Friday, July 1, 2022

Off-White Fall 2022 : Lastest codes from Virgil Abloh

เป็นแฟชั่นโชว์ทีส่งท้ายถึงผลงานที่ออกแบบโดย Virgil Abloh อย่างงดงามที่สุด ตอกย้ำความสูญเสียของวงการแฟชั่นด้วยการจากไปก่อนวัยอันควรของเขา นอกจากคอลเลกชั่น Ready-to-wear แล้วในส่วนหลังของโชว์ยังเป็นอีกคอลเลกชั่นหนึ่งที่เสมือน High fashion ของ แตกต่างจากส่วนแรกที่มีความเป็นสตรีทสุดชิคอันเสมือนดีเอ็นเอของแบรนด์ แต่ส่วนหลังนั้นบางคนก็เทียบว่าคือโอต์กูตูร์ แต่เราไม่ควรใช้คำนี้ให้ไขว่เขวเพราะการจะใช้คำนี้จำกัดความเฮ้าส์ของตัวเองได้ต้องมีรายละเอียดเยอะมากมาย

       Spaceship Earth คือชื่อคอลเลกชั่นนี้ แต่สารที่สื่อออกมานั้นสำคัญตั้งแต่การเปิดโชว์ด้วยเสียงการพูดคุยกันถึงโค้ด(codes)ที่ Abloh พูดคุยออกมา และนั่นก็คือสิ่งที่อยู่ในงานสร้างสรรค์ของเขาทั้งหมด ที่จำกัดความได้ว่า ออกแบบโดยเวอร์จิล สานต่อให้สมบุรณ์แบบโดยทีมครีเอทีฟของเขา และทำร่วมกับบรรดาบุคคลต่างๆ ที่เขาร่วมงานด้วย สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือความชัดเจนในความเป็น Off-White ที่นำเอาจิตวิญยานของสตรีทแวร์มาทำให้หรูหราด้วยวัสดุต่างๆ รวมทั้งรูปทรงที่ยังมีโค้ดของเวอร์จิล ไม่ว่าจะเป็นการเลเยอร์หลายๆ ชิ้นในหนึ่งลุค กระเป๋าปะขนาดใหญ่ที่ไม่ลิมิตตำแหน่งที่ปรากฏ ความลื่นไหลของเพศสภาพในดีไซน์ ฯลฯ และการนำเอาสิ่งสามัญธรรมดามาปรุงแต่งให้ดูพิเศษอย่างไม่มีข้อกังขา อย่างหมวกกันภัยที่ช่างสวมใส่ยามออกไซต์งานก็ได้กลายมาเป็นแอคเซสซอรีสุดเท่เสมือนมงกุฏบนศีรษะของชาวออฟไวท์และทำให้เราลืมความสามัญของ‘หมวกช่าง’ไปเลย

       แม้ลุคแรกจะเปิดตัวด้วยนางแบบสวมสูททรงเนี้ยบเข้าตัวแต่ก็มีหมวกช่างสีเข้มมีความประกายแบบกลิตเตอร์เป็นชุดเปิด ก่อนจะมีเสื้อถักที่สวมทับกันให้เกิดเลเยอร์โดยมีการเจาะ(ถัก)เป็นลวดลายข้าวหลามตัด ซึ่งลายเจาะนี้จะอยุ่ในการตกแต่งของชุดที่เป็นเสื้อถักอีกหลายชุด เลเยอร์ก็ยังเป้นหัวใจสำคัญเพื่อให้เกิดลุคเฉพาะตัว ไม่เน้นที่ฟังก์ชั่นหรือการใช้สอยเป็นหลัก แจ็คเก็ตบุนวมแทบจะเป็นคีย์ลุคที่นำไปผสมผสานกับลุคต่างๆ ของชายและหญิง เช่นเดียวกับที่เราคุ้นเคยว่าถ้าแยกชิ้นเลเยอร์ต่างๆ ออกมาเราก็เลือกมาแต่งในแบบที่เราชอบได้ ไม่มีใครสนใจว่าลุคนี้จะเหมาะกับเมืองร้อนได้อย่างไร เพราะเราไม่ต้องใส่ครบเลเยอร์อย่างรันเวย์

       และก็มีลุคแบบสลิปเดรสแต่ไม่ใช่เรโทรของยุค 90’s มา หากแต่เป็นการผสมชินบนที่เป็นสลิปเดรสตกแต่งด้วยลูกไม้ทับด้วยกระโปรงทรงสอบผ่าแนวเฉียง ส่วนใครที่ชอบมาสคิวลีนลุคหรือเป็นลุคที่คุณผู้ชายก็สวมได้จะเป็นกางเกงทรงคาร์โก้ติดกระเป๋าปะเป็นส่วนตกแต่งทับด้วยโค้ตตัวยาวตกแต่งด้วยกระเป๋าปะเช่นกัน แต่ตัวในของผู้หญิงเป็นเกาะอกแบบบิกินี แต่ถ้าผู้ชายจะใส่ลุคนี้ข้างในก็เป็นเสื้อถักแขนยาวก็ได้ ความเลื่อนไหลของเพศสภาพในดีไซน์ทำให้ไม่มีลิมิต แม้แต่กระโปรงพลีทที่สวมโดยนายแบบทับกับกางเกงทรงตรงก็มีให้เห็นแต่เท่ขึ้นไปอีกด้วยการสวมโค้ตมีฮู้ดทับชั้นนอก หรือลุคนี้จะเปลี่ยนไปอยู่บนตัวนางแบบก็ไม่ผิด

       สำหรับส่วนที่ 2 ที่ดูเป็น High Fashion นั้นเป็นสิ่งที่ Virgil Abloh ได้วางแผนที่จะเซอร์ไพร้สโดยจะเหมือนอีกไลน์ที่แยกออกมาจาก Off-White ที่เราคุ้นชิน แต่เราจะเห็นความเป็นไฮแฟชั่นนี้ในคอลเลกชั่นก่อนๆ หน้านั้นแล้ว เพียงแต่ไม่ได้แบ่งแยกออกมาชัดเจน และไม่ลิมิตเรื่องการใช้วัสดุและเทคนิคการทำต่างๆ ที่ต้องใช้งานฝีมือมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยี แม้บางคนจะเทียบกับงานโอต์กูตูร์ และย้อนความไปถึงครั้งหนึ่งที่ Off-White นำเสนอคอลเลกชั่นในช่วงการนำเสนอคอลเลกชั่นโอต์กูตูร์ในปารีส แต่นั่นให้ผลงานเป็นคำตอบดีกว่า เพราะเราก็ทราบดีว่าคำว่าโอต์กูตูร์ไม่ใช่จะนำไปใช้กับคอลเลกชั่นสุดวิจิตรได้เองแต่ต้องผ่านกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมายของสมาคม

       ทึ่ง อึ้งและตื่นตาตื่นใจกับส่วนที่สองของคอลเลกชั่นนี้ เรียกว่ายานแม่มาลงจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ชุดใหญ่อลังแต่อย่างเดียว เราจะสัมผัสได้ถึงความเป็น Virgil Abloh ความสตรีทที่แฝงไว้ในทุกชุด แต่เป็นความสตรีทที่เข้ามาทำให้ชุดอลังนี้ไม่ยะโสหรือล่องลอยเพ้อฝัน เขานำเอารายละเอียดต่างๆ ที่เป้ฯสตรีทมาทำให้สนุกและหรูหราขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหมวกแก็ปแต่มาทรงใหม่ที่แทบไม่เหลือร่องรอยของหมวกใส่ไปดูกีฬา หรือแม้แต่หมวกช่างที่หรูแล้วในส่วนแรกของโชว์ก็มาสุดหรูในส่วนนี้

       เห็นแล้วทำไมชวนให้นึกไปถึงเหล่าตัวแม่ในวงการว่านี่คือชุดสำหรับพวกเธอ ไม่ใช่เพราะขนมาทั้งซินดี้, นาโอมิ, เฮเลนนา ฯลฯ เหล่าซูปเปอร์โมเดลยุค 90’s และมีเบลลา, จีจี้, เคนดัลล์, กายา ฯลฯ ที่เปรียบเป็นซูเปอร์โมเดลของยุคนี้ เสมือนเป็นการรวมตัวกันหญิงผู้โดดเด่นแห่งวงการแฟชั่น และชวนให้นึกถึงงานสร้างสรรค์ของเวอร์จิลที่ทำให้หลุยส์ วิตตอง ที่เขาจะอ้างอิงถึง The Wizard of Oz. และเธอเหล่านี้ก็คือ Wizard ของวงการแฟชั่นที่มีเมจิก และตอกย้ำด้วยดีเจที่มาโชว์ในช่วงหลังของแฟชั่นโชว์นี้คือ DJ Jeff Mills ที่มีสมญาว่า The Wizard ต้องบอกว่าส่วนหลังของโชว์นี้คนดูเหมือนถูกสะกดด้วยมนตรา เทคนิคเด่นๆ ที่เวอร์จิลใช้อย่างการจับพลีทผ้าเพื่อสร้างโวลุ่มใหม่ๆ นำมาใช้อย่างเปี่ยมทักษะและทำให้เกิดซิลลูเอทใหม่

อย่างกระโปรงอัดพลีทระยับสวมทับด้วยแจ็ตเก็ตเบสบอลล์ประยุกต์(ปรับโครงเสื้อใหม่หมด)สวมหมวกแก็ปมีปีกคือที่สุดสำหรับการยกระดับเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้ไปแตะโอต์กูตูร์โดยที่มีความสตรีทอยู่ เป็นอะไรทีเหนือกว่าคำว่าสตรีทกูตูร์ ชุดกระโปรงทรงฟักทองที่ Gaia Gerber ลูกสาวของซินดี้สวมนั้นเหมาะกับเธออย่างเหมาะเจาะ ถ้าย้อนไปยุครุ่งของซินดี้กระโปรงทรงฟักทองนั้นคือล้ำมาก แต่มาถึงยุคกายากระโปรงทรงนี้อาจจะดูเอจตี้ส์ถ้าเวอร์จิลไม่ได้มาปรับใหม่ให้ส่วนพองของกระโปรงขึ้นไปอยู่ระดับใต้อกแบบชุดเบบี้ดอลล์และใช้ผ้าไหมทัฟต้าสุดหรูมาสร้างเป็นชุดที่ทำให้สาวร่างเล็กอย่างกายายิ่งดูโดดเด่น ไม่ต้องพูดถึงนาโอมิที่มากับลุคตัวแม่โดยมีสร้อยปิดส่วนบนของร่างกายสวมทับด้วยโค้ตตัวยาวและหมวกท็อปแฮทที่โมดิฟายใหม่แต่อย่างไรก็ชวนให้นึกถึงหมวกของ Mad hatter ในเรื่องพ่อมดแห่งออซ เช่นกัน

       ปิดท้ายด้วยชุดฟินาเล่สีขาวที่สวยงามราวกลีบดอกไม้ที่เบ่งบานเต็มที่ ซึ่งชุดฟูฟ่องเหมือนก้อนเมฆที่เหมือนกลีบดอกไม้สีขาวหลายๆ ดอกมารวมกันนี้มีรอบแยกด้านหน้าที่เผยให้เห็นเลเยอร์ด้านในที่เป็นผ้าโปร่งบางทบซ้อนกันทำให้ดุไม่เป้นทรงกระโปรงตุ๊กตาแบบเดิมๆ แต่ความเปรี้ยวคือสีที่พ่นด้านหลังเหมือนกราฟิตี้ และตัวเสื้อที่เอวลอยแต่จับจีบผ้าด้านหน้าเหมือนการทวิสต์สวมทับเสื้อคอกลมแบบแทงค์ท็อปพร้อมหมวกช่าง ถ้าเป็นชุดเจ้าสาวในคตินิยมของโอต์กูตูร์ที่ฟินาเล่ต้องเป็นชุดแต่งงาน เธอก็ต้องห้าวและมีความแกร่งแต่ก็หรูหราในชุดกระโปรงที่ต้องใช้ช่างฝีมือช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา

       ปิดฉากผลงานสร้างสรรค์ที่ Virgil Abloh ทำให้ Off-White อย่างดงามและตราตรึง น่าเสียดายที่พระเจ้ารีบมารับเอาตัวเขากลับไป แน่นอนว่าสิ่งที่เขาทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ผลงานที่เป็นไอคอนิก แต่เขาได้สร้างประวัติศาสตร์สำหรับวงการแฟชั่น ซึ่งเรากำลังรอคอยบทต่อไป

Other Articles