Casquette เรือนเวลาล้ำอนาคตจากยุค 1970s

ในปี ค.ศ. 1976 Girard-Perregaux (จีราร์ด-แพร์โกซ์) ได้เผยโฉมเรือนเวลาอันล้ำสมัยซึ่งทำงานด้วยกลไกควอตซ์เที่ยงตรงแม่นยำสูง ทั้งยังแสดงเวลาด้วยหลอดแอลอีดี (LED) แตกต่างจากหน้าปัดเวลาแบบดั้งเดิม และจีราร์ด-แพร์โกซ์ยังออกแบบของคาสเคตต์ด้วยมุมมองใหม่อย่างสิ้นเชิง หลอดแอลอีดีนั้นไม่เพียงทำหน้าที่ด้านฟังก์ชัน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ที่ฉีกออกจากกฎเกณฑ์ประเพณี โดยเชื่อมโยงถึงงานออกแบบอันทรงพลังของรถมัสเซิลคาร์ โดยหลอดแอลอีดีซึ่งดูคล้ายกับไฟท้ายของรถเหล่านี้นั่นเอง

ผลงานนี้เปิดตัวสู่ตลาดโดยการใช้หมายเลขอ้างอิง แต่นักสะสมนาฬิกาได้เริ่มที่จะตั้งชื่อเล่นขึ้นจากความชื่นชอบหลงใหล Casquette และนี่คือสะท้อนจิตวิญญาณของเครื่องบอกเวลาแห่งยุค 70s ทั้งยังสร้างชื่อให้กับแบรนด์ที่สามารถตอบรับความเป็นไปในยุคสมัยได้ด้วย

นาฬิกาคาสเคตต์ถูกผลิตขึ้นนับจากปี ค.ศ. 1976 ถึง ค.ศ. 1978 และนำเสนอด้วยความหลากหลายของตัวเรือนทั้งหมดสามแบบ ระหว่างมาโครลอน (Makrolon® (โพลีคาร์บอเนต)), แผ่นเยลโลโกลด์ และท้ายสุดคือสตีล โดยตลอดหลายปีต่อมา คาสเคตต์ได้กลายเป็นนาฬิกาอันเป็นที่ตามหาของบรรดานักสะสมและผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลา ด้วยภาษางานออกแบบสไตล์ ‘เรโทรล้ำยุค’ (retro futuristic) ที่ยังคงนำเสนอเสน่ห์อันดึงดูดใจอย่างที่ไม่เคยจางหาย 

ในปี 2022 Casquette ได้หวนคืนสู่ตลาดอีกครั้ง Casquette 2.0 โดยบรรจุภายใต้ตัวเรือนเซรามิกป้องกันรอยขีดข่วน และนำเสนอด้วยฝาหลังไทเทเนียม เกรด 5 ซึ่งทั้งไทเทเนียมและเซรามิกนั้นต่างมีคุณสมบัติของการไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองผิว และมีน้ำหนักเบา นั่นทำให้นาฬิการุ่นนี้มีน้ำหนักเบาเพียง 107 กรัม ซึ่งช่วยให้มอบความสะดวกสบายให้กับผู้สวมใส่ และแท้จริงแล้ว นาฬิกา Casquette 2.0 ใหม่นี้ยิ่งสวมใส่บนข้อมือได้สะดวกสบายกว่าที่เคย โดยรายล้อมโครงร่างตัวเรือนน้ำหนักเบาคล้ายกันนี้ด้วยบรรดาปุ่มกดที่ทำจากไทเทเนียม รวมถึงแผ่นไทเทเนียมซึ่งประกอบอยู่ด้านบนสุดของตัวเรือนนาฬิกา และการประดับด้วยโลโก้GP สไตล์ย้อนยุค

แพทริค ปรูโนซ์ (Patrick Pruniaux) ผู้อำนวยการบริหารใหญ่ของจีราร์ด-แพร์โกซ์ กล่าวว่า “ไม่ใช่นาฬิกาทุกรุ่นจะสามารถรักษาไว้ซึ่งภาพลักษณ์และความสามารถในการเป็นที่ปรารถนาของผู้คนมากมายมาตลอดการเดินทางแห่งเวลาอันยาวนานเช่นนี้ได้ อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ที่การผลิตนาฬิกาคาสเคตต์รุ่นดั้งเดิมได้หยุดลงในปี ค.ศ. 1978 ความสนใจในนาฬิการุ่นนี้ก็ไม่เคยหายไปไหน เรายังคงได้รับเสียงสอบถามถึงมาอย่างสม่ำเสมอ และได้ประจักษ์ว่านาฬิกาเหล่านี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากเพียงใด รวมถึงยังมีมูลค่าสูงขึ้นกว่าราคาจำหน่ายดั้งเดิมถึง 10 เท่าในตลาดนาฬิกาที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า ไม่อาจเป็นทุกสิ่งที่เราซื้อที่จะมีมูลค่าเพิ่มได้ในแบบเดียวกันนี้! เหตุผลนั้นจึงแสนเรียบง่าย และเป็นผลลัพธ์ซึ่งมาจากการที่คาสเคตต์รุ่นดั้งเดิมได้ทำหน้าที่ในการวางรากฐานชื่อเสียงอันมั่นคงยิ่งขึ้นของเรา โดยเฉพาะด้านการออกแบบนาฬิกาด้วยรูปลักษณ์และเสน่ห์ดึงดูดใจได้อย่างยาวนานเหนือกาลเวลา เราดีใจที่ได้ต้อนรับการหวนคืนของคาสเคตต์ ในฐานะนาฬิกาเปี่ยมด้วยสไตล์ ที่จะมอบเสน่ห์ดึงดูดเย้ายวนใจอันไม่มีสิ้นสุดนี้ต่อไป”  

ด้วยคุณลักษณะที่มีร่วมกับนาฬิกา คาสเคตต์ รุ่นดั้งเดิม ที่ในรุ่นใหม่ล่าสุดยังคงประกอบด้วยการแสดงชั่วโมง นาที วินาที วันและวันที่ อย่างไรก็ดี กลไกชุดใหม่ได้เสริมไว้ด้วยฟังก์ชันเพิ่มเติมอื่นๆ ซึ่งรวมไปถึง การแสดงเดือน ปี โครโนกราฟ เวลาไทม์โซนที่สอง และการแสดงวันที่ลับหรือซีเครตเดท (secret date) โดยฟังก์ชันหลังสุดนี้ ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถเก็บวันแห่งความทรงจำที่เลือกไว้เองได้ ด้วยฟังก์ชันซีเครตเดท (ประกอบด้วยการแสดงวันที่ เดือน และปี) ที่สามารถแสดงแต่ละวัน ณ ช่วงเวลาเฉพาะซึ่งกำหนดหรือเลือกไว้โดยผู้สวมใส่ ตัวอย่างเช่น วันครบรอบแต่งงาน

นาฬิกาคาสเคตต์ ยังช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถดูเวลาได้ตามต้องการ เพื่อช่วยประหยัดอายุการใช้แบตเตอรี่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ด้วยการวางสมมติฐานไว้ว่าจะมีการใช้งานปุ่มกดโดยการกดลงบนปุ่มเฉลี่ย 20 ครั้งต่อวัน ดังนั้นอายุของแบตเตอรี่จึงควรยาวนานได้ 2 ปี นาฬิการุ่นใหม่นี้ประกอบคู่มากับสายสร้อยข้อมือเซรามิก พร้อมทั้งการตกแต่งด้วยยางบนด้านใน ซึ่งมอบทั้งความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายในการสวมใส่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าสายสร้อยข้อมือที่ติดตั้งในรุ่นดั้งเดิม โดยสายสร้อยข้อมือของวันนี้มาพร้อมด้วยหัวเข็มขัดแบบบานพับทำจากไทเทเนียม 

ตลอดช่วงอายุนับจากการถือกำเนิดของนาฬิกาคาสเคตต์รุ่นดั้งเดิมนั้น มีนาฬิกาที่ถูกผลิตขึ้นเพียง 8200 เรือน และด้วยแรงบันดาลใจมาจากจำนวนตัวเลขหลังสุดนี้ จีราร์ด-แพร์โกซ์จึงเลือกที่จะจำกัดจำนวนการผลิตนาฬิกาคาสเคตต์รุ่นใหม่นี้ขึ้นเพียง 820 เรือน โดยคาสเคตต์ 2.0 อันคุ้มค่าและเปี่ยมด้วยคุณค่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิกากลุ่มเซกเมนต์ใหม่สำหรับจีราร์ด-แพร์โกซ์

  

Other Articles