่ะ

สวดมนต์ขอบ้างไหมถามจริง

ตลอดเวลา ขอเป็นอย่างแรกด้วย เจนนี่เชื่อว่าถ้าอธิษฐานขอไปเรื่อยๆ มันจะเพิ่มพลัง เราก็ขอย้ำไปเรื่อยๆ…36 เลขความรักมีแน่ค่ะ

เคยแอบหลงรักใครบ้างไหม

เราเป็นคนแบบรักใครแล้วรักเลย ที่ผ่านมาชีวิตเราอยู่กับการแอบรัก แหม 35 แล้วมันก็ต้องมีประมาณหนึ่งค่ะ มันต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราเสียใจก่อน พอเสียใจปุ๊บก็ออกมาจากตรงนั้นแล้วค่อยไปรักคนอื่นต่อ กำลังจะสมหวังแล้วค่ะ สาธุ (เดี๋ยวก็เจอ วันนี้ไปงานแต่งไม่ใช่เหรอ?) ใช่ค่ะ ไม่ได้ยุ่งอะไรเลยค่ะ เขาอยู่ในโบสถ์กัน เราก็นั่งนินทาคนอยู่ข้างนอก (หัวเราะ)

ยังมีอะไรที่อยากสอนตัวเองหรือเปล่า

โห (ลากเสียง) อยากบอกว่ามึงเลิกคิดมากได้ไหม ชอบคิดไปก่อน ชอบสร้างเหตุการณ์ที่ไม่ดี แบบเดี๋ยวต้องเป็นอย่างนี้แน่เลย มึงช่วยเลิกคิดมากกกกซะที แล้วเจนนี่โชคดีที่คนรอบข้างเราเตือนกันได้ เวลาใครทำตัวไม่น่ารัก เราจะใช้คำว่าหยิก ‘มึงหยิกกูเลยนะ มึงห้ามไม่บอกนะ สนิทกันแท้ๆ แต่ไม่บอก ถ้ากูเชี่ยใส่มึง มึงพูดเลยนะ’ เจนนี่ว่าทุกคนผิดพลาดกันได้ ทุกคนมีด้านมืด บางทีเราก็มีช่วงเวลาที่เผลอไม่น่ารัก เราแค่ต้องบอก ต้องเตือนกัน เราสงสารมากเลยนะเวลาที่มีข่าวเมาท์คนนี้ว่าไม่น่ารักเลย เราจะรู้สึกว่าทำไมคนรอบข้างไม่เตือนเขาล่ะ หรือทำไมไม่บอกเขา”

ผู้หญิงบางคนไม่อยากถูกเรียกว่าชะนีเจนนี่ล่ะไม่ชอบคำไหน

เจนนี่จะไม่ดูที่รูปคำ แต่ดูความหมายแฝงที่เขาเรียกมากกว่า เขาเรียกเราว่ากะเทยในฟีลไหน เราจะรู้ว่าอันนี้คือเนกาทีฟหรือโพสิทีฟ เจนนี่ไม่ได้ซีเรียสนะคะว่าห้ามเรียกเราว่ากะเทย เรียกได้ เรียกเลย ก็ฉันเป็นกะเทย แต่ถ้าบางคนเรียก ‘อีกะเทยโว้ย’ แบบนี้เราจะรู้ว่ามันไม่ใช่ มันแฝงอะไรที่ไม่ดี มันอยู่ที่บริบท อยู่ที่ความหมายข้างในมากกว่า

อะไรที่ขาดไม่ได้ในชีวิตนี้

ความรักค่ะ (จากใคร?) เธอคนนั้นนั่นแหละ คนที่ฉันรักมาก

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Special Thanks: The Okura Prestige Bangkok

Other Articles