Thursday, August 11, 2022

โบว์ เมลดา: “โบว์คิดว่าโบว์โชคดีอย่างหนึ่งตรงที่ได้เป็นตัวเอง”  

เปิดฤดูกาลล่าสุดกับแฟชั่นเซ็ตจาก Dior คอลเลกชั่น Fall 2022 ที่ได้แรงดลใจจากคติพจน์ L’union fait la force (สามัคคีคือพลัง) ของกลุ่มสตรียุคใหม่และมิวส์ตัวแทนพลังสร้างสรรค์ในจักรวาลของดิออร์ ในลุคแฟชั่นตีความสดใหม่จากชุดยูนิฟอร์มนักเรียน โดยมีนักแสดงสาว โบว์-เมลดา สุศรี เป็นตัวแทนสาวยุคใหม่ที่มีจิตวิญญาณอิสระเสรี

 

ถ้าถามว่าอะไรคือเสน่ห์ของ โบว์ เมลดา สุศรี? เราว่าความเป็นตัวของตัวเองนี่แหละ นอกจากความสามารถรอบด้าน ทั้งการแสดง ร้องเพลง และถ่ายแบบ นางเอกหน้าหวานคนนี้ยังเป็นคนตลก ยียวน และไม่แบ๊วตามแบบภาพลักษณ์นางเอกที่หลายคนคุ้นชิน  

วันนี้ เรามีนัดกับเธอเพื่อถ่ายแบบในคอนเซ็ปต์สาวแฟชั่นสุดเฟี้ยวตามคอนเซ็ปต์คอลเลกชั่น Dior Fall 2022   ซึ่งเธอก็สามารถสวมคาแร็กเตอร์นี้ได้อย่างมือโปรสุดๆ นางเอกสาวสวยขวัญใจเจนใหม่เล่าถึงความรู้สึกในการถ่ายแบบวันนี้ว่า “ดิออร์เป็นแบรนด์ที่ไม่ได้หวานอย่างเดียว เขามีความเซ็กซี่นิดๆ มีความเท่หน่อยๆ  ก็เลยชอบมาก แล้วมันจะมีฟีลแบบเด็กมหา’ลัยที่มีความขบถหน่อยๆ ลูกคุณหนู ก็เลยชอบมากๆ”  

-โบว์ชอบแฟชั่นมาตั้งแต่เด็กๆเลยไหม 

“เรียกว่าเสพแฟชั่นมาตั้งแต่ทีวียังเป็นกล่องสี่เหลี่ยม (เกิดทันยุคนั้นเหรอ) ทันนนนน…  ทันนะ แรกๆ บ้านเราไม่ได้มีฐานะมาก แต่ก็จะชอบดูช่อง Fashion TV เรียกได้ว่าดูแฟชั่นโชว์ทั้งวัน แล้วตอนเด็กก็ชอบใส่รองเท้าส้นสูงเดินต๊อกแต๊ก มีหลายคู่เลย แต่ก็พังเพราะเท้าเรายาวกว่าเด็กทั่วไป โบว์เป็นเด็กที่ตัวสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แล้วก็ชอบสรรหา อย่างเอาหนังสือพิมพ์มาเล่นทำชุด”

-โบว์เป็นผู้หญิงสไตล์ไหนคะ

“ตอนเด็กๆ ยังไม่รู้จักสไตล์ตัวเอง รู้แต่ว่าไม่ค่อยชอบเสื้อผ้าที่แม่จัดให้ (หัวเราะ) พวกเสื้อตัวเล็กๆ กระโปรวงยาวๆ  เราไม่ชอบ แต่ชอบกระปรงที่มั่นเป็นจีบเหมือนนักเทนนิส ตัดสั้นหน่อย เสื้อโคร่งๆ สายเดี่ยว ก็เป็นแฟชั่นยุคนั้น แต่เพราะเด็กก็ยังไม่เหมาะที่จะแต่งแบบนั้นเท่าไหร่” 

-เรียกว่าเป็นสายขบถได้ไหม 

“พยายามขบถแล้วนะ แต่โดนฝ่ามืออรหันต์ (หัวเราะ) ​ เอาจริงๆ โบว์เป็นเด็กแล้วแต่แม่ แม่อยากให้ไปเรียนแอ็กติ้ง ร้องเพลง ไปประกวดนั่นนี่ ก็ไปหมด เราแล้วแต่เขา ถึงใจจะไม่ได้อยากทำ แต่ทำก็ได้เพราะก็ไม่มีอะไรเสียหาย แล้วก็ได้เจอเพื่อนๆ ด้วย”

-จริงๆแล้ว ตอนเด็กโบว์ชอบทำอะไรคะ

“ชอบวาดรูปค่ะ อยากเป็นดีไซเนอร์ ชอบวาดรูปเสื้อผ้า วาดรูปคนใส่ส้นสูง ถ้าไม่ได้มาเป็นนักแสดง ก็อยากจะลองทำดูนะ แต่เราก็เข้าวงการตั้งแต่เด็กๆ  ก็เลยห่างจากสายนี้เลย คิดว่ามันต้องได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่แรก”

-คุณแม่เป็นคนผลักดันโบว์ให้เข้าสู่วงการ แล้วตัวโบว์เองเริ่มที่จะชอบสิ่งที่ทำอยู่ตอนไหน

“โบว์เริ่มต้นจากการประกวด Smile Kids พอเข้ามัธยมต้น ก็ไปเป็นนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปวง Kiss me Five ค่ายกามิกาเซ่ พอหมดสัญญาก็มาประกวดไทยซูเปอร์โมเดลเพราะแม่บอกให้ลองดู จากนั้นก็ได้มาเป็นนักแสดง แรกๆ เรายังไม่รู้สึกชอบขนาดนั้น เพราะแอ็กติ้งเรายังไม่ค่อยดี สมัยเด็กๆ เคยไปแคสต์โฆษณานะ แต่ก็ได้เป็นแค่เอ็กซ์ตร้า แบบอยู่ไกลๆ เลยค่ะ ตอนนั้นยังไม่เข้าใจว่าแอ็กติ้งคืออะไร จนได้มาเป็นนักร้อง ได้ถ่ายทำเอ็มวี แล้วก็ได้มาเป็นนักแสดงจริงๆ ก็ได้เรียนแอ็กติ้งเพิ่ม ก็ได้เข้าใจมากขึ้น ได้แสดง แล้วก็ชอบมันมากขึ้น เหมือนเราโตขึ้นและได้เข้าใจมันจริงๆ ก็เลยกลายมาเป็นความชอบ”

-อะไรทำให้โบว์รู้สึกสนุกกับการเป็นคนหน้ากล้อง 

“เอาจริงๆ โบว์คิดว่าโบว์โชคดีอย่างหนึ่งตรงที่ได้เป็นตัวเอง ไม่ต้องคีพคาแร็กเตอร์ว่าต้องเป็นคนเรียบร้อย คนเห็นและรู้จักเราแบบนี้มาตั้งแต่แรก ไม่ได้ต้องวางตัวเรียบร้อยหน้ากล้องจนคนคิดว่าตัวจริงเราเรียบร้อย คนเห็นเราก็รู้เลยว่า ‘ไอ้นี่มันแสบนะ’ แต่จริงๆ เราก็เป็นคนเรียบร้อยนะ พี่เชื่อไหม อ่ะไม่เชื่อ (หัวเราะ) จริงๆ ลึกๆ โบว์เป็นคนนิ่งๆ ค่ะ แค่เวลาอยู่กับเพื่อนๆ จะสนุกสนาน (หันไปดูหน้าทีมงาน) ดูทุกคนไม่เชื่อเลยอ่ะ” 

-บทไหนที่แสดงมาแล้วทำให้รักในอาชีพนี้

“พวกบทคอมเมอดี้ค่ะ มันทำให้รู้สึกว่าเราสามารถ  improvise หรือทดลองทำอะไรมากกว่าที่บทเขียนไว้ ผู้กำกับจะเปิดโอกาสให้เราทำเต็มที และได้ใช้สิ่งที่เราเรียนมาในการแสดงจริงๆ และอีกอย่างที่ชอบก็คือดราม่าลึกๆ  อย่างฉากที่ร้องไห้ ไร้คำพูด และคนดูเข้าใจในตัวละครของเรา ชอบแบบนั้น”

-ปีนี้จะมีผลงานการแสดงอะไรให้เราติดตามบ้าง

“เรื่อง ใต้เงาตะวัน ค่ะ เริ่มถ่ายไปบ้างแล้ว คงจะได้ชมในช่วงปลายปีนี้นี้ รับบทเป็นลีน่า เป็นผู้หญิงทำงาน  แอบชอบรุ่นพี่ มองเขาคือเจ้าชายในชีวิตจริงของเรา เป็นคนที่มีความฝันเรื่องความรัก แต่พอโตขึ้น ก็ทำให้ได้เข้าใจว่าคนที่เราชอบกับคนที่เรารักมันคนละคนกัน แล้วมีเรื่องของฆาตกรรมเข้ามาด้วย ก็เป็นแนวโรแมนติกดราม่า” 

-สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จากการเป็นนักแสดงในยุคนี้คืออะไร

“พูดให้น้อย ฟังให้มากค่ะ นี่คือบทเรียน เพราะเป็นคนไว้ใจคนง่ายมาก เวลาเราพูดอะไร เราไม่ได้คิดว่ามันจะกลายเป็นอันตรายกับเรา เพราะเราเป็นคนไม่ได้คิดอะไร เหมือนปลาหมอตายเพราะปาก ก็เลยต้องระวังมากขึ้น แต่เราก็เป็นคนให้คนเต็มร้อย จะเปลี่ยนตัวเองไปเลยก็ยาก ต้องค่อยๆ ปรับๆไปค่ะ ต้องพูดให้น้อย ฟังให้เยอะ (ยิ้ม)” 

-ขอถามคำถามที่มีคนเสิร์ชในกูเกิล… โบว์ เมลดา ลูกครึ่งอะไร

“เราลูกครึ่งอะไรอ่ะ…เป็นคนไทยแท้ พ่อเป็นคนขอนแก่น แม่เป็นคนนครพนม คือเป็นลูกอิสาน แต่เชื้อสายฝั่งแม่ รุ่นทวดขึ้นไปก็มีทั้งญวณบ้าง ฝรั่งเศสบ้าง แต่ไกลมากๆๆๆ อาจจะมีเสี้ยวหนึ่ง หรือเรียกว่าเศษดีกว่าที่ถ่ายทอดมาถึงเรา แต่ฝั่งญาติแม่จะตาสีน้ำอ่อนกันทุกคน ผมสีอ่อน แต่หน้าไม่ได้ฝรั่งค่ะ แล้วหนูก็ไม่ได้หน้าฝรั่งเลยนะ มันแล้วแต่เมกอัพด้วย” 

-โบ เมลดา พูดอิสาน 

“พูดได้นิดนึงค่ะ ได้มาจากที่ฟังพ่อพูดกับญาติๆ บ้าง แต่พ่อไม่ได้พูดกับเรา แล้วเราก็ไม่ได้ใช้ แต่ตอนเด็กจะอุทานว่า เอ๊อะ มันแปลว่าโอ๊ย”

-ถ้าย้อนเวลากลับไปช่วงไหนในชีวิตได้ อยากไปช่วงไหน

“เป็นคนไม่เคยคิดอยากจะย้อนเวลาอะไรเลย โบว์เป็นคนอยู่กับปัจจุบันมากๆ เราแฮปปี้กว่าที่จะย้อนกลับไป ตอนเด็กเราไม่ได้ใช้ชีวิตอู้ฟู่หรูหรา จริวๆ ตอนนี้ก็ไม่ได้อู้ฟู่นะ สมัยเด็กมันก็แฮปปี้ในแบบที่เป็นเด็ก แต่ปัจจุบันเราก็แฮปปี้กับสิ่งที่เราเป็นอยู่”

-มีใครเป็นแรงบันดาลใจในชีวิตไหม

“มีพี่ออฟ พงษ์พัฒน์เป็นแรงบันดาลใจค่ะ พี่เขาโคตรเก่งเลย เป็นนักร้อง นักแสดง ผู้กำกับ แกทำมาหมด พอแกป่วย แกก็สู้กับร่างกายตัวเองจนฟื้นคืนมาเร็วมาก ร่างกายซีกขวาไม่ไหว แต่ฝึกจนเขียนมือซ้ายได้ รู้สึกว่าแกเป็นที่สุดแล้วในเรื่องของพลังใจในการใช้ชีวิต”

-ความภูมิใจ ณ วันนี้ของโบว์

“การที่พ่อแม่เราไม่ลำบาก นี่คือความภูมิใจสุดๆ ในฐานะที่เกิดเป็นลูก ต่อให้เขาจะไม่ได้อยู่กรุงเทพด้วยกัน แต่เขาก็ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำมาตั้งแต่หนุ่มๆ เราก็ช่วยสมทบทุนให้เขา ส่วนแม่ก็อยู่กับเรา เราก็ช่วยดูแลให้พวกเขาได้มีความสุข อยากทำอะไรก็ให้เขาทำ อยากได้เสื้อผ้าก็ซื้อให้ ซื้อเลย”

-รางวัลที่อยากให้ตัวเอง

“กระเป๋าดิออร์ Saddle อยากได้มากกก แต่เราต้องขอแม่ก่อนนะ (โบว์ต้องขอแม่ก่อนด้วยเหรอ) ใช่ค่ะ เป็นคนที่ซื้ออะไร ขอแม่ตลอด” 

Photographer: Napat Gunkham

Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam

Writer: Pimpilai Boonjong

Model: Maylada Susri

Makeup: Pattrira Paniravas

Hair: Sittipong Metha

Photographer Assistants: Anan Eiammee, Phongsak Wethee 

Stylist Assistant: Tisakorn Kunchornnok






Other Articles