Monday, June 27, 2022

เดินทางสู่ฟลอเรนซ์ในยุคเรเนซองส์ไปกับ Rado

ฟลอเรนซ์ นครแห่งศิลปะวิทยากาลของอิตาลีเป็นแรงบันดาลใจให้ Rado ผู้ผลิตนาฬิกาจากสวิส ดังเช่น นาฬิกาคอลเลกชั่น Florence Classic โฉมใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามอันเป็นอมตะของสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกแบบกรีกและโรมัน ทั้งหอคอยสูงตระหง่านกับโดมงามสง่าประจำเมืองฟลอเรนซ์

การนำคอลเลกชั่นยอดนิยมของ Rado มาตีความใหม่อีกครั้ง ทำให้เราได้เห็นองค์ประกอบนาฬิกาที่ประณีตบรรจงจากการดีไซน์ขึ้นใหม่ ทั้งรุ่นหน้าปัดขาวตัดองค์ประกอบสีทองคลาสสิก หรอืรุ่นหน้าปัดเคลือบแล็กเกอร์ดำบนตัวเรือนสแตนเลสขัดเงาหรูหรา พร้อมด้วยกรอบหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟล์แบบโค้ง ส่วนเข็มนาฬิกาชุบโรเดียมเดินบอกเวลาเข้ากันกับเพชรฟูลคัทสี่ตำแหน่งบริเวณ 3, 6, 9 และ 12 นาฬิกา ซึ่งความเปล่งประกายนี้เองที่ตอกย้ำภาพการเฉลิมฉลองการกลับมาอีกครั้งของคอลเล็กชั่น Florence Classic ได้เป็นอย่างดี พร้อมโลโก้ Jubilé อันโด่งดัง โลโก้อันคุ้นตานั้นพิมพ์สีเงินอยู่เหนือช่องบอกวันที่ด้านบนเลข 6 ไม่เพียงเท่านี้ Rado สุดคลาสสิกยังยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยเม็ดมะยมและตัวสายที่ทำจากสแตนเลสขัดเงาทั้งหมด รวมทั้งใช้ข้อต่อแบบ 7 ส่วน และขานาฬิกาที่เชื่อมตัวเรือนกับสายก็ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่

นาฬิกาคอลเลกชั่นนี้มาในรูปแบบเซ็ตนาฬิกาชาย-หญิง โดดเด่นด้วยรูปทรงเพรียวดูหรูหราและสายนาฬิกาแบบข้อต่อเจ็ดส่วน ทำให้นาฬิกาคู่แต่ละเซ็ตกลายเป็นของขวัญในอุดมคติของคู่รักทุกคู่อย่างแท้จริง จากการเล่นแสงและเงาบนถนนฟลอเรนไทน์มาสู่เฉดสีที่ตัดกันบนพื้นผิวของนาฬิกาในคอลเล็กชั่นนี้ ดีไซน์ใหม่ๆ ของนาฬิกาแต่ละรุ่นมาพร้อมหน้าปัดขนาด 38 มม. และ 30 มม. สำหรับผู้ชายและผู้หญิง ตัวเรือนสแตนเลสสตีลบาง สายนาฬิกาทุกเรือนทำจากสแตนเลสขัดเงา และ/หรือสแตนเลสเคลือบสี มอบความสบายให้ทุกคนที่สวมใส่

ทุกเรือนใช้กลไกการเดินระบบควอทซ์ Rado R073/R079 พร้อมเทคโนโลยี PreciDrive และ HeavyDrive ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและทนทานต่อแรงกระแทกด้วย นอกจากนี้ทุกรุ่นในคอลเล็กชั่นยังกันน้ำได้ถึง 5 บาร์ (50 เมตร)

Other Articles