Friday, July 1, 2022

Senior Year ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณคิดถึงชีวิตวัยรุ่นยุค 2000s (ถ้าคุณเกิดทัน)

ขอไม่พูดแล้วกันว่า Senior Year คือหนังที่คุณไม่ควรพลาด แต่ถ้าคุณกำลังเบื่อๆ  อยากหาอะไรดูแก้เซ็ง และไม่อยากคิดอะไรมากในบางช่วงของชีวิตล่ะก็ ภาพยนตร์จาก Netflix เรื่องนี้ก็คงจะช่วยเติมเต็มช่วงเวลานั้นได้อย่างไม่ยากเย็น แถมถ้าใครเกิดทันยุค 2000s หรือได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นในยุค 2000s มาแล้วล่ะก็ เรืองนี้ก็คงทำให้คุณเอ็นจอยสุดๆ  เหมือนได้ย้อนวัยไปในสมัยที่คุณยังเฟี้ยว 

Senior Year เป็นภาพยนตร์แนวคอเมดี้ ผลงานการกำกับของ Alex Hardcastle และนำแสดงโดย Rebel Wilson ซึ่งหลายคนน่าจะจดจำเธอได้จากบทบาทนักร้องอะแคปเปลล่าสุดฮาในหนัง Pitch Perfect ภาคต่างๆ แต่ในเรื่องนี้เธอต้องมารับบทเป็น สเตฟานี ที่เพิ่งฟื้นจากอาการโคม่าหลังจากประสบอุบัติเหตุจนนอนสลบไสลไปนาน 20 ปี 

ช่วงเวลาวัยรุ่นที่หล่นหายไปทำให้เธอยังรู้สึกเหมือนเป็นเด็กสาววัย 17 ที่ต้องอยู่ในร่างผู้หญิงวัย 37 และนั่นก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของความฮาต่างๆ ของเรื่อง อย่างตอนที่เธอเห็นปกนิตยสารโรลลิ่งสโตน “ตอนนี้มาดอนน่ามีชื่อว่าเลดี้กาก้าไปแล้วเหรอ” 

แถมนิสัยและความคิดอ่านของเธอยังเหมือนเมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนซะด้วย ทั้งความมั่นหน้ามั่นโหนกในความสวยและความมีสไตล์ ความภูมิใจในความป็อปปูลาร์เพราะได้เป็นกัปตันเชียร์ลีดเดอร์ อีกทั้งเธอยังมุ่งมั่นสู่การเป็นพรอมควีนเพราะเชื่อว่ามันจะนำไปสู่ชีวิตที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็กต์ในอนาคต  

จะว่านี่เป็นหนังแนว coming of age เรื่องหนึ่งก็ได้นะ เพราะการเปลี่ยนผ่านในชีวิตมันไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตอนวัยรุ่นก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่เสมอไป บางทีการเปลี่ยนผ่านมันก็เกิดขึ้นในวัยที่เราเป็นผู้ใหญ่แล้วได้  แถมมันยังท้าทายเสียด้วย (อย่างการต้องมาหัดเล่นโซเชียล หรือใช้สมาร์ทโฟน หรือพยายามทำตัวเป็นอินฟลูในวัยนี้)

“คนอื่นได้มีโอกาสใช้ชีวิต แล้วไง แล้วหนูจำเป็นต้องก้าวกระโดดไปเลยเหรอ? นี่หนูเพิ่งได้รู้เองนะว่า Fast & Furious มันมีมากกว่า 8 ภาคน่ะ”…. ในวันที่สเตฟานี่ฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกำลังจะเข้าสู่วัยกลางคนในอีกไม่นาน มันก็อยากที่จะตั้งรับแล้ว แถมความมุ่งมั่นในอดีตยังทำให้เธอคิดจะกลับไปเรียนมัธยมเพื่อจะได้มีโอกาสทำตามความฝันของตัวเองด้วย และที่น่าช็อกกว่าเดิมด้วยที่สิ่งที่ตัวเองฝัน ทั้งการแข่งกันเป็นพรอมควีน กัปตันเชียร์ลีดเดอร์กลับกลายเป็นค่านิยมที่ล้าสมัยไปแล้วในยุคนี้

จริงๆ การดูเรื่องนี้ก็เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคอดีต  ทั้งฉากในห้องนอนเด็กอเมริกันที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์ไอดอลของยุค 2000s (Britney, Pink, NSYNC, นางเอกเรื่อง Clueless) ความฝันในการเป็นเชียร์ลีดเดอร์ที่ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง Bring It On ความจริงจังกับงานพรอม รวมไปทุกเพลงที่เลือกมาประกอบเราก็รู้จักแทบทั้งหมด (มีแม้กระทั่งเพลง C’est la Vie ของ B*Witched)… และที่ขาดไม่ได้ก็คือฉากในมโนของสเตฟานีว่าตัวเองเป็นบริทนีย์ สเปียร์ ในเอ็มวี (You Drive Me) Crazy ราวกับเป็นการทริบิวต์ให้เจ้าหญิงแห่งวงการป็อป และเหนืออื่นใด ก็คือการได้เห็นแฟชั่นยุค Y2K ของสเตฟานีที่กลับมาเป็นเทรนด์ฮิตของโลกแฟชั่นในยามนี้






Other Articles