มาร์ติน สกอร์เซซี ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า “ภาพยนตร์เข้าถึงหัวใจของเรา ปลุกเร้าให้คิด และเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อสิ่งต่างๆ ภาพยนตร์นำเราไปยังสถานที่ต่างๆ เปิดประตูและจิตใจ”

คงไม่เกินจริงหากจะกล่าวว่า ภาพยนตร์ ศิลปะแขนงที่ 7 ตามหลักปรัชญาสุนทรียศาสตร์ เป็นดั่งการเคลื่อนไหวที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ทั้งยังมีพลังเหมือนไทม์แมชชีนในการปลุกประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตและนำเราไปสู่ความเป็นไปได้ต่างๆ ในอนาคต ภาพยนตร์เป็นสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เป็นตัวแทนความทรงจำ ทั้งยังชวนให้ตั้งคำถามว่าเราเป็นใครและอยากจะเป็นเช่นไร และที่สำคัญคือ ภาพยนตร์ยังเป็นศิลปะที่หลอมรวมศิลปะแขนงต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นมาสเตอร์พีซที่จะยืนยงตลอดไป
ด้วยคุณค่าดุจเดียวกันนี้เองที่ทำให้ โรเล็กซ์ (Rolex) ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานมาสเตอร์พีซมากมายในประวัติศาสตร์นาฬิกา ให้การสนับสนุนและสานสัมพันธ์กับโลกภาพยนตร์มาเป็นเวลานานนับศตวรรษและยังคงได้รับการตอกย้ำความสำคัญดังเช่นในทุกๆ ปีที่ผ่านมา


นอกจากเหนือไปจากการที่นาฬิกาโรเล็กซ์มักได้รับเลือกให้อยู่บนข้อมือของตัวละครสำคัญในภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง (เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความแข็งแกร่ง เสน่ห์อันทันสมัย และเปี่ยมด้วยสไตล์) การสนับสนุนและสืบสานศิลปะภาพยนตร์ของโรเล็กซ์เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศนั้นมีทั้งที่ดำเนินการผ่านการร่วมงานในระดับบุคคล โดยเฉพาะผู้มีความรู้ความสามารถโดดเด่นทั้งที่เป็นระดับตำนานและคนรุ่นใหม่ อย่างเช่นเหล่า Rolex Testimonees (ทั้งมาร์ติน สกอร์เซซี, เจมส์ คาเมรอน) และการดำเนินการจัดตั้งโครงการ Rolex Mentor and Protégé Arts ซึ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกได้เรียนรู้กับปรมาจารย์ในศิลปะแขนงต่างๆ และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน (ซึ่งมีสาขาภาพยนตร์อยู่ในโครงการนี้ด้วย)
ส่วนในระดับภาพกว้าง นอกจากจะได้รับเลือกให้เป็นนาฬิกาเอ็กซ์คลูซีฟประจำสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์ (the Exclusive Watch of the Academy of Motion Picture Arts and Sciences) แล้ว โรเล็กซ์ยังเป็นผู้สนับสนุนการสร้างพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ Academy Museum of Motion Pictures ในลอสแองเจลิส ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2021 ที่นี่เปรียบดั่งมหาวิหารสมัยใหม่แห่งโลกภาพยนตร์ เป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของโรเล็กซ์ในการสนับสนุนศิลปะแห่งการสร้างภาพยนตร์ การอนุรักษ์มรดกด้านภาพยนตร์ ตลอดจนการส่งต่อองค์ความรู้และทักษะให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป


นอกจากนี้ โรเล็กซ์ยังให้ความสำคัญกับการเชิดชูบุคคลสำคัญในวงการ โดยเป็นผู้สนับสนุนหลักของรางวัล Governors Awards ซึ่งเป็นการยกย่องบุคคลสำคัญผู้อุทิศชีวิตสร้างคุณูปการให้แก่โลกภาพยนตร์ โดยผู้ที่คว้ารางวัลในปีที่ผ่านมา (แต่เลือกมาจัดพิธีในปร 2022) มีทั้งนักแสดง แดนนี่ โกลเวอร์, แซมมวล แอล แจ๊กสัน และ ลิฟ อุลมานน์ รวมทั้งนักสร้างภาพยนตร์ เอเลน เมย์



และตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โรเล็กซ์ยังเป็นผู้สนับสนุนพิธีประกาศรางวัลออสการ์ซึ่งงานที่มีความสำคัญและความหมายต่อโลกภาพยนตร์ ทั้งยังรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพห้อง The Oscar Greenroom (ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2016) ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลและผู้อันเชิญรางวัลได้มาพบปะกันก่อนขึ้นเวที โดยรูปแบบการตกแต่งในปี 2022 นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากฮอลลีวูดและสตูดิโอผู้ผลิตภาพยนตร์หลักๆ ตกแต่งผนังในสไตล์อาร์ตเดโคด้วยภาพองค์ประกอบของนาฬิกาโรเล็กซ์ รวมทั้งแลนด์มาร์กสำคัญในโลกภาพยนตร์
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นจริงจังในการทำงานร่วมกันระหว่างโรเล็กซ์และโลกภาพยนตร์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานนับแต่อดีตและจะคงอยู่ต่อไปในอนาคต
ขอปิดท้ายด้วยคำกล่าวของ เจมส์ คาเมเรอน ผู้กำกับระดับโลกซึ่งเป็น Rolex Testimonee ซึ่งเคยพูดถึงหัวใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่จะกลายมาสเตอร์พีซไว้ว่า…
“ผมพยายามค้นหาวิธีที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งสมบูรณ์แบบ เพื่อให้เรื่องนั้นๆ สะท้อนความรู้สึกและจิตใจของผู้คนได้ถึงแก่นมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงบนโลกใบนี้ก็ตาม แต่ผมคิดว่าถ้าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนตร์ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมบอกกับตัวเองทุกวันว่า ‘จะพยายามและลงมือทำให้ดีขึ้น อย่างน้อยก็ขอให้ดีกว่าที่เคยทำมาก่อนก็พอ’ เมื่อนั้นคุณจะสามารถนำเสนอสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอได้อย่างภาคภูมิใจ เพราะมันจะคงอยู่ในใจผู้คนไปตลอดกาล”






