จากอุดมการณ์อันแรงกล้าของเนสเพรสโซ (Nespresso) ที่เชื่อว่ากาแฟทุกหยดสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้ได้ จึงนำมาสู่ความมุ่งมั่นขององค์กรที่เติมเต็ม ‘ความใส่ใจ’ ลงไปในทุกย่างก้าว กว่าจะออกมาเป็นกาแฟคุณภาพหนึ่งแก้ว เนสเพรสโซได้พิถีพิถันต่อการผลิตในทุกห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การทำงานร่วมกับชาวไร่กาแฟ จนถึงก้าวสุดท้ายเพื่อส่งเมล็ดกาแฟกลับคืนสู่ธรรมชาติ และในปีนี้เนสเพรสโซยังคงเดินหน้าสานต่อแนวคิด Made with Care ตอกย้ำเจตนารมณ์ส่งมอบกาแฟคุณภาพ พร้อมรสชาติของความใส่ใจในทุกแก้ว
หนึ่งในความพิเศษของกาแฟเนสเพรสโซ นอกจากการได้ลิ้มรสกาแฟคุณภาพสุดกลมกล่อมแล้ว คุณยังสามารถสัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังผ่านแนวคิด Made with Care ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่บอกเล่าปณิธานของแบรนด์ที่มุ่งรังสรรค์กาแฟเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ พร้อมสร้างรอยยิ้มให้กับโลกใบนี้ ดังจะเห็นได้จากผลสำเร็จของโครงการต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับชาวไร่กาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อมสร้างความมั่นคงทางอาชีพ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Nespresso AAA Sustainable Quality Program ตลอดจนโครงการ Reviving Origins ที่มุ่งพลิกฟื้นไร่กาแฟในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ทั้งความขัดแย้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไปจนถึง Master Origins ที่ส่งตรงกาแฟจากดินแดนต้นกำเนิด โดยใช้กรรมวิธีและภูมิปัญญาของการปลูกกาแฟจากชุมชนชาวไร่ท้องถิ่น


สำหรับในปี 2022 เนสเพรสโซเดินหน้าปลุกแนวคิด Made with Care ผ่านกาแฟออร์แกนิกลิมิเต็ด อิดิชั่นรสชาติใหม่ Kahawaya Congo ในกลุ่ม Reviving Origins นับเป็นรสชาติแรกสะท้อนรสชาติแห่ง ‘ความหวัง’ จากความร่วมมือของเนสเพรสโซที่เข้าไปพลิกฟื้นไร่กาแฟใกล้สูญพันธุ์ในสาธารณรัฐคองโก สู่กาแฟอาราบิก้ารสชาตินุ่มละมุนพร้อมกลิ่นหอมหวานของผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ส่งตรงจากดินแดนต้นกำเนิดแคว้นคีวู (Kivu)

สาธารณรัฐคองโกซึ่งในอดีตได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เพาะปลูกกาแฟที่ดีที่สุดในโลกสำหรับกาแฟอาราบิก้า โดยเฉพาะกาแฟออร์แกนิก อย่างไรก็ตามด้วยผลกระทบจากการเมืองและเศรษฐกิจทำให้พื้นที่เพาะปลูกบางส่วนถูกทิ้งร้าง อีกทั้งวิถีชีวิตชาวไร่กาแฟยังเสี่ยงถูกทำลาย เนสเพรสโซจึงได้ริเริ่มโครงการ Reviving Origins ในพื้นที่แคว้นคีวู สาธารณรัฐคองโก เพื่อฟื้นคืนแหล่งเพาะปลูกกาแฟให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ด้วยความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง TechnoServe, USAID, บริษัทธุรกิจค้ากาแฟ Virunga Coffee และ Olam International โดยทีมงานได้เข้าไปทำงานกับชาวไร่กาแฟในแคว้นคีวูตอนใต้กว่า 2,500 คน เพื่อฟื้นคืนแหล่งเพาะปลูกกาแฟที่เปรียบดั่งขุมทองของคีวู รวมถึงพัฒนาคุณภาพของกาแฟและปลูกฝังวิถีการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้อาชีพชาวไร่กาแฟในระยะยาว








