Audemars Piguet x Carolina Bucci แปลงโฉมหน้าปัด Royal Oak ในเฉดสีเหลือบรุ้ง

โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลับมาร่วมงานกับ แคโรลีนา บุชชี่ (Carolina Bucci) ดีไซเนอร์เครื่องประดับหญิงชาวอิตาเลียนอีกครั้งในการแปลงโฉมนาฬิกา Royal Oak Self-Winding 34 mm ให้แปลกตาไปจากเดิม 

ครั้งนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งที่ 3 แล้ว โดยบุชชี่ได้มองหาความท้าทายใหม่ๆ ในการแปลงโฉฒสุดยอดนาฬิกาไอคอนิกนี้ และเธอก็ตัดสินใจเน้นความคอนทราสต์ระหว่างหน้าปัดและตัวเรือนแบล็กเซรามิกเพื่อสร้างความแตกต่าง “ฉันอยากให้เห็นสีรุ้งในแบบที่คาดไม่ถึง เหมือนที่คุณเห็นน้ำมันลอยอยู่บนแอ่งน้ำบนถนนในเมือง ฉันเลยออกแบบให้หน้าปัดมีสเปกตรัมหลากสีบนผืนผ้าที่ดำสนิทไร้สีสัน”

Royal Oak Self-Winding 34 mm Black Ceramic Limited Edition หน้าปัดมัลติคัลเลอร์ที่มีเอฟเฟกต์กระจกเงา ที่สะท้อนดีไซน์หน้าปัดทาพิสเซอรี (ลายตาราง) อันเป็นเอกลักษณ์ เมื่อมองครั้งแรกจะเห็นหน้าปัดเป็นสีดำ แต่หากสังเกตอย่างละเอียดจะพบกับหน้าปัดทาพิสเซอรีหลากสี ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามแสงที่ตกกระทบ โดยผนึกแผ่นแซฟไฟร์ที่ตกแต่งด้วยลายสีเหลี่ยมเล็กๆ ลงบนแผ่นหน้าปัดทองเหลืองเพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์สีรุ้งที่เล่นกับแสงได้อย่างงดงาม เทคนิคเคลือบทองได้รับการคิดค้นและพัฒนาเพื่อนาฬิการุ่นนี้โดยเฉพาะ ด้วยวิธีการประกอบด้านหลังของแผ่นแซฟไฟร์ให้เกิดเป็นเอฟเฟกต์กระจกและสะท้อนแสงบนหน้าปัด ลวดลายสีรุ้งนี้จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละองศา ทำให้แต่ละดีไซน์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ตัวเรือนและสายแบล็กเซรามิกถูกขับเน้นด้วยสกรูพิ้งค์โกลด์ทรงหกเหลี่ยม ไม่เพียงแต่เป็นตัวยึดขอบตัวเรือนเท่านั้น แต่ยังสร้างสีสันที่คอนทราสต์กันอย่างสง่างามอีกด้วย ทุกองค์ประกอบของตัวเรือนและสายนาฬิกาได้รับการขัดลายซาตินซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของโอเดอมาร์ ปิเกต์ พร้อมกับการขัดเหลี่ยมมุมอันประณีตเพื่อให้แสงตกกระทบได้อย่างเต็มที่  ฝาหลังไทเทเนียมและแซฟไฟร์ สลักข้อความ “Limited Edition Carolina Bucci” และเผยให้เห็นการทำงานอันซับซ้อนของคาลิเบอร์ 5800 กลไกอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่นจับเวลา พร้อมสำรองพลังงานได้นาน 50 ชั่วโมง

Other Articles