Thursday, May 26, 2022

ณิชา-ณัฏฐณิชา นักแสดงหญิงกับใจรักในศิลปะ

ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ในลุคแฟชั่นสุดเท่ที่ก้าวข้ามกรอบเพศสภาพ โดย Saint Laurent by Anthony Vaccarello คอลเลกชั่น SUMMER 2022 แรงบันดาลใจจากสไตล์อันโดดเด่นของ Paloma Picasso และแฟชั่นยุค ’80s เผยเสน่ห์สาวมั่น แฝงความหรูหรา และเย้ายวนใจในแบบฉบับหญิงสาวยุค 2022 

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ร่วมงานกัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นักแสดงสาวมากความสามารถในสังกัดช่อง 3 ได้มาถ่ายแบบเพื่อขึ้นปกของลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ “ชอบคอนเซ็ปต์ ชอบภาพ ชอบแสง ชอบทุกอย่าง มันเปลี่ยนเราไปเป็นอีกคนเลย” ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ พูดถึงการถ่ายแบบในวันนี้ แถมยังเป็นการทำงานกับแบรนด์ปารีเซียงสุดฮ็อตอย่าง Saint Laurent ด้วย “จริงๆ เคยดูโชว์คอลเลกชั่นนี้มาก่อนแล้ว เปรี้ยวมาก ยังคิดอยู่เลยว่าเราจะได้ใส่บ้างไหม พอได้มาถ่ายก็ดีใจมากเพราะเราคงไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้ได้บ่อยๆ”

แฟนละครช่อง 3 คงรู้จักนางเอกแถวหน้าคนนี้เป็นอย่างดี ณิชาเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 17 จนถึงวันนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้วที่เธอได้ฝากฝีมือทางการแสดงผ่านผลงานที่น่าจับตามองหลายเรื่อง ทั้ง ‘เสน่ห์นางงิ้ว’ ซึ่งเป็นละครดราม่าเรื่องแรกและเธอยังต้องเรียนศิลปะแขนงนี้นาน 6 เดือน ‘เพลิงพรางเทียน’ ซึ่งสุดแสนจะท้าทายเพราะต้องเล่นเป็นสองคาแร็กเตอร์ ‘Ghost Lab’ ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต และล่าสุดที่เพิ่งจบไปอย่าง ‘เกมปรารถนา’ กับบทมิลินที่ไม่เหมือนกับตัวเธอเลย “ถ้าเทียบเป็นพลังงาน ตัวจริงเราอยู่แค่ระดับ 1 แต่ละครตัวนี้พลังเกิน 3 ไปอีก เราต้องอัพพลังและเรียนรู้ที่จะใช้พลังงานนี้ในการแสดง” 

-สังเกตว่าบทที่ณิชาได้รับส่วนใหญ่จะเป็นแนวดราม่า และโตกว่าอายุจริง 

“น่าจะเพราะละครส่วนใหญ่ของช่อง 3 จะเป็นเรื่องราวของวัยทำงาน ตอนนั้นเลยรู้สึกว่าไม่ได้แปลกอะไร แต่การที่เราต้องแสดงบทที่โตแล้วตั้งแต่เด็ก มันก็มีความยาก อย่างการเล่นบทคนแต่งงานแล้ว รู้สึกว่ามันยากมากกก เราไม่มีประสบการณ์ ก็ต้องซึมซับความเป็นผู้ใหญ่เข้ามาไว้ในตัวเอง เคยคิดว่าอยากลองแสดงบทที่เท่าอายุเราบ้างจัง แต่ตอนนี้เราอายุ 26 อายุดำเนินมาเท่าๆ กับบทตัวละครส่วนใหญ่แล้วค่ะ (หัวเราะ)”

-คิดว่าบทบาทเหล่านี้มันทำให้เราเติบโตไหม 

“คิดว่ามีส่วนค่ะ แต่ที่ผ่านมาเราก็ใช้ชีวิตเป็นตัวเอง มีเพื่อนๆ ที่อายุเดียวกัน เราไม่ได้ใช้ชีวิตเปลี่ยนไป แต่เราจะได้ข้อคิด วิธีการคิดจากตัวละครที่เอามาปรับใช้กับตัวเรา มันเหมือนเวลาที่คนทำละครอยากให้คนดูสะท้อนและย้อนดูตัวเอง คนที่แสดงก็เหมือนกัน”

-บทล่าสุดใน ‘เกมปรารถนา’ ที่เพิ่งจบไปเป็นอย่างไร 

“มันเปิดโลกมากกก เพราะได้เป็นตัวละครที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี เราได้เห็นพัฒนาการของตัวละครตั้งแต่แรกจนจบ ทำอะไรที่ผิดพลาดบ้าง เรียนรู้ที่จะแก้ไขแบบไหน เป็นเรื่องหนึ่งที่โตมากพอสมควร ได้ทำอะไรหลายอย่างมาก เราได้เป็นเขาตั้งแต่เป็นผู้หญิงเอาแต่ใจ ต้องได้ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แต่สุดท้ายตัวละครก็ได้เรียนรู้ว่าต่อให้เราต้องการสิ่งเหล่านี้แค่ไหน สุดท้ายแล้วมันจะต้องไม่ทำร้ายคนอื่น”

-ทราบมาว่าณิชาไม่เคยคิดอยากทำงานในวงการนี้ตั้งแต่แรก แล้วอะไรดึงดูดใจให้อยากลองทำในตอนอายุ 17

“มันเหมือนจับพลัดจับผลูเหมือนกันค่ะ ได้มาเจอผู้จัดการ แล้วช่องตอบรับ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนนั้นคิดแค่ว่าก็ลองดูเพราะมีโอกาส ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนหรือมองอนาคตไปไกล แต่จากลองก็เริ่มเปลี่ยนเป็นชอบ รู้สึกสนุก รู้สึกท้าทาย ผิดหวังจากมัน เรียนรู้จากมัน  ดีใจกับสิ่งที่เราเจอในวงการนี้ จนตอนนี้ก็รักอาชีพนี้ไปแล้ว”

-ที่ว่าผิดหวัง หมายถึงเรื่องอะไรคะ 

“คือการที่เข้ามาทำงานในวงการมันทำให้ความเป็นส่วนตัวของเราหายไปค่ะ เพราะจริงๆ เป็นคนไพรเวตมาก รู้สึกว่าเรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว ไม่ได้คิดว่าเราต้องตอบใครด้วยซ้ำ เราเลยต้องเรียนรู้ที่จะพูด สื่อสารเท่าที่เราจะเปิดได้ ที่ผิดหวังคือตอนที่เรายังเด็ก เรารู้สึกว่าเราไม่รู้จะรับมือกับสิ่งต่างๆ แบบไหน ในการทำงานเราได้เจอคนเยอะมาก ไม่ใช่แค่ในโลกโซเชียล บางทีคำพูดบางอย่างมันอาจจะไม่ได้มาทำร้ายเราตรงๆ แต่เราเป็นคนคิดมาก ไม่รู้จะรับมืออย่างไร เราก็เรียนรู้และเติบโตให้มากขึ้น” 

-ตอนนี้มองเส้นทางในวงการนี้อย่างไร

“ตอนที่เข้ามาใหม่ๆ คิดว่ามันคือความท้าทายค่ะ อยากเอาชนะ อยากทำให้ได้ เราเป็นคนอ่านคอมเมนต์ เขาว่าเราเรื่องนี้ เราต้องแก้ไข ผู้ใหญ่บอกอะไรมาเราต้องทำให้ได้ จนพอวันหนึ่งมีช่วงหนึ่งตั้งแต่ก่อนโควิดที่ไม่ได้แสดงแล้วรู้สึกว่าคิดถึงอาชีพนี้จัง รู้สึกโหยหาการทำงาน อยากออกกอง ถึงได้รู้ว่าเราชอบมันจริงๆ ในแง่ของการแสดง มันจะมีสเต็ปที่เราไม่ค่อยเข้าใจการแสดง จนมาถึงจุดที่เราศรัทธากับอาชีพมากๆ มันไม่ใช่แค่รัก เรารู้สึกว่ามันให้อะไรคน มันบอกอะไรคน มีอิมแพ็กต์บางอย่างที่การแสดงมันสะท้อนออกมาได้ ทำให้เราเคารพในอาชีพนี้มากๆ และพอเราศรัทธาไปแล้ว คือมันมันส์ค่ะ (หัวเราะ) รู้สึกแบบมาเลย อยากลุย อยากเล่น อยากเป็นตัวละครนี้แล้ว อย่างช่วงที่หยุดถ่ายละคร ‘เกมปรารถนา’ เพราะโควิด รู้สึกเลยว่าเราคิดถึงการได้เป็นตัวละครตัวนี้ คิดถึงชีวิตของมิลิน และบรรยากาศรอบๆ ตัว” 

-ถ้าทำงานอย่างอื่น ความสำเร็จอาจจะมาในรูปของการได้เลื่อนขั้นขึ้นไปเรื่อยๆ หรือเงินเดือน แต่สำหรับอาชีพนักแสดง มันจะไปสู่จุดสูงสุดที่ตรงไหน รางวัลเหรอคะ

“มันคือความรู้สึกของตัวเราเองค่ะ อย่างการเป็นตัวละครในแบบที่สร้างสรรค์มาแล้ว มันรู้สึกใจฟู อย่างที่บอกว่ามันสนุกมากที่ได้เป็นเขาจนคิดถึงการสวมบทนั้น เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้เจอได้ในทุกเรื่องหรือทุกตัวละครอยู่แล้ว แต่พอเราเจอมันแล้วก็รู้สึกว่าอยากเจอแบบนี้ไปอีกทุกๆ เรื่องเลย นั่นคือสิ่งที่เราได้กับการแสดงละครเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องรางวัล หรือคนดูเยอะ นั่นเป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ เลยไม่ได้คาดหวังกับตรงนั้น แต่ถ้าเราเต็มที่กับมันสุดๆ เราจะรู้สึกฟินเอง ไม่ว่าคนจะดูเยอะหรือไม่เยอะก็ไม่เป็นไร ส่วนรางวัลถ้าได้รับก็ภูมิใจ แต่ไม่ใช่เป้าหมายเดียวที่จะต้องไปให้ถึง การพัฒนาตัวเองและทำให้มันดีในทุกๆ บทดีกว่าค่ะ” 

-ย้อนกลับไปในสมัยเด็ก ณิชาเติบโตมาแบบไหน  

“จริงๆ เป็นเด็กชิลล์ๆ เรื่อยๆ ถ้าความทรงจำที่มีความสุขที่สุดก็คือตอนอยู่กับเพื่อนๆ แล้วก็แฮปปี้ที่ได้อยู่บ้าน สมัยเด็กตอนพ่อขับรถไปส่งที่โรงเรียนตอนเช้า แล้วพ่อจะเป็นคนเลือกทางว่าจะเลาะริมน้ำ หรือผ่านทุ่งนา พ่อเป็นคนที่ชอบธรรมชาติเหมือนกัน มันทำให้เราได้เห็นธรรมชาติสวยๆ ในสมัยก่อนซึ่งเป็นอะไรที่แฮปปี้มาก”

-ตอนเด็กฝันอยากเป็นอะไร 

“ถ้าตอนเด็กมากๆ อยากเป็นสถาปนิก เพราะที่บ้านทำงานเกี่ยวกับการสร้างบ้านอยู่แล้ว ชอบดูแบบบ้านแล้วก็จินตนาการว่าถ้าบ้านมีห้องนั้นห้องนี้จะเป็นยังไง แต่พอเข้าเรียนป.3 ก็เริ่มรู้ว่าตัวเองชอบศิลปะมากๆ ชอบวาดรูป ชอบการลงสี อยู่กับดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ถึงคนจะชอบพูดกันเล่นๆ ว่า ‘ศิลปินไส้แห้ง’ แต่เราอยากเป็นนะ มันมีความสุขจังที่ได้เรียนวาดรูป วาดไปได้เรื่อยๆ และขอทำอะไรก็ได้ที่ได้อยู่กับศิลปะ ตอนนั้นคิดว่าแค่นี้แหละค่ะที่ต้องการ ไม่ได้อยากรวย ไม่ได้อยากได้อะไร แค่อยากมีความสุข ทำมาหากิน พอกินพอใช้ เคยไปอยู่ที่โรงเรียนศิลปะตั้งแต่แปดโมงเช้าจนสี่ทุ่ม ก็อยู่ได้ทั้งวัน”

-แสดงว่าครอบครัวเข้าใจความชอบของเรามากๆ 

“พ่อแม่สนับสนุนตลอดค่ะไม่ว่าเราจะชอบอะไร แต่เราดันมาเปลี่ยนเสียก่อนตอนเข้าวงการแล้วรู้สึกว่างานบันเทิงมันสนุก แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ทิ้งศิลปะนะคะ ยังวาดเป็นงานอดิเรก หรือเวลาเครียดๆ จากบทก็จะวาดเล่นๆ มันก็ช่วยบำบัด ฝึกสมาธิ โฟกัสกับภาพตรงหน้า”

-เคยบอกว่าเป็นคนอินโทรเวิร์ต

“มากกก ชอบอยู่บ้าน ชอบอยู่คนเดียว บางทีก็อยากไปเที่ยวคนเดียว ต้องการการอยู่คนเดียว เวลาเราทำงาน เราก็แฮปปี้กับการได้เจอคนนะ แต่เราต้องได้พัก ชาร์จพลังจากการอยู่คนเดียว ได้คุยกับตัวเอง ก็ได้รู้จักตัวเองจากการอยู่คนเดียวค่ะ เพราะบางทีเวลาอยู่กับคนอื่น เราไม่ได้หันกลับมามองตัวเองเท่าไหร่ เราได้กลับมาถามตัวเองจริงๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่และไม่ใช่ จะอย่างไรต่อ ได้ให้เวลากับตัวเองบ้าง” 

-ณิชาเป็นคนหนึ่งที่ได้ทำงานกับโลกแฟชั่นเยอะมาก ทั้งกับแบรนด์ กับนิตยสารต่างๆ ความชอบด้านนี้เริ่มต้นได้อย่างไร 

“ชอบแต่งตัวมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ พอโตมาก็รู้สึกว่าแฟชั่นคือศิลปะชนิดหนึ่ง ตอนที่เรียนศิลปะก็รู้สึกว่ามันเกี่ยวกับแฟชั่นนิดๆ แล้วพอเข้ามาในวงการบันเทิง มันได้เข้าใกล้ความเป็นแฟชั่นมากขึ้น ต้องสวมบทบาทต่างๆ ต้องแต่งตัวในโอกาสต่างๆ จะแต่งแบบไหนโดยที่ยังเป็นตัวเราอยู่ ตอนวาดรูป ศิลปะมันอยู่บนแคนวาสใช่ไหมคะ แต่แฟชั่นมันคือศิลปะที่อยู่บนตัวเรา เราเป็นคนเลือกเพื่อแสดงความเป็นเรา แล้วพอได้เริ่มทำงานกับแบรนด์แฟชั่นต่างๆ มันสนุกมากๆ ได้ติดตามโชว์ ดูว่าอะไรกำลังจะมา มันน่าตื่นเต้นค่ะ เคยไปดูแฟชั่นโชว์มาครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกว่าอยากไปอีก ในวันที่มีแฟชั่นวีก เราชอบแพสชั่นและพลังงานตรงนั้นมากๆ ชอบพลังงานของคน ของตากล้อง ของนางแบบ ฉากต่างๆ ทุกอย่างมันคือศิลปะมากๆ เลย แม้กระทั่งคนที่เข้ามาดูโชว์ ทุกคนที่มาคือมีแพสชั่นเหมือนกัน สนุกมากๆ ค่ะ”

-สไตล์แฟชั่นของณิชาเป็นแบบไหน  

“ถ้าวันพักผ่อนก็จะเลือกความสบายตัวที่สุด แต่ถ้าเป็นวันที่ออกไปข้างนอกหรืออีเวนต์สำคัญ ก็จะชอบแต่งตัวสไตล์มัสคิวลีนนิดนึง เวลาเห็นคอลเลกชั่นของผู้ชายจะรู้สึกอยากได้ ชอบอะไรที่มีความบอย แต่พอเริ่มโตขึ้นก็จะเริ่มชอบความเฟมินีนด้วยค่ะ”

-มีใครเป็นแรงบันดาลใจไหม

“ชอบเซนเดย์อา ชอบไลฟ์ไสตล์และความคิดเขา เวลาปกติเขาดูสบายๆ มาก แต่พอออกงานเรดคาร์เพ็ตแล้วคือไฟลุกเลย แล้วเวลาให้สัมภาษณ์เรื่องต่างๆ เขาเป็นคนที่ความคิดดีค่ะ”

-แล้วไลฟ์สไตล์ของณิชาล่ะ

“สโลว์ไลฟ์ (หัวเราะ) ไม่ชอบอะไรรีบๆ ชอบแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ ถ้าจะรีบจริงๆ ก็ต้องเตรียมมาให้พร้อมแล้ว อย่างเวลาไปเที่ยวก็จะไม่ชอบแพลนเยอะ แค่คิดคร่าวๆ แต่ไม่ต้องไปฟิกซ์มันค่ะ”

พี่โตโน่ดูเป็นสายกิจกรรม ชอบชวนณิชาไปด้วยไหม 

“กิจกรรมคนละแบบเลยค่ะ เขาชอบขี่มอเตอร์ไซค์ มอเตอร์ไซค์วิบาก ว่ายน้ำ ฟิตเนส หลักๆ คือขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งเราไม่ไปอยู่แล้ว (หัวเราะ) เราไม่มีแพสชั่นด้านนี้เท่าเขา แต่จะชอบเล่นเซิร์ฟ ขี่เจ็ตสกี ปีนผา คนละทางเลยค่ะ (ซึ่งกิจกรรมที่ชอบไม่สโลว์ไลฟ์เลย)”

-ความฝันที่อยากทำให้ได้ในปีนี้

“อืมม… อยากผ่อนบ้านให้หมด (หัวเราะ) เป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวในกรุงเทพฯ เป็นความตั้งใจเดียวในปีนี้เลยค่ะ… แล้วก็อีกอย่าง อยากลองใช้ชีวิตคนเดียวในต่างประเทศสักเดือนหนึ่ง ลองทำสิ่งที่อยากทำ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้ไหม”

Photographer: Napat Gunkham

Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam

Writer: Pimpilai Boonjong

Makeup: Chaidit Somsong

Hair: Harit Punyaaiy

Photographer Assistants: Saran Wannaphurk, Nuntanat Akaraphongkarn

Stylist Assistant: Yawanad Plandee






Other Articles