
การตกแต่งหน้าปัดหรือตัวเรือนเก่าแก่พอๆ กับศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นาฬิกายิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดและทรงคุณค่ามากขึ้น และนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1990 ศิลปะการสร้างสรรค์นาฬิกากลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ผลงานเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้สืบต่อกันมา โดยนำเอาศิลปะการตกแต่งอันเก่าแก่มาสอดแทรกไว้ในนาฬิการ่วมสมัย
หนึ่งในศิลปะยอดนิยมในการตกแต่งหน้าปัดก็คือการลงยาหรืออินาเมล (enamel) เป็นศาสตร์ที่ช่างศิลป์ตะวันออกคิดค้นขึ้นเมื่อ 4,000 ปีก่อน และมาเฟื่องฟูอย่างมากในการสร้างสรรค์นาฬิกาในช่วงศตวรรษที่ 17 และมีศูนย์กลางอยู่ที่เจนีวา โดยพื้นฐานแล้ว อินาเมลเกิดจากการนำแก้ว (ซิลิก้า) มาผสมเข้ากับพิกเมนต์สี จากนั้นนำไปหลอมละลายเข้ากันด้วยความร้อนสูงทีละชั้นๆ จนได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ การลงยาจะทำให้เกิดการเปล่งประกายงดงามและสีสันไม่เปลี่ยนแปลง เทคนิคที่นำมาใช้ในการสร้างสรรค์นาฬิกาซึ่งเรามักได้ยินบ่อยๆ ก็คือ กรองด์เฟอ ไปจนถึงเทคนิคที่ไม่ค่อยได้พบเห็นเท่าใดนักอย่างการนำอินาเมลที่แข็งตัวแล้วมาแกะเป็นลวดลาย เป็นต้น

Grand Feu
การลงยาแบบกรองด์เฟอ เป็นการลงยาด้วยความร้อนสูง เริ่มตั้งแต่การสร้างแผ่นเพลต ตามด้วยการลงยาและอบด้วยความร้อนสูงที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียลอีกหลายครั้งจนกว่าจะได้สีขาวบริสุทธิ์เรียบเนียนและแวววาว โดยไม่ต้องขัดเงาแต่อย่างใด

Cloisonné
เทคนิคคลัวซอนเน่ หมายถึงการกั้นขอบ เราจึงมักเห็นการนำเส้นทองหรือเงิน (ขนาดเท่าเส้นผม) มาเดินเส้นเป็นลวดลาย จากนั้นจึงเติมผงลงยาเฉดสีต่างๆ ลงไปตามช่อง แล้วนำเข้าเตาอบโดยต้องอบทีละสี เทคนิคนี้ทำให้การลงยาดูมีมิติและเฉดสีดูไล่ระดับ

Champlevé
เทคนิคชองป์เลอเว่ เป็นการลงยาบนฐานโลหะที่แกะสลักเซาะลายเป็นร่องไว้ก่อนจะนำเข้าเตาอบด้วยความร้อนสูง จากนั้นจึงนำไปขัดด้วยกระดาษทรายเพื่อกำจัดส่วนที่เกินออก และเพื่อให้เกิดประกายเงางาม

Plique à Jour
เทคนิคการลงยาปลิกาฌูร์ มีความคล้ายคลึงกับเทคนิคคลัวซอนเน่ ทำให้แสงสามารถส่งผ่านเข้ามายังอินาเมลได้เหมือนกระจกสี โดยลวดลายที่กำหนดจะถูกล้อมขอบด้วยเส้นทองและทำหน้าที่เป็นตัวยึดอินาเมลแบบโปร่งใส หลังจากลงสีเรียบร้อยก็จะนำเข้าเตาอบที่อุณภูมิสูงถึง 800 องศาเซลเซียส ช่วยให้สียิ่งเด่นชัดมากขึ้น

Paillonné
เทคนิคการลงยาที่เรียกว่าไปยอนเน่ เกิดจากการนำแผ่นฟอยล์มาซ้อนทับชั้นอินาเมลและทับด้วยอินาเมลอีกชั้น จากนั้นจึงนำไปเข้าเตาอบด้วยความร้อนสูง และเนื่องจากเป็นผลลงยาแบบโปร่งใส เทคนิคการรองด้วยฟอยล์จึงช่วยให้อินาเมลยิ่งวิบวับจรัสประกายมากยิ่งขึ้น

Grisaille
กรีซายล์คือการลงยาด้วยเม็ดสีขาวลงไปบนพื้นสีดำ โดยเริ่มจากการนำหน้าปัดมาลงยาสีดำจนทั่ว ซึ่งต้องให้เรียบเสมอกันและไร้สิ่งเจือปน และที่สำคัญยังต้องคงทนเพราะต้องนำเข้าเตาอบด้วยความร้อนสูงหลายครั้ง จากนั้นจึงนำผงลงยาสีขาวมาวาดเป็นลวดลาย จะวาดอ่อนหรือเข้มก็แล้วแต่ความต้องการ ยิ่งวาดอ่อน สีก็ยิ่งออกเทา เมื่อนำไปเข้าเตาอบอีกครั้งจะได้ผลงานที่มีเฉดสีดำเทาดูมีมิติ

Flinquée
แฟลงเก เป็นการลงยาบนพื้นผิวที่สลักลายด้วยมือหรือด้วยกรรมวิธีกิโยเช่ แล้วนำไปเข้าเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 820 องศาเซลเซียส และทำซ้ำอย่างนั้นประมาณสี่ครั้งเพื่อให้ได้เฉดสีและประกายตามต้องการ






