Wednesday, June 29, 2022

ความคิด.ความฝัน.การลงมือจริงของหญิงแกร่ง ‘มารีญา พูนเลิศลาภ’

‘มารีญา พูนเลิศลาภ’ นักแสดง นางแบบ ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ SOS Earth และพิธีกรรายการ 2 องศา รายการสารคดีเรียลิตี้ที่พาเราไปพบกับความจริงที่เกิดขึ้นบนโลก หญิงสาวที่ดูบอบบางแต่ใจแกร่งคนนี้รู้ซึ้งว่าโลกเรากำลังป่วย เธออาสาเป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาด้วยความมุ่งมั่นเต็มใจ เพื่อฟื้นคืนชีวิตให้ทุกสรรพสิ่งฟื้นคืนความสวยงามสำหรับเจเนอเรชั่นต่อไป

Maria in Flynow

อะไรเป็นตัวจุดประกายให้สนใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

เข้าใจว่าเราคงทำเพื่อตัวเองเหมือนกัน คือถ้าเราอยากมีความสุขที่แท้จริง มันไม่ใช่แค่มองตัวเองอย่างเดียว เราต้องเมกชัวร์ว่าครอบครัวของเราสามารถกินดีอยู่ดี คอมมิวนิตี้ของเราต้องมีความสุขด้วย เหมือนเป็นสามวงกลม เราต้องร่วมด้วยช่วยกัน ที่เขาพูดว่าทุกอย่างมันเชื่อมโยงกัน อย่างเรื่องห่วงโซ่อาหาร ถ้ามีส่วนหนึ่งในห่วงโซ่เริ่มแย่ ต่อไปมันก็จะแย่หมดเลย จะเห็นว่าทุกอย่างเชื่อมโยงเราเป็นหนึ่งเดียวจริงๆ แล้วเมื่อเราเริ่มคิดแบบนี้ มันทำให้มารีญาใช้ชีวิตในแบบที่ี่แคร์คนอื่นมากขึ้น

สมัยเรียนก็เห็นว่าโลกมีปัญหา แต่ตอนนั้นเรายังไม่รักธรรมชาติ พอเราเริ่มรักธรรมชาติ เข้าใจมันมากขึ้น เริ่มที่จะอนุรักษ์ แล้วทุกๆ ปีความรักมันก็ยิ่งมากขึ้น แต่ก่อนมารีญาไม่ชอบแมลงเลย พอเราเริ่มศึกษาเกี่ยวกับมัน และเห็นว่าเขาก็มีชีวิตของเขานะ เขามีสังคมของเขา เขาต้องพยายามอยู่รอด ก็เริ่มเข้าใจเขา เห็นความสำคัญของเขา นั่นก็เป็นจุดที่คิดว่า เอ้ย! เราต้องอยู่บนโลกเดียวกันนะ มันก็ค่อยๆ ทีละสเต็ป

จากจุดเริ่มลงมือเมื่อปี 2017 จนถึงวันนี้ สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

เรายังงงเลยว่าห้าปีแล้ว! สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือครอบครัวของเรา หรือคนที่อยู่รอบข้าง ซึ่งเริ่มไปในเส้นทางเดียวกัน เช่น เรื่องการกิน มารีญาพยายามเปลี่ยนเป็นทานอาหารแบบ plant-based มาสักพักแล้วค่ะ ตอนนี้คุณแม่เริ่มทำเหมือนกัน เลยรู้สึกว่าถ้าคนรอบข้างเห็นสิ่งที่เราทำแล้วรู้สึกดี แล้วเขาเปลี่ยนด้วย แปลว่าเราไปในทางที่ถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นเรื่องของสัญญาณธรรมชาติ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งดีและไม่ดีค่ะ พอยิ่งทำยิ่งรู้ว่ามีคนทำเรื่องนี้เยอะขึ้น มีเอ็นจีโอต่างๆ มีโซลูชั่นต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้สังคมดีขึ้น อันนี้ก็สร้างความหวังให้เรา

Maria in Flynow

ทุกวันนี้มันเห็นชัดเจน อากาศหรือมลพิษทางอากาศที่ทุกปีก็แย่ลงๆ หรือว่าขยะที่ล้นมากช่วงโควิด เห็นว่าทุกคนสามารถปรับพฤติกรรมของตัวเองได้ หรือว่าเขาต้องรออะไรสักอย่างเหรอ ถึงจะเปลี่ยนจริงๆ? ซึ่งอันนี้ก็เป็นฝั่งหนึ่ง มารีญาอยากจะเชื่อมโยงว่าจริงๆ เราไม่ควรโยนภาระให้กับคนใดคนหนึ่งมากเกินไป เพราะทุกคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง ต้องทำงาน ต้องอยู่รอด เพราะฉะนั้นต้องมีระบบที่ดีด้วย มันต้องมาจากทั้งสองฝั่งเลยค่ะ ถ้าคนเข้าใจและอยากเปลี่ยน มันจะง่ายขึ้นถ้าภาครัฐหรือภาคธุรกิจต่างๆ มีโซลูชั่นให้ ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้จริงๆ เหมือนตื่นเช้ามาฉันจะดื่มน้ำจากขวดพลาสติก หรือฉันจะขับรถได้ไหม ถ้าเรามีเรื่องการศึกษาเข้ามาก็จะช่วยให้คนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งก่อนจะตัดสินใจก็ต้องมีออพชั่นให้เขาตัดสินใจได้ด้วย

ห้าปีก็ยังวนลูปอยู่แบบนี้ ท้อไหมคะ

ท้อเหมือนกัน ไม่ว่าเราจะเซ็นชื่อเยอะขนาดไหน พอเรื่องเข้าสภาก็จะถูกปัดตก แต่เราก็ต้องทำเรื่อยๆ ค่ะ เราต้องทำจนกว่าเราสามารถทำได้ แต่ในทางที่ดีนะคะ ก็เลยรู้สึกภูมิใจมากในความร่วมมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น EnLAW (ช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม) หรือกลุ่ม Thailand Can ที่ผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด พวกทำลายสิ่งแวดล้อมมันมีเยอะ เขายังไม่หยุดกัน เมื่อเราเห็นว่าฝ่ายทำลายไม่หยุด ฝ่ายที่พยามยามอนุรักษ์หรือผลักดันก็ห้ามหยุดเหมือนกัน การที่เราได้ไปสัมผัสหรือเห็นความสวยงามของธรรมชาติ อย่างเวลาไปดำน้ำ ยิ่งรู้เลยว่าเรากำลังพยายามอนุรักษ์อะไร มันยิ่งเป็นแรงจูงใจให้เราทำต่อไป เพราะสิ่งพวกนี้ต้องอยู่กับเรา

ถามจริงว่าเคยรู้สึกโกรธน้ำมือมนุษย์ด้วยกันเองไหม

ตอนแรกรู้สึกโกรธค่ะ แต่ตอนนี้ไม่โกรธ เพราะเข้าใจมากๆ คิดว่าทุกอย่างที่เป็นโซลูชั่นตอนแรกสามารถกลายเป็นปัญหาได้ อย่างเช่นพลาสติก เขาคิดค้นขึ้นมาแทนการใช้กระดาษเพื่อจะได้ตัดต้นไม้น้อยลง แต่ว่าตอนนี้ใช้เยอะเกินไปแล้ว ทุกๆ อย่างก็เห็นว่ามันต้องบาลานซ์ เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองบวกกับผลักดันการพัฒนาระบบของบริษัทต่างๆ และระบบ ‘as a whole’ การเปลี่ยนแปลงมันเริ่มจากหลายระดับ เมื่อเราเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองหรือกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็อาจเป็น inspiration ให้คนอื่นเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาด้วยถ้าเขาเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ในเวลาเดียวกัน system ก็ต้องพร้อมรับ พร้อมสนับสนุน และพร้อมเอื้อชีวิตแบบ sustainable สำหรับผู้คน สำหรับครอบครัว และสำหรับบริษัทต่างๆ แล้วสิ่งนั้นจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

อะไรคือหัวใจของความสำเร็จ ถ้าคนเราจะทำสิ่งที่ดีๆ สักอย่าง

คิดว่า grit ค่ะ มันอาจจะเลยความพยายามไป มันคือการที่เราจะไม่หยุดค่ะ ไม่ว่าเราจะแพ้ เราจะท้อ เราจะต้องเดินหน้าไปตลอด ไม่ว่าเราจะผิด เราจะถูก เราพร้อมรับฟัง แล้วก็เดินหน้าต่อ

“ฝากให้คนทำความเข้าใจว่าทุกอย่าง we are all one แค่คิดคอนเซ็ปต์นี้เอาไว้ ค่อยๆ เห็นมันในชีวิต มารีญาว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากค่ะ”

Maria in Ferragamo Spring/Summer 2022

เคยอ่านเจอที่มารีญาบอกว่า ‘ตัวตนของมารีญามีหลากหลาย’

เพราะมารีญาชอบหลายอย่างมาก พยายามหาตัวเอง คือเวลาเราทำอะไรก็รู้สึกว่ามันไม่ลงตัวสักทีในเส้นทางเดียว แต่มารีญาคิดว่าคนเราสามารถทำหลายอย่างได้ ไม่ต้องจำกัดตัวเอง แต่ก่อนคนจะบอกว่าถ้าคุณจะเก่งอะไร คุณต้องโฟกัสอย่างเดียว แต่จริงๆ อย่างอื่นอาจช่วยเสริมสิ่งนั้นก็ได้ เราจะรู้ได้ยังไง มันอาจจะใช้เวลา หรือใช้เวลาพัฒนาช้ากว่า แต่มารีญาว่าในที่สุดต้องมีผลดีมากกว่าผลเสีย อย่างการที่เราเคยเป็นนางแบบมาก็ทำให้รู้จักคนหลายวงการ และมีคอนเน็กชั่นที่สามารถช่วยเหลือกันได้

ในความหลากหลายที่สนใจ ดูเหมือนจะมีแต่ปัญหาทั้งนั้น มารีญามีความสุขท่ามกลางปัญหาเหล่านั้นได้ยังไง 

มีความสุขเพราะมารีญาคิดว่าเราอาจจะเป็นคนที่สามารถทำประโยชน์ให้กับสิ่งเหล่านั้นได้ค่ะ 

ตอนนี้จำกัดความตัวเองว่าเป็นอะไร

นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมค่ะ เราพยายามผลักดันในเรื่องสิ่งแวดล้อม มารีญาไม่ได้เป็นแค่แอ็กทิวิสต์ เพราะบางเรื่องเราศึกษาจริงๆ พยายามค้นหาและเรียนรู้ตลอด แล้วก็ใช้ชีวิตแบบนั้น เลยเรียกตัวเองว่าเป็น Environmentalist ค่ะ

ผู้หญิงเก่งที่มารีญาชื่นชมเป็นพิเศษ

มารีญาเพิ่งไปสัมภาษณ์มาเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ ชื่ออาจารย์เปิ้ล (ผศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์) เป็นอาจารย์สอนที่จุฬาฯ เป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ไปดำน้ำที่นอร์ทโพล และทำเรื่องเกี่ยวกับท้องทะเลมายาวนานมาก เขาทำเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ปะการังซึ่งต้องใช้เวลานานมาก คิดดูว่าปะการังโตปีละแค่เซ็นเดียวเอง เขาต้องมีแพสชั่นมาก เขาก็ทำเรื่อยๆ จนเป็นคนแรกๆ ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์ด้วยวิธีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้สำเร็จ เลยเห็นความ grit ของเขาว่าเขาทำตลอด แล้วก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง และเขาก็สนใจสิ่งแวดล้อมด้วย

ความฝันของเราเองล่ะคะ

มีเยอะมาก (หัวเราะ) สิ่งที่อยากเห็นมากๆ เลยคือทุกคนสามารถใช้ชีวิตแบบอิสระจริงๆ เวลาออกไปข้างนอกมีอากาศบริสุทธิ์ อยากให้สามารถดื่มน้ำฝน น้ำตามธรรมชาติ เห็นอกเห็นใจสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่มนุษย์ คิดว่านั่นจะเป็นโลกที่สวยงาม

Maria in Ferragamo Spring/Summer 2022

แล้วในใจลึกๆ เคยมีความกลัวอะไรไหม

เรื่องสร้างครอบครัวค่ะ เป็นเรื่องยากมาก เพราะเมื่อเรารู้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ทำใจไม่ได้ค่ะ โดยธรรมชาติแล้วเราก็อยากมีลูก แต่สมองของเราบอกว่า แล้วเขาจะโตมาในสังคมแบบไหน ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เราสามารถมีเขาได้เหรอในสถานการณ์แบบนี้ คิดว่า family planning ยากมาก เมื่อเราไม่รู้อนาคตของเรา มันทำให้ทุกอย่างแพลนยากจริงๆ ตอนนี้เลยคิดแค่ว่าอาจจะมีแค่หมากับแมวค่ะ

โมเมนต์ที่มีความสุขที่สุด

นั่งกินเอ็มเคกับครอบครัวและคนที่เรารักค่ะ (หัวเราะ) ชอบมากค่ะ ผักเยอะมาก ชอบอะไรก็ใส่เข้าไป 

อยากให้คนจดจำเราแบบไหน

เป็นคนที่มีประโยชน์ค่ะ

อยากฝากอะไรไหมคะ

ฝากให้คนทำความเข้าใจว่าทุกอย่าง we are all one แค่คิดคอนเซ็ปต์นี้เอาไว้ ค่อยๆ เห็นมันในชีวิต มารีญาว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากค่ะ

“ทุกๆ ปีความรักก็ยิ่งมากขึ้น แต่ก่อนมารีญาไม่ชอบแมลงเลย พอเราเริ่มศึกษา และเห็นว่าเขาก็มีชีวิตของเขานะ เขามีสังคมของเขา เขาต้องพยายามอยู่รอด ก็เริ่มเข้าใจเขา เห็นความสำคัญของเขา นั่นก็เป็นจุดที่คิดว่า เอ้ย! เราต้องอยู่บนโลกเดียวกันนะ”

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Makeup: @kokodanger

Hair: @tungpui69

Accessories: swanthailand






Other Articles