
ก่อนที่ Stranger Things 4 Vol 2 จะสตรีมบน Netflix นวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เรามาเตรียมความพร้อมเพื่อเพิ่มอรรถรส ให้อินกันสุดๆ ไปกับ Fun fact เบื้องหลังสนุกๆ เหล่านี้กันดีกว่า
1 ความตั้งใจที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้าผม และชุดของอีเลเว่น

สังเกตกันมั้ยว่าลุคของอีเลเว่นใน Stranger Things 4 ไม่ว่าจะเครื่องหน้า เครื่องผม หรือเสื้อผ้า มีโทนที่เปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่เสื้อผ้าที่สีจะไม่ฉูดฉาดเท่าซีซั่น 3 โดยทีมงานตั้งใจเลือกโทนสีเสื้อผ้าให้สัมพันธ์กับโทนสีของเมืองฮอว์กินส์แทนที่จะเป็นสีที่ดูกลมกลืนไปกับรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีความสดใสกว่า เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าอีเลเว่นยังรู้สึกว่าอยู่ผิดที่ผิดทางในบ้านหลังใหม่ รวมถึงทรงผมของอีเลเว่นก็มีนัยสำคัญเช่นกัน โดยทีมงานตั้งใจให้ทรงผมอีเลเว่นดูชี้ฟูและมีสีน้ำตาลเพื่อสะท้อนความรู้สึกไม่ปลอดภัยและขาดความมั่นใจของตัวละคร เพราะเป็นช่วงที่เธอสูญเสียพลังไปแล้ว

ส่วนชุดสูทระบบเสมือนจริงโฉมใหม่ของอีเลเว่นใน Stranger Things 4 ก็ไม่ได้เป็นสีแทนแบบในซีซั่น 1และ 2 แต่เป็นสีขาว เพื่อสร้างโทนสีที่ตัดกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเธอได้ชัดขึ้น โดยเอมี่ แพร์ริส ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เผยว่าเธอรู้สึกว่าสีขาวเป็นสีที่ดู “ทรงพลัง” ที่สุด และพอ มิลลี่ บ็อบบี บราวน์ สวมชุดนี้แล้วทำให้เธอดูเหมือนซูเปอร์ฮีโร่เลยแหละ
2 บ้านตระกูลครีลหลังจริงสร้างในยุค 1870


มาดูกันที่เรื่องเซอร์ไพรส์เกี่ยวกับโลเคชั่นใน Stranger Things 4 กันบ้าง แน่นอนว่าต้องมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยนึกสงสัยว่าบ้านตระกูลครีลอบอวลไปด้วยพลังงานสุดหลอนแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ คำตอบคือบ้านตระกูลครีลหลังจริงสร้างขึ้นในยุค 1870 หรือกว่าสองร้อยปีที่แล้ว ในเมืองโรม รัฐจอร์เจีย ที่สำคัญคือก่อนหน้านี้เคยเปิดเป็นที่พักพร้อมอาหารเช้าสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย! โดยความบังเอิ๊ญบังเอิญมีอยู่ว่าเจ้าของบ้านตระกูลครีลนั้นย้ายมาจากรัฐมินนิโซตา และตั้งใจจะปรับปรุงตกแต่งบ้านใหม่ หลังจากพวกเขาทำสัญญาซื้อบ้านได้ 1 เดือนและกำลังจะเริ่มซ่อมแซมบ้าน ทีมงานฝ่ายสถานที่ของ Stranger Things ก็ไปเคาะประตูบ้านของพวกเขาที่ “น่ากลัว” ไม่เหมือนใคร เพราะมีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทรงสูงแบบบ้านโบราณ และห้องใต้หลังคาบนชั้นสาม ซึ่งเรียกว่าเหมาะสุดๆ กับการเป็นบ้านแห่งความหลอนและลึกลับ

และอีกหนึ่งซีนที่เต็มไปด้วยการผจญภัยสุดระทึกและหนาวเหน็บในรัสเซีย โดยทีมงานเลือกใช้ประเทศลิทัวเนียเป็นสถานที่ถ่ายทำ เพราะยังมีเศษเสี้ยวของวัฒนธรรมโซเวียตที่แท้จริงหลงเหลืออยู่ และความสมจริงก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เส้นเรื่องในรัสเซียนั้นพาคนดูลุ้นแบบนั่งไม่ติดขอบเก้าอี้
3 รูปลักษณ์หน้าตาของเว็คนาได้แรงบันดาลใจมาจากโลกกลับด้าน

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเว็คนาสัตว์ประหลาดตัวร้ายใน Stranger Things 4 ที่ทีมผู้สร้างวางแผนการออกแบบไว้ว่าจะเป็นการผสมผสานองค์ประกอบที่ทำขึ้นเองและที่ใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อสร้างสรรค์ตัวละครเว็คนาที่มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเว็คนาจะต่างจากสัตว์ประหลาดตัวอื่นในโลกกลับด้านเพราะเป็นตัวละครที่มีความคิดแต่กลับเคลื่อนไหวช้า ภาพเงาของเขามีรูปทรงที่เด่นชัดเพื่อให้เห็นว่าแม้จะเป็นตัวละครที่เคลื่อนไหวช้ากว่าตัวอื่นๆ แต่รยางค์ที่เต็มไปด้วยซี่ฟันและขอบที่แหลมคมก็ทำให้เขาดูอันตราย ถ้าไปแตะถูกตัวเขา คุณจะต้องเจ็บตัวอย่างแน่นอน โดยตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์อย่างเว็คนา ถูกออกแบบมาให้สะท้อนรูปทรงและพื้นผิวจากโลกกลับด้าน และจากสัตว์ประหลาดในอดีต ไม่ว่าจะเป็นส่วนราก เถาวัลย์ รูปทรงตามธรรมชาติ และเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่เป็นริ้วๆ พาเลตต์สีของเขาคือม่วง แดงเข้ม ดำ และสีที่มืดกว่านั้นซึ่งทำให้นึกถึงโลกกลับด้านที่ครอบงำร่างของเขาอย่างเห็นได้ชัด ผิวเนื้อที่เผยให้เห็นเป็นหย่อมๆ จะดูขาวซีด เนื่องจากไม่ได้โดนแดดมาเป็นเวลาหลายปี

ส่วนมือซ้ายของเว็คนาที่มีขนาดใหญ่ บิดเบี้ยว และมีนิ้วที่ยาวผิดปกติ แบร์รี่ กาวเออร์ หัวหน้าผู้ดูแลแผนกแต่งหน้าเอฟเฟกต์และทีมได้ทำนิ้วต่อที่มีข้อต่ออะลูมิเนียมและกลไกที่ใช้งานได้จริง ซึ่งจะนำไปต่อกับนิ้วของนักแสดงจนมีความยาวเพิ่มขึ้น 8-10 นิ้ว ตามความตั้งใจของพี่น้องดัฟเฟอร์ ส่วนการแต่งหน้าเอฟเฟกต์ของเว็คนาแบบเต็มตัวต้องใช้ทีมงานผู้ชาย 4 คน และใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง ตัวละครจะต้องพร้อมถ่ายตอนเช้าตรู่ ดังนั้นกระบวนการแต่งหน้าเอกเฟกต์จึงเริ่มประมาณตี 2-3 และต้องใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมงในการถอดออกหลังจบการถ่ายทำในวันนั้น







