Wednesday, June 29, 2022

สง่างามมากวัฒนธรรมเสน่ห์เอเชียคือ SIRIVANNAVARI คอลเลกชั่นล่าสุดใน Spring/Summer 2022

เมื่อกล่าวถึงความงดงามที่แท้จริงในบางครั้งเราไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า ความงามที่แท้จริงนั้นมาจากภายในสู่ภายนอกเสมือนวัฒนธรรมที่เรามีมาแบบฉบับดังเดิมในอดีตอันอ่อนช้อยสืบสานกันมา ในบางครั้งคงจะดีไม่น้อยที่สามารถแสดงออกมาสู่สาธารณะในปัจจุบัน เมื่อหลังจากได้ดูแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นล่าสุดของ SIRIVANNAVARI และ S’Homme ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI นั้น ทำให้เราได้สัมผัสถึงความงดงามผ่านเครื่องแต่งกายอันผสมผสานกับเทคนิคชั้นสูงที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของหญิงสาวผ่านวัฒนธรรมชาติได้อย่างตรึงใจ

สำหรับคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลสปริง-ซัมเมอร์ 2022 ในครั้งนี้ได้มีจำนวนทั้งหมด 53 ลุค โดยแบ่งเป็นชุดสุภาพสตรีจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI จำนวน45 ชุด และ สุภาพบุรุษของ S’Homme 8  ลุคเด่น ที่มากแรงบันดาลใจของศิลปะวัฒนธรรมของเอเชียผสานเข้าด้วยกันสู่ยุคปัจจุบันด้วยเทคนิคต่างๆ เสมือนภูมิภาคเอเชียมีความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมที่งดงามและเก่าแก่ไม่แพ้อารยธรรมจากทวีปอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะของญี่ปุ่น อาทิ การพิมพ์ลายของบล็อกไม้ (woodblock prints) ที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาล หรือศิลปะแบบชวาที่มีอิทธิพลไปทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ตาม อย่างศิลปะการทำผ้าบาติก ซึ่งนี่เอง คือจุดเริ่มต้นของ  ‘THE RISE OF ASIAN’  (เดอะไรส์ออฟเอเชียน)

เมื่อคุณมองรายละเอียดและองค์รวมทั้งหมดนั้นคุณจะเห็นโครงร่างชุดที่หลากหลายแต่คงให้ความสง่างามแก่หญิงสาวพร้อมโดดเด่นไปด้วยเหล่าเทคนิคชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ็คเก็ตผ้าโบรเคด (Brocade) สีธรรมชาติดูเซ็กซี่ด้วยเทคนิคการตัดเย็บแบบออริกามิที่เข้าคู่กับกางเกงขาบาน เสื้อแจ๊กเก็ตผ้าไหมปักลายปลาคาร์ปที่สวมทับกระโปรงหนังถักลายดอกพิกุล ชุดราตรีผ้าบุหงาที่ตกแต่งด้วยขนนก ลูกปัด และผ้ากำมะหยี่อบร้อน (burnt velvet) ชุดเสื้อแขนกุดและกางเกงไบเกอร์ (biker) ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมทองและตกแต่งด้วยการปักลายนกกะเรียน ชุดราตรีออฟโชเดอร์ (off-shoulder) สีเขียวนีออนที่ตกแต่งด้วยลูกไม้ ไปจนถึงชุดเดรสที่ช่วงลำตัวประดับด้วยโบว์ผ้าไหม  สีชมพูขนาดใหญ่ที่เข้าคู่กับกระโปรงสุ่มที่เน้นช่วงสะโพกในสไตล์ศตวรรษที่ 19 และชุดไฮไลต์อย่างชุดแต่งงานที่ตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้และกระโปรงสุ่ม Crinoline (คริโนลิน) ผ้าบุหงาจับระบายหลากหลายชั้น

ไปจนถึงงานปักชั้นเยี่ยมจาก SIRIVANNAVARI Atelier and Academy โดยซีซั่นนี้ ได้นำเสนองานปักหลายรูปแบบมาตกแต่งบนบริเวณต่างๆ ของเสื้อผ้าไม่ว่าจะเป็น การปักลายปลาคาร์ปลงบนเสื้อแจ็กเก็ตผ้าไหมสีช็อคกิ้งพิงค์ลายมัวร์ (Moiré) หรือจะเป็นการปักขนนกลายนกกระเรียนประดับบนเสื้อทักซิโด้แจ็กเก็ต ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมสีทอง และการปักชุดเดรสผ้าบุหงาด้วยขนนกให้เป็นลายนกกระเรียนอย่างละเมียดละไม

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในและเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างลายพิมพ์ภาพกราฟิก ฝีพระหัตถ์ นั้นก็มาในลวดลายต่างๆอย่างดอกเบญจมาศ (สื่อถึงความมั่งคั่ง) นกกระเรียน (สื่อถึงอายุยืน) และภาพหญิงสาว(สื่อถึงการเพิ่มอำนาจ) มาประกอบเป็นภาพคอลลาจให้เป็นลายพิมพ์ประจำซีซั่นนี้ โดยเห็นได้จาก ชุดเดรสผ้าซาตินลายคอลลาจที่โดดเด่นด้วยการจับเดรปสามมิติช่วงสะโพก นอกจากนี้แล้ว องค์ดีไซเนอร์ยังทรง นำผ้าบาติกลาย ‘S’ Motif (เอส โมทีฟ)

และลายผ้าบาติกแบบชวาทรงออกแบบมาตัดเย็บในคอลเลกชั่นอีกด้วย เช่นกระโปรงแบบไม่สมมาตรและมินิสเกิร์ตลายเอสโมทีฟ สามมิติสีสดใส ไปจนถึงเสื้อแจ็กเก็ตโบเรโล่และกางเกงขาสั้น ที่ตัดเย็บจากผ้าบาติกชวา นอกจากนี้ ลายพิมพ์กราฟิกของซีซั่นนี้ ยังมีความพิเศษอยู่ที่ลายพิมพ์ชื่อ Horseshoe monogram (ฮอร์สชู โมโนแกรม) ลายโมโนแกรมประจำฤดูกาล ซึ่งเห็นได้จากคอลเลกชั่นชุดว่ายน้ำแบบคัทเอาท์ ชุดคลุมบาธโรป ผ้าพันคอ กระเป๋า และรองเท้า

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงมีพระดำรัสว่า “สำหรับคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ ข้าพเจ้าได้นำเอางานศิลปะและสัญลักษณ์ต่างๆที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียมาผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บแบบเซมิกูตูร์ (Semi Couture) และฟิวเจอริสติค (Futuristic)อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาผสมผสานกับรายละเอียดของศิลปะแบบเอเชีย เพื่อลุคโมเดิร์นที่โดดเด่นด้วยความสวยงามของผู้หญิง”

ทรงมีพระดำรัสต่ออีกว่า “ศิลปะของเอเชียมี ความสวยงามมาก ข้าพเจ้าจึงหยิบเอาสัญลักษณ์ที่โดดเด่นมาใช้ อาทิ เทคนิคการพับกระดาษออริกามิของญี่ปุ่นที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดออกมาเป็นเสื้อเพ็บลั่ม (Peblum) ที่ตัดเย็บจากผ้า toile (โทวล์) ซึ่งทำให้รูปร่างของผู้สวมใส่ดูมีมิติขึ้นมาทันที หรือจะเป็นการนำเอาลายสัญลักษณ์นกกระเรียนของญี่ปุ่นมาปักลงบนเดรสผ้าบุหงาด้วยขนนกจึงทำให้ชุดเดรสนั้น ดูโก้และเซ็กซี่มาก ไปจนถึงการนำเอาเทคนิคการสานลายดอกพิกุลแบบไทยมาดัดแปลงเป็นกระโปรงหนังสาน ลายดอกพิกุล ซึ่งเป็นการยกระดับศิลปะไทยให้ดูโมเดิร์นเข้ากับงานแฟชั่นช่วงซัมเมอร์เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังได้นำ ผ้าเดนิมมามัดย้อมเพื่อให้เกิดเป็นเอฟเฟกต์ลายท้องฟ้าอีกด้วย”    

สำหรับคอลเลกชั่นของ S’Homme (เอส ออม) นั้น มีความโก้หรูสไตล์แมสคิวลีน ซึ่งนำเอาโครงเสื้อแบบคลาสสิกมาดัดแปลงโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ทำให้มีสไตล์ที่ดูโมเดิร์นและโก้หรูมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การปรับโครงสร้างเสื้อให้เข้ารูป ดังเห็นได้จากเสื้อเดนิมแจ็กเก็ตมัดย้อมลายท้องฟ้าที่เข้าคู่กับกางเกงขาสั้นสีฟ้าอาซูเร่ ชุดสูทและเสื้อเชิ้ตที่ตัดเย็บจากผ้าบาติกทรงออกแบบ เสื้อโค้ตผ้าบาติกตัดต่อลายสีเขียวมรกตมีลูกเล่น drawstring (ดรอว์สตริง) ช่วงลำตัวที่คลุมทับกางเกงผ้าบาติกลายเดียวกัน ไปจนถึงเสื้อเบลเซอร์ดับเบิ้ลเบรสท์ (Double breasted jacket) สีฟ้าแบบไม่สมมาตรที่เข้าคู่กับกางเกงลายทางฟ้าขาว และเสื้อผ้าไหมลายบาติกที่สวมกับกางเกงจ็อกกิ้งลายบาติก

Other Articles