Saturday, July 2, 2022

Van Cleef & Arpels โชว์สร้อย Zip ในงานนิทรรศการ Homo Faber

ผลงานหัตถศิลป์ที่คือตัวแทนของศิลปะและวัฒนธรรม สะท้อนถึงมุมมองความงามและจิตวิญญาณของยุคสมัย ในยุคปัจจุบันที่โลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ผลงานหัตถศิลป์จึงเป็นดั่งโลกคู่ขนานที่ย้ำเตือนเราว่ามนุษย์สร้างสรรค์ความงามที่ยืนยงด้วยสองมือได้อย่างไร 

ในปีนี้นับเป็นครั้งที่สองที่  Van Cleef & Arpels (แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์) ได้นำผลงานชิ้นเอกอย่างสร้อยซิป (Zip Necklace) ร่วมจัดแสดงในงานนิทรรศการ  Homo Faber (โดยชื่อนิทรรศการนี้หมายถึง Man, The Maker)  ซึ่งจัดขึ้น ณ นครเวนิซ ประเทศอิตาลี ซึ่งในปีนี้ เน้นเรื่องราวความสัมพันธ์เชื่อมต่อระหว่างหัตถกรรมญี่ปุ่นกับยุโรป โดยมีช่างฝีมือหัตถศิลป์  เมซงต่างๆ และนักออกแบบมากมายร่วมนำเสนอเทคนิค  วัสดุ และทักษะความชำนาญเฉพาะสาขา ตลอดจนงานศิลป์ต่างๆ มากมาย

หลังจากนิทรรศการครั้งแรกในปี 2018 ซึ่ง Van Cleef & Arpels ได้นำเทคนิคฝังอัญมณีขึ้นตัวเรือนซ่อนหนามเตย (Mystery Set technique) มาร่วมจัดแสดง ในปีล่าสุด ทางเมซงได้เลือก  “สร้อยสายซิป”  หนึ่งในศิลปะเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงที่ท้าทายความสามารถในเชิงเทคนิคมาร่วมจัดแสดง โดยสร้อยชนิดนี้มีประวัติความเป็นมาย้อนกลับไปในทศวรรษ 1930 เลยทีเดียว 

นับตั้งแต่มีผู้ประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์สำหรับยึดผ้า 2 ส่วนให้ติดเข้าด้วยกันในยุค 1920 ซิปก็ได้เข้ามามีความสำคัญในการตัดเย็บชุดนักบิน ชุดกลาสี รวมทั้งในโลกแฟชั่นชั้นสูง เรอเน ปุยซองต์ (René Puissant) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Van Cleef & Arpels ซึ่งมักนำแรงบันดาลใจมาจากดลกแฟชั่นชั้นสูงก็ได้นำไอเดียเกี่ยวกับซิปมาออกแบบสร้อยคอจำลองแบบกลไกสายซิปซึ่งผลิตจากวัสดุเลอค่า และยังต้องอำนวยต่อการดึงพู่ประดับให้รูดเปิดและปิดได้อย่างราบรื่นเฉกเช่นสายซิปในงานตัดเย็บเสื้อผ้าด้วย ทั้งยังทำให้สร้อยคอแปรเปลี่ยนรูปแบบกลายเป็นสร้อยข้อมือได้ เมซงจึงจดสิทธิบัตรคุ้มครองประดิษฐกรรมสุดซับซ้อนนี้เมื่อปี 1938 แต่กว่าจะสามารถพัฒนาและสร้างสรรค์จนออกมาเป็นสร้อยคอสายซิปเส้นแรกขึ้น ก็ต้องรอจนถึงปี 1950 สืบเนื่องจากความผันผวนระหว่างภาวะสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการคิดค้นและพัฒนาเทคนิคซึ่งมีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างสูง

สร้อยคอสายซิปของ Van Cleef & Arpels นั้นได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดประดิษฐกรรม ซึ่งท้าทายขนบธรรมเนียมเครื่องประดับชั้นสูง ทั้งยังตอกย้ำความหลงใหลของเมซงมีต่อเครื่องประดับซึ่งสามารถดัดแปลงรูปทรงหรือพลิกแพลงวิธีการสวมใส่ได้ ปัจจุบัน ธรรมเนียมประดิษฐ์สร้อยคอสายซิปก็ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านผลงานเอกลักษณ์ชิ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ในนิทรรศการ Homo Faber ครั้งที่สองนี้ ช่างทำเครื่องประดับอัญมณีมากความสามารถทั้ง 6 ของ Van Cleef & Arpels (ทั้งรุ่นที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาปัจจุบันไปจนถึงระดับผู้เชี่ยวชาญประจำห้องผลิตงานแผนกเครื่องประดับ ชั้นสูงประจำกรุงปารีส) จะมาร่วมกันจับคู่สาธิตความชำนาญอันจำเป็นต่อการสร้างสรรค์เครื่องประดับประดิษฐกรรมเหล่านี้ ตลอดจนแสดงถึงการถ่ายทอด ส่งผ่านองค์ความรู้แขนงต่างๆ สู่กัน  

นิทรรศการนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้พบกับสร้อยคอ อันเป็นผลงานร่วมสมัยสองเส้น ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ และส่งตรงมาจากนครปารีสเพื่อร่วมนิทรรศการครั้งนี้โดยเฉพาะ หนึ่งในนั้น อาศัยโครงสร้างตัวเรือนตาข่าย Ludo อันถือเป็นสัญลักษณ์ทางการออกแบบของเมซงมานับแต่ปีค.ศ.1954 มาใช้ในหลายคอลเลกชั่นในปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น Van Cleef & Arpels ยังนำสร้อยคอสายซิปอีกสามชิ้นจากคอลเลกชั่นมรดกประวัติศาสตร์มาร่วมแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย  

นิทรรศการ Homo Faber  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 เมษายนจนถึง 1 พฤษภาคม 2022 ณ มูลินิธิจอร์โจ ซินิ (Giorgio Cini Foundation) บนเกาะซาน จอร์โจ มักโจเร ในเขตนครเวนิซ ประเทศอิตาลี

Other Articles