Saturday, July 2, 2022

ทำความรู้จักกับอัญมณีต่างๆ ที่ประดับอยู่บน Alhambra จิวเวลรี่สุดโปรดจาก Van Cleef & Arpels

นอกจากความสวยงาม จิวเวลรี่ยังสื่อความหมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายแทนใจ ตัวแทนวันพิเศษ หรือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชค ดังเช่นคอลเลกชั่น Alhambra (ออกเสียงเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า อัลลองบรา) จิวเวลรี่รูปใบโคลเวอร์จาก Van Cleef & Arpels 

คอลเลกชั่น Alhambra ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1968 นอกจากจะเป็นเครื่องรางนำโชคแล้ว ยังเสริมสไตล์ และเต็มไปด้วยความเป็นไปได้มากมายไม่จำกัด กลายเป็นจิวเวลรี่คู่ใจของผู้หญิง ทั้งยังกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ Van Cleef & Arpels เพราะเป็นเครื่องประดับที่สามารถวิวัฒนาการไปตามเวลา นำเสนอออกมาได้หลากหลายรูปแบบ 

Alhambra มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอัญมณีที่นำมาประดับบนโมทีฟ จะมีอะไรและมีความหมายอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

Malachite

มาลาไคต์ หินเนื้อทึบแสงที่มีความงามเป็นเอกลักษณ์ ชวนให้นึกถึงพลังของธรรมชาติจากสีที่เข้มเขียวมีลายริ้ว ในเนื้อหินเป็นแถบสีบางจางและเข้มต่างกันเป็นริ้วๆ ความสวยพิเศษหายากทำให้กลายเป็นหินที่เสาะหาอย่างมากในรัสเซีย เมื่อศตวรรษที่ 19 ที่มาลาไคต์ถูกใช้ในการประดับโบสถ์และพระราชวังอย่างหรูหรา สมัยโบราณเชื่อว่าเป็นหินที่ผู้วิเศษจะห้อยคล้องคอ เชื่อว่าหินนี้มีพลังในการคุ้มครองเด็กๆ และนักเดินทาง ทางเมซงได้คัดสรรมาลาไคต์อย่างพิถีพิถัน ส่วนใหญ่มากจากเหมืองในออสเตรเลีย เพื่อจะให้เกิดความสวยงามกลมกลืนและความหรูหราอย่างแท้จริง  

Bois d’amourette(letterwood)

บัวส์ ดามูแรตต์ หรือ เลตเตอร์วูด ไม้จากต้นไม้ในตระกูลหม่อน พบมากในทวีปอเมริกา เป็นไม้ธรรมชาติที่มีเนื้อไม้สวยงาม บ้างก็ว่าเหมือนลายอักษร  ฮีโรกลิฟฟิคจึงเรียกชื่อ letterwood บ้างก็ว่ามีลายเหมือนหนังงู จึงเรียกไม้ลายงู เนื้อไม้ชนิดนี้นิยมนำมาใช้ทำเครื่องประดับ เป็นไม้เนื้องามหายากที่มีเนื้อแข็งแกร่ง มีลายสีแดงในเนื้อไม้ ถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาใต้ เป็นไม้ที่ถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวอเมริกันอินเดียน เป็นเครื่องหมายแห่งโชคดี ซึ่งทางเมซงได้ประทับใจกับความหมายดีๆนี้ ในช่วงปลายของทศวรรษที่ 1910 ในโฆษณาของ  Van Cleef & Arpels  ได้แนะนำถึง ‘Touch wood’ ซึ่งเป็นสำนวนที่เหมือนคำอวยพรถึงการมีโชคดี เป็นธรรมเนียมเก่าแก่ของชาวไอริชที่จะเคาะไม้เพื่อความมีโชคแก้สิ่งอัปมงคล แม้แต่ของไทยด้วยเช่นกัน

Chalcedony

คาลซีโดนี เป็นรัตนชาติหรือหินมีค่าในตระกูลควอตซ์ ชื่อนี้มาจากภาษกรีก Khalkêdon คาลซีโดนีเป็นชื่อเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับเมือง Byzentium ของอาณาจักรไบเซนไทน์ นั่นก็คืออิสตันบูลในปัจจุบัน และคาลซีโดนี ก็เป็นส่วนหนึ่งของอิสตันบูลที่ชื่อ Kadıköy หรือเป็นอิสตัลบูลฝั่งเอเชีย คาลซีโดนี ประกอบด้วยผลึกควอตซ์เล็กๆ สีเทาอมฟ้า เชื่อว่าคาลซีโดนีสีฟ้าช่วยทำให้เกิดความสามัคคีและความสงบสุข ความงามที่เกิดจากสีที่อ่อนใสและบางครั้งจะเจือด้วยเส้นหินสีขาว  ในศตวรรษที่ 17 นักฟิสิกส์ Anselme Boece de Boot แนะนำว่าหินนี้ช่วยแก้โรคซึมเศร้าและเสียงแหบได้ มีคำแนะนำว่าทนายความ หรือนักพูดทั้งหลายควรจะพกพาหินชนิดนี้ที่จะช่วยให้พวกเขากล่าววาจาได้อย่างคล่องปากหินคาลซีโดนี ที่ใช้ในคอลเลกชั่นของ Alhambra ส่วนใหญ่มาจากนามิเบีย ซึ่งมีชื่อเสียงว่าหินคาลซีโดนีจากแหล่งนี้จะมีสีสันที่งดงามและมีประกายแวววาวใสดั่งน้ำ

Carnelian

คาร์เนเลียน จัดเป็นหินคาลซีโดนีที่มีสีแดงอมส้ม คาร์เนเลียน คือหินมีค่าชนิดแรกที่นำมาทำเป็นเครื่องประดับตั้งแต่สมัยครีตก่อนกรีก เอเชียกลางและในเอเชียตะวันออก ว่ากันว่าเสื้อคลุมของราชินี Pu Abi แห่งอาณาจักรสุเมเรียน (ราว 2000-3000 ปีก่อนคริสต์กาล) ปักประดับด้วยหินคาร์เนเลียนทั้งชุด อียิปต์เชื่อว่าหินนี้คือสัญลักษณ์ของชีวิตและความเชื่อที่ว่าจะช่วยคุ้มครองคนที่ตายแล้วเดินทาง  ไปสู่โลกหลังความตายอย่างปลอดภัย สีในโทนอุ่นของคาร์เนเลียนหมายถึงความรื่นเริงและความสุข ในเมซงเลือกใช้คาร์เนเลียนจากบราซิลโดยเลือกเฉพาะหินที่มีสีเข้มลึกเท่านั้น

Lapis lazuli

ชื่อของหินลาปิซ ลาซูลี มีค่านี้มาจากภาษาละติน Lapis หมายถึง หินและภาษาอาหรับ Azul หมายถึงสีน้ำเงิน  มีเรื่องเล่าขานมาแต่โบราณว่าหินชนิดนี้เสมือนผืนฟ้าที่ประดับด้วยดวงดารา ความน่าหลงใหลเกิดจากเม็ดสีน้ำเงินที่อัดแน่นและมีความแวววาว ในสมัยอียิปต์ โบราณและเมโสโปเตเมีย นำเอาหินนี้มาสลักเป็นรูปสัตว์ทำเป็นภาชนะสำหรับบรรจุสิ่งที่มีค่าสำหรับการติดตัวไปโลกหน้า (อวัยวะภายในสำคัญต่างๆ ของมัมมี่) เป็นของที่ใช้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น แต่ก็พบในรูปเครื่องประดับของอีทรัสกัน ในรูปแหวนเช่นกันหินชนิดนี้ถูกเลือกด้วยมาตรฐานของ Van Cleef & Arpels (เลือกจากเหมืองหินในอัฟกานิสถานเท่านั้น) ด้วยการเลือกจากความพิสุทธิ์และมวลสีที่เข้มแน่นรวมทั้งความแวววาวสุกใสดังมีน้ำภายในเนื้อหิน

Tiger’s eye

หินตาเสือมีอีกชื่อหนึ่งในวงการอัญมณีว่า Chatoyant เพราะมีน้ำตาลเหลือบเหลืองแวววาวเวลาต้องแสงไฟซึ่งชวนให้นึกถึงตาแมว ในแง่มุมที่ลึกลับหินนี้ก็ได้ชื่อว่าจะทำให้ล่วงรู้ทุกสิ่ง นักรบสมัยโรมันสวมหินนี้เพื่อคุ้มครองพวกเขายามออกรบ Van Cleef & Arpels เลือกหินตาเสือนี้จากออสเตรเลียและแอฟริกาใต้โดยจะเลือกจากความกลมกลืนของสีสันที่เหลือบเหลื่อม ทุกชิ้นงานแต่ละชิ้นจะประกอบด้วยหินตาเสือที่มีลวดลายที่เข้ากันเท่านั้น

Onyx

ตามตำนานในเทพปกรณัมของกรีก เทพอีรอสได้พลาดพลั้งไปตัดปลายเล็บของเทพวีนัสด้วยปลายลูกศรขณะที่เธอกำลังนอนหลับ  เนื่องจากทุกส่วนของวีนัสเป็นอมตะ ดังนั้นเศษเล็บที่โดนตัดออกมาได้กลายเป็นออนิกซ์ เป็นหินมีค่ามาตั้งแต่โบราณ ออนิกซ์ที่ Van Cleef & Arpels ใช้นั้น มาจากเหมืองในบราซิลที่มีชื่อเสียงเรื่องสีที่เข้มดำลึกล้ำและการขัดเนื้อหินให้มีความมันแวววาวที่สามารถสะท้อนแสงได้เฉกเช่นกระจกเงา

Turquoise

เป็นหินที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอัญมณีมาหลายพันปี เทอร์คอยซ์ หรือ คนไทยเรียกว่าพลอยสีมูลนกการะเวกได้เข้าไปเผยแพร่ความงามในยุโรปยุคเรอเนสซองส์ผ่านจากตุรกีโดยชื่อนี้มาจากคำว่า หินจากตุรกี ในภาษาฝรั่งเศส ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์สีสันอันงดงามของหินนี้ ชวนให้นึกถึงผืนฟ้าและท้องทะเล เสริมให้หินนี้มีค่ายิ่งด้วยความเชื่อที่ว่ามีอำนาจในการปกป้องคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้าย เทอร์คอยซ์ถูกใช้ในเครื่องประดับของราชวงศ์ อียิปต์และแอซเต็ก เป็นสิ่งเกี่ยวพันกับความเชื่อทางศาสนาและเป็นทั้งอัญมนี รวมทั้งการสื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ในยุโรปเชื่อว่าหินชนิดนี้เป็นเครื่องรางแห่งรัก เพราะสีของหินดูคล้ายกับสีของดอกฟอร์เก็ตมีน็อต ที่หมายถึงอย่าลืมฉันเทอร์คอยซ์ยังถูงโยงไปถึงความเชื่อดั้งเดิมถึงความอาทรและมิตรภาพ เทอร์คอยซ์ที่ใช้ ในเมซง Van Cleef & Arpels นั้นมาจากเหมืองในอเมริกา ด้วยเอกลักษณ์ของสีฟ้าที่สม่ำเสมอทั้งก้อน






Other Articles