Thursday, July 7, 2022

ความรักที่งอกงามของ ‘โซฟี่-อัปสรสิริ’ สาวมั่นที่ประกาศตัวว่าเป็น Queer

โซฟี่-อัปสรสิริ อินทรคูสิน นักออกแบบท่าเต้น นักแสดง และกระบอกเสียงของสังคม LGBTQ+ หญิงสาวที่มีทั้งความเท่แบบมัสคิวลีน ผสานกับความสวยงามแบบเฟมินีน โซฟี่บอกกับเราแบบชัดถ้อยชัดคำว่าเธอเป็น Queer และมีคนรักที่ ใช่คอยเดินเคียงข้างไปด้วยกันอย่างรู้ใจที่สุดแล้ว

COURTESY OF @STOTHESOPHIE

ความรักเริ่มต้นได้ยังไงคะ

เราเป็นเพื่อนทำงานกันก่อน ไม่ได้คิดอะไรตั้งแต่แรก ต่างคนต่างทำงาน แต่พอเราเจอความคล้ายในสิ่งที่ชอบทำเวลาว่าง เช่น ชอบฟังเพลงแนวเดียวกัน ชอบเล่นเกมเหมือนกัน เรารู้สึกว่ามีคอนเน็กชั่นบางอย่างที่เราไม่มีกับคนอื่น จากนั้นก็เริ่มคุยกัน เวลาว่างหลังทำงานก็เอ้ย! คืนนี้เล่นเกมกันไหม พอสนิทกันมากขึ้นก็มีโมเมนต์ว่า เอ๊ะ เขาคิดแบบนี้เหมือนเราหรือเปล่านะ โซฟี่เลยถามเขาตรงๆ เพราะเราเป็นคนตรงไปตรงมา โดยเฉพาะกับการที่เป็นคู่ผู้หญิงอะค่ะ คือบางทีมันดูไม่ออกเนอะว่าใครจะมีความชอบเหมือนเรา โซฟี่ถามเขาว่าคิดอะไรกับเราหรือเปล่า เราคิดนะ เราอยากรู้จักมากกว่านี้

แบบนี้ต้องมีช็อตขอเป็นแฟนแน่เลย

เราไม่รู้ว่าใครมีใจให้ใครก่อน แต่เราเป็นฝ่ายถามก่อน แฟนโซฟี่เป็นคนค่อนข้างเงียบ มีโลกส่วนตัวสูง ซึ่งเราเองก็เป็นนะ แต่เราจะเป็นคนค่อนข้างกล้าพูดกล้าทำ เราเห็นว่าเขาเอะใจอะไรสักอย่าง แต่ไม่พูด อะงั้นเราพูดเองก็ได้ โมเมนต์เป็นแฟนก็คือขอนั่นแหละค่ะ มันอยู่ในวัฒนธรรมไทยด้วยล่ะมั้ง รู้สึกว่าการขอเป็นแฟนเป็นโมเมนต์ที่น่ารักด้วย ‘เป็นแฟนกันนะ’ ตอนแรกเราขอไป เขาไม่ยอม เราก็โอเคไม่เป็นไร อาจจะยังไม่พร้อม เพราะถึงยังไงเราก็ดูแลเขาเหมือนแฟนอยู่แล้ว แต่แค่ยังไม่เป็นทางการ

จริงๆ คือเขาแค่อยากจะขอเราเอง เขาเลยปฏิเสธเราไปก่อน เพื่อที่จะขอเราแค่นั้นแหละ (โมเมนต์นั้น โซฟี่ทำไง?) วิ่งหนีค่ะ เขิน หลายคนอาจมองว่าโซฟี่เป็นผู้หญิงห้าว สตรอง มีความมัสคิวลีนหน่อยๆ ความจริงเราค่อนข้างเป็นคนหวานและโรแมนติก เราจะโชว์มุมอ่อนโยนแค่กับครอบครัวหรือคู่รัก โมเมนต์นั้นเราเขินแหละ ตกใจ เพราะไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเกิดขึ้น เราก็ถามว่าพูดเล่นหรือเปล่า แกล้งเราหรือเปล่า เขาก็บอกไม่ๆ ขอจริงๆ (หัวเราะ)

ความรักจะเติบโตสวยงามไปเรื่อยๆ โซฟี่คิดว่าขึ้นอยู่กับอะไร

โซฟี่เคยอ่านเจอแล้วมันดีมากๆ เราเคยได้ยินว่าต่างคนต่างต้องให้ร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดเวลาในความรักใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นมายด์เซ็ตที่ดีอยู่แล้ว แต่มันจะมีบางวันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะเหนื่อย หรือไม่มีเอเนอร์จี้พอให้เราถึงร้อย อีกคนก็ต้องช่วยบาลานซ์ตรงนั้น บางทีเราเห็นว่าเขาเหนื่อย เราก็ต้องเอาใจเขาหน่อย ถึงแม้ว่าเราก็เหนื่อย แต่เขาอาจเจอบางอย่างที่หนักกว่าเรา แล้ววันไหนที่เราไม่ไหว เราก็ไปอ้อนเขา โซฟี่ว่าการบาลานซ์กันเป็นสิ่งที่สำคัญ

COURTESY OF @STOTHESOPHIE

ไม่ใช่ทุกวันที่ทุกอย่างจะเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ อาจจะมีบางวันที่เรางอนกัน แต่ถึงจะทะเลาะกันยังไง เราต้องกลับมาคุยกัน ความรักไม่ควรขาดการสื่อสาร เพราะว่าเหตุผลที่เรารักกันเพราะว่าเราสื่อสารกันรู้เรื่อง และอย่างน้อยต้องพยายามเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน ระหว่างพ่อแม่ลูก เพื่อน หรือคู่รัก ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอ หรืออาจจะไม่เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องพยายามเข้าใจ เพื่อที่อย่างน้อยเขาก็จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาคิด หรือสิ่งที่เขารู้สึก

อีกอย่างคืออย่าลืมที่จะดูแลกัน บางทีพออยู่ตัวหรือถึงจุดที่เรามั่นใจว่าเขาอยู่กับเรา เราอยู่กับเขา มันจะเกิดการปล่อย แบบไม่ต้องดูแลเอาใจเขาเหมือนเมื่อก่อน หรือไม่ทำอะไรน่ารักๆ ให้แล้ว โซฟี่คิดว่ามายด์เซ็ตของช่วงโปรมันไม่จริง ถ้าเรารักเขา ถ้าเรามีความพยายาม เราทำได้ตลอดเวลานะ ความรักมันสดใสได้ตลอด เหมือนต้นไม้อะเนอะ ถ้าเราอยากให้มันโตไปเรื่อยๆ เราต้องคอยดูแล อาจจะต้องเล็มบ้าง รดน้ำบ้าง บังแดดบ้าง มันไม่ได้มีมิติเดียว

เพราะความที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันใช่ไหม เลยทำให้เราจูนกันง่ายขึ้น

โซฟี่คิดว่าผู้หญิงเข้าใจอุปสรรคของกันและกัน มีบางอย่างที่ผู้ชายจะไม่เข้าใจอุปสรรคของผู้หญิง อย่างการเป็นเมนส์ ความปลอดภัยในการเดินทาง หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่มันไม่ได้ปลอดภัยเท่าการเป็นผู้ชาย บางทีเราอธิบายให้ผู้ชายฟัง เขาก็ไม่เข้าใจ แต่ผู้หญิงจะเข้าใจกัน สำหรับโซฟี่นะคะ เรื่องแบบนี้สำคัญ สังคมเรามันต่อต้านความเป็นผู้หญิง ดังนั้นการที่เราเป็นผู้หญิงด้วยกัน เราเข้าใจว่าเมื่อสังคมเป็นแบบนี้ เราต้องดูแลกันยังไง การที่เราเจออุปสรรคหรือสถานการณ์ที่คล้ายๆ กัน ทำให้เข้ากันง่ายขึ้นด้วย เข้าใจปัญหากันและกันมากขึ้น

คือมันก็ไม่ใช่ทุกคนนะคะ แต่คิดว่าโดยส่วนใหญ่ผู้หญิงหรือคนที่มีความเป็นเฟมินีนละกัน ไม่ว่าเพศอะไรก็ตาม จะมีความอ่อนโยน และเอาใจอีกคน ซึ่งมันทำให้อยู่กันได้ง่ายขึ้น เพราะว่าเราไม่ได้พยายามอยู่ฝ่ายเดียว บางทีด้วยสังคมที่มันสอนเราว่าผู้ชายจะต้องแมน จะต้องไม่ร้องไห้ มันกลายเป็นว่าทำให้คนที่มีความมัสคิวลีนกลายเป็นคนเย็นชา มันเลยจะรักษาความรักไม่ค่อยได้ เพราะอีกคนจะรู้สึกแบบว่าทำไมต้องเย็นชาใส่เรา ทั้งๆ ที่คนทำไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

COURTESY OF @STOTHESOPHIE

ไม่ว่าจะคู่ไหนๆ ก็มีทั้ง ‘ความต่าง’ ‘ความเหมือน’ คู่เราต้องปรับตัวเข้าหากันแค่ไหน

หลายคนพูดว่า ‘ถ้าเจอคนที่ใช่ อะไรๆ มันก็จะง่าย’ โซฟี่ว่าไม่จริง (หัวเรา) เพราะแม้กระทั่งเรื่องงาน บางสายงานที่เรารู้สึกว่าเป็นแพสชั่นเรา เราชอบที่จะทำมากเพราะมันสนุกมากเลย แต่มันก็เหนื่อย เพราะว่าธรรมชาติของเรา ไม่ว่าจะใช้แรงกับอะไรมันก็เหนื่อย ความรักก็เช่นกัน ต้องหาบาลานซ์ แน่นอนว่ามันมีบางสิ่งที่ต่างกัน เพราะเราไม่ได้มาจากที่เดียวกัน ไม่ได้ถูกเลี้ยงมาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นความเข้าใจก็จะต่างกัน

อย่างที่โซฟี่บอกไปว่าเราต้องพยายามเห็นใจและพยายามเข้าใจ เพราะถึงแม้เราไม่ได้คิดแบบเขา หรือเราไม่ได้เป็นแบบเขา เราต้องเข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น เหมือนเรากำลังมองหนังสือคนละด้านน่ะค่ะ โซฟี่อ่านหน้าปก แล้วเขาอ่านหลังปก อันที่จริงเราอ่านเล่มเดียวกันอยู่ อาจจะแค่มีมุมมองที่ต่างกันเท่านั้น แต่จะมีบางอย่างที่โซฟี่คิดว่ารากฐานของคนเรา ถ้ามันต่างกันมากจริงๆ คงอยู่ด้วยกันยาก เพราะฉะนั้นอย่างน้อยขอให้รากฐานเหมือนกันในเรื่องของคติชีวิต สมมติโซฟี่เป็นคนรักสัตว์มากๆ รักธรรมชาติมาก ถ้าเราคบกับคนที่ไม่ให้ความสำคัญกับสัตว์ เราก็อยู่ด้วยไม่ได้ เพราะมันเป็นหนึ่งในคติชีวิตเรา มันคือรากของเรา

แต่อาจจะมีสิ่งเล็กน้อยที่ไม่เหมือนกันได้ เช่น ชอบอาหารไม่เหมือนกัน เป็นคนเงียบ หรือเป็นคนเสียงดัง ซึ่งถ้าความคิดหรือความในใจเหมือนกัน มันก็ค่อยๆ ปรับกันได้ แล้วต้องปรับทั้งคู่ ไม่ใช่แค่ฝ่ายเดียว โซฟี่คิดว่าเราปรับแต่ไม่เปลี่ยนตัวเอง เรายังต้องเป็นตัวเองอยู่ ในความสัมพันธ์เราต้องไม่เสียความเป็นตัวเอง ไม่งั้นเราจะเป็นคนที่เขารับไม่ได้ เพราะเขารักเราในตัวเรานะ ถูกไหม ถ้าเกิดเราเสียความเป็นตัวเองไปปุ๊บ แล้วเขารักใครอยู่

โมเมนต์ประจำหรือกิจกรรมยามว่างล่ะคะ

ช่วงนี้ช็อปปิ้งของเข้าบ้านค่ะ เพราะเพิ่งย้ายบ้าน โควิดด้วยอะเนอะมันออกไปทำอะไรยาก ต่างคนต่างทำงานกันหนักมาก นี่คือเหตุผลที่ประทับใจแฟน คือเขาขยันทำงานมากๆ แล้วเราก็เป็นคนขยัน เลยทำให้รู้สึกว่าต่างคนต่างไม่มีเวลา แต่เราเอาเวลามาอยู่ด้วยกัน แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว จะชอบทำอะไรอยู่บ้านมากกว่าค่ะ ชอบนั่งดูซีรีส์แล้วกินยำวุ้นเส้นด้วยกัน อะไรง่ายๆ ที่แค่อยู่กับเขาในสถานการณ์ที่ธรรมดาๆ หรือจัดอะไรที่เครซี่ เราก็ทำนะคะ แต่แค่รู้สึกว่าโมเมนต์ที่พิเศษสุดสำหรับเราคือนั่งพับผ้าด้วยกัน นั่งดูซีรีส์ นั่งเล่นกับแมว เหมือนรีชาร์จกัน แล้วก็ชอบเล่นเกมด้วยกัน สนุกดี

COURTESY OF @STOTHESOPHIE

วางแผนอนาคตกันไว้หรือยัง

เราย้ายบ้านมาอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ คือโซฟี่เป็นคนที่ไม่คบใครเล่นๆ รู้สึกว่าเสียเวลา เราจะคบกับใคร หรือให้ชีวิตกับใครมันไม่ใช่ง่ายๆ เพราะเรามีอะไรต้องทำเยอะ เรามีหลายๆ ปัจจัยในชีวิตที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นการให้ใครสักคนเข้ามาในชีวิต เราต้องรู้สึกว่าเราอยากให้คนนี้อยู่กับเรานานๆ โซฟี่ชอบคุยเล่นกับแฟนว่าอยากแต่งงานไหม อยากแต่งงานอายุเท่าไหร่ เคยคิดไว้หรือเปล่า เขาบอกว่าเคยคิดไว้บ้าง เราก็มานั่งคุยกันว่า เราพยายามกันไปเรื่อยๆ ถ้าอายุประมาณนี้แล้วมันมั่นคง ทุกอย่างโอเค เดี๋ยวขอนะ คือแพลนไว้แล้วค่ะ ก็อยากแต่งงานกัน

ความเท่าเทียม… มีจริงไหม

คุยได้เป็นชั่วโมงเลยค่ะเรื่องนี้ โซฟี่แค่อยากให้มายด์เซ็ตของคนไทยเปลี่ยนไป โดยการมองว่าคู่เพศเดียวกันมันไม่ใช่แค่การตลาด ไม่ใช่แค่สิ่งที่อยู่ในซีรีส์ ไม่ใช่แค่ความรักสวยงามของผู้ชายหล่อๆ สองคน คือเราเห็นแต่แบบนั้น เราเลยคิดว่ามันต้องเป็นแบบนั้น ซึ่งความสัมพันธ์ของเพศเดียวกันก็เหมือนกับความสัมพันธ์ของเพศตรงข้าม มีทะเลาะกัน มีโมเมนต์ที่น่าเกลียด มีโมเมนต์ที่เศร้า โน่นนี่นั่น คืออยากให้มองว่าเป็นอะไรที่เหมือนคนอื่นเลย เป็นมนุษย์สองคนที่รักกัน

แล้วก็อยากให้คนหยุดมองว่าชีวิตการสมรสของเพศเดียวกันมันไม่สำคัญ เพราะหลายๆ คนจะชอบพูดว่า เพศเดียวกันจำเป็นต้องแต่งงานกันเหรอ มันก็เป็นแค่เอกสารใบเดียว แต่ว่าการที่จะสามารถแต่งงานกันอย่างถูกกฎหมายมันเป็นสัญลักษณ์ที่จะทำให้คนรู้ว่าเราถูกยอมรับ แล้วถ้าเราพูดว่าคู่เพศตรงกันข้ามก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานสิ มันก็เป็นแค่กระดาษแผ่นนึงไม่ใช่เหรอ แล้วเขาก็จะตอบกลับว่า อ๋อ เราจะมีลูก เราจะมีมรดก บลาๆ แต่เราว่าคู่เพศเดียวกันก็ควรมีเช่นกัน ถ้าคุณมีได้ เราก็ต้องมีได้ มันไม่ได้ต่างกัน เราก็คือคนของประเทศไทย อยากให้คนให้ความสำคัญกับมันเหมือนให้ความสำคัญกับของของตัวเอง เพราะเขามี เขาเลยพูดได้ แต่เราไม่มี

ถามว่าถ้าเรียกร้องได้เป็นอย่างแรก อะไรจะทำให้เราแฮปปี้ คิดว่าการสมรสเพศเดียวกันคงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โซฟี่พยายามจะผลักดันเรื่องความเท่าเทียมมาตลอด ด้วยการที่เรามีแพลตฟอร์มโซเชียลด้วยเนอะ (@stothesophie) ไม่ว่าจะมีข่าวอะไรออกมา หรือออกความคิดเห็น แล้วก็แชร์ให้คนเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เราต้องช่วยกัน ก็หวังว่าจะมีโอกาสได้แต่งงานกันที่นี่

PHOTOS: COURTESY OF @STOTHESOPHIE

WRITER: ANGKANA WONGWISETPAIBOON

Other Articles