Tuesday, July 5, 2022

ความเชื่อมโยงระหว่าง Gucci Cosmogonie นักคิดชาวเยอรมัน และภาพฝันแห่งดวงดาว

Cosmogonie (คอสโมโกนี) คือชื่อคอลเลกชั่น Cruise 2023 ของ Gucci มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า การศึกษาหรือประวัติศาสตร์ของจักรกวาล เป็นแนวคิดอันยิ่งใหญ่ที่น่าจะมีแต่อเลสซานโดร มิเคเล ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของกุชชี่ที่หาญกล้าจะนำมาใช้เป็นธีมหลักของคอลเลกชั่นแฟชั่น 

มิเคเลได้แรงบันดาลใจมาจากมุมมองความคิดของ Walter Benjamin นักปรัชญาชาวยิวสายมาร์กซิสต์ในศตวรรษที่ 20 เขาชอบถกเถียงโดยใช้เหตุและผลกับเพื่อนๆ ที่เป็นปัญญาชน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Hannah Arendt ซึ่งทั้งสองได้เจอกันตอนหลบหนีไปปารีส เขาได้ให้ต้นฉบับหนังสือของเขาที่ชื่อ These on the Philosophy of History แก่เธอขณะกำลังหลบหนีออกจากยุโรป เขาฆ่าตัวตายที่ชายแดนสเปนเพราะทุกข์ใจที่ถูกตำรวจเกสตาโปไลล่าและหนังสือต่างๆ ของเขาถูกยึด

เอเรนดต์เขียนบทความเล่าถึงเบนจามินในปี 1968 ว่า “เขาจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีห้องสมุด เขาจะเลี้ยงชีพอย่างไรถ้าไม่มีคอลเลกชั่นรวมความคิดและบทคัดย่อจากต้นฉบับต่างๆ ของเขา” เธอเรียกเขาว่า Pearl Diver หรือนักดำน้ำเก็บไข่มุก “เมื่อเขาสูญเสียพลังในการรวบรวมผสมผสานเครือข่ายข้อมูลเพื่อสร้างความคิดของเขา เบนจามินก็คิดว่าการหายไปตลอดกาลคงจะดีเสียกว่า” เบนจามินคือนักสะสมข้อมูลความคิด หรือ collector of quatations เปรียบเหมือนผู้ที่ดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเลแล้วเก็บเอาไข่มุกอันล้ำค่าขึ้นมา แล้วนำเอามาร้อยเรียง

เบนจามินคิดแบบ Constellation หรือกลุ่มดาวซึ่งเชื่อมโยงกัน ความคิดของเขาเป็นเหมือนโครงสร้างที่เชื่อมโยงที่ส่องสว่างในความมืด มันปรากฏขึ้นในทันใด เต็มไปด้วยพลังอันเข้มข้น และมันเกิดจากความสามารถในการหาความเชื่อมโยงชิ้นส่วนเศษเสี้ยวจากโลกต่างๆ 

“หากจะมีนักคิดสักคนที่สามารถนำสิ่งต่างๆ ที่อยู่ห่างกันในเวลาและพื้นที่เข้าด้วยกัน และสามารถนำเสนอมันออกมาเป็นหมู่ดาวเปล่งประกาย คนคนนั้นก็คือวอลเตอร์ เบนจามิน นี่คือคำขอบคุณจากผมที่มีต่อบุรุษผู้นี้ซึ่งไม่สามารถอยู่รอดโดยปราศจากคำอ้างอิงของเขา” มิเคเลกล่าว อันที่จริงเขาเองเคยออ้างอิงแนวคิดของเบนจามินมาก่อนแล้วในคอลเลกชั่นผู้ชาย Fall/ Winter 2016-2017 โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดเกี่ยวกับ constellation โดยเขาเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจะมารวมกับปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เวลาในอดีตที่ดำเนินต่อเนื่องมา แต่เป็นสิ่งที่ผลิตขึ้นในปัจจุบัน ไม่แปลกหากมิเคเลจะชอบนักคิดผู้นี้เพราะเขาเองก็ชอบนำยุคสมัยในอดีตมาสร้างสรรค์เป็นปัจจุบันเช่นกัน

โชว์ Gucci Cosmogonie จัดแสดงที่ Castel del Monte ซึ่งตั้งอยู่ใน Andria ประเทศอิตาลี ปัจจุบันอยู่ในความคุ้มครองของ UNESCO  กำแพงปราสาทสาดส่องด้วยแสงไฟเป็นรูปแผนที่ดวงดาวเพื่อสร้างบรรยากาศ ที่นี่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 โดยจักรพรรดิ Frederick II แห่งอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธ์ ดีไซน์ของปราสาทเป็นรูปทรงปรึซึมแปดเหลี่ยม ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางด้านคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมอันเป็นผลงานจากความเชื่อในแนวคิดมนุษยนิยมในยุคนั้น 

คอลเลกชั่นของ Gucci นี้เต็มไปด้วยสีสัน ผสมผสานสไตล์ฝรั่งเศสและอิตาเลียน แต่งแต้มด้วยความหลงใหลของมิเคเล ประกอบด้วยผลงานกว่า 100 ลุคซึ่งชวนให้สนทนาถกกันถึงแนวคิดต่างๆ คล้ายๆ กับความสามารถของเบนจามินในการนำเอาไอเดียต่างๆ มาหลอมรวมและเรียงร้อยใหม่ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้มิเคเล ในการนำเอาเรเฟอเรนซ์ที่แตกต่างในประวัติศาสตร์เอามาผสมเข้าด้วยกันกับปัจจุบัน ออกมาเป็นผลงานที่มีความแตกต่างแต่ก็ยังลงตัว 

คอลเลกชั่นนี้มีทั้งชุดปาร์ตี้เดรส บู๊ตสูงถึงหัวเข่า ลวดลายลวงตาแบบยุค 60s สูทโอเวอร์ไซส์ไร้เพศ แผงคอแบบอัศวินยุคกลาง และอีกหนึ่งคีย์สำคัญของโชว์ก็คือคำที่มิเคเลเรียกว่า “incendiary shimmer” เดรสประดับประดาด้วยคริสตัลอันละเอียดอ่อน เลื่อมหลากสีที่ลอยอยู่รอบแนวเขตของปราสาทอิตาลี รายละเอียดเป็นประกายระยิบระยับไปตามรันเวย์ อย่างคริสตัลบนชุดกระโปรงคริโนไลน์ เลียนแบบแสงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน 

งานนี้ยังเต็มไปด้วยคนดังมากมายที่บินมาร่วมชมโชว์ ทั้งดาโกต้า จอห์นสัน, แอล แฟนนิ่ง, เจเรมี โอแฮริส, ชิน มินอา รวมทั้งใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่  Friend of Gucci จากประเทศไทยที่โดดเด่นไม่แพ้ใครเลยทีเดียว 

Other Articles