Wednesday, January 26, 2022

‘ความยั่งยืน’ หัวใจแห่งคุณภาพในทุกมิติภายใต้แบรนด์ Nespresso

หากวันนี้คำว่า ‘ยั่งยืน’ ของสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนต้องใส่ใจอย่างจริงจัง เราจะเห็นว่าเนสเพรสโซเป็นหนึ่งในองค์กรที่ยืนอยู่แถวหน้าซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าสามทศวรรษแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาจุดยืนที่ย้ำชัดในฐานะแบรนด์กาแฟชั้นนำคือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพราะคำว่า ‘กำไร’ ในธุรกิจของเนสเพรสโซ ไม่ได้หมายถึงจำนวนเงิน แต่คือการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การขับเคลื่อนแบรนด์ที่มีเป้าหมายให้ธุรกิจ โลก และชุมชนได้กำไรไปด้วยกัน

ความทุ่มเทที่เห็นได้ชัดจากแบรนด์เนสเพรสโซซึ่งทำให้หลายคนทึ่งก็คือ ‘การสร้างโมเดลเส้นทางบริโภค’ โดยเริ่มจากการดำเนินการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ภายใต้การคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง พิสูจน์ได้จากการได้รับโหวตให้เป็นแบรนด์กาแฟที่มีกระบวนการผลิตยั่งยืนที่สุดในโลกปี 2021 จากนิตยสารการเงินโลก (World Financial Magazine) แต่ละสเต็ปของเนสเพรสโซอาจเรียกได้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บันได 6 ก้าวแห่งความยั่งยืนที่แบรนด์ยึดมั่นไม่เพียงต้องใช้การศึกษาค้นคว้าและปรับใช้นวัตกรรม หากแต่ยังลงมือปฏิบัติจริงจังอย่างต่อเนื่อง

ชาวไร่กาแฟผู้อยู่เบื้องหลังกาแฟคุณภาพ

Regenerative มุ่งทำงานบนเส้นทางความยั่งยืนตั้งแต่จุดเริ่มต้น หรือ ‘บ้าน’ ของเมล็ดกาแฟเป็นอันดับแรก โดยเน้นทำงานกับเกษตรกรทั่วโลก เพื่อส่งเสริมแนวทางการทำไร่หมุนเวียน รวมถึง ‘รักษา’ อาชีพชาวไร่กาแฟให้สามารถมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เพื่อเพาะปลูกต่อไปในระยะยาวอีกด้วย

Eco-design เน้นการใช้วัสดุรีไซเคิลและย่อยสลายได้ แคปซูลของเนสเพรสโซผลิตจากอะลูมิเนียม ซึ่งนอกจากจะกักเก็บรสชาติของกาแฟได้ดีแล้ว ยังสามารถนำไปรีไซเคิลและมอบชีวิตใหม่จากอะลูมิเนียมและกากกาแฟได้อย่างไม่รู้จบ เรียกว่าจะไม่มีขยะหลงเหลือจากการใช้แคปซูลของแบรนด์เลยทีเดียว

Renewable Energy เนสเพรสโซคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้พลังงานหมุนเวียนในทุกกระบวนการผลิต นอกจากนี้ยังมุ่งสู่การใช้ไฟฟ้าหมุนเวียน 100% ในไซต์และใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานในร้านบูติกของเนสเพรสโซทั่วโลก

Recycle ลูกค้าสามารถนำแคปซูลใช้แล้ว ส่งคืนเพื่อรีไซเคิลผ่านบริการรับส่งถึงบ้าน และเนสเพรสโซบูติกทุกสาขา เมื่อเทียบกับสามปีที่แล้ว เนสเพรสโซ ประเทศไทย สามารถเพิ่มอัตราการรีไซเคิลเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นถึง 10.27% อะลูมิเนียมที่ถูกรีไซเคิลจะถือกำเนิดใหม่ในรูปแบบของปากกา ดินสอ จักรยาน มีดพับ และแคปซูลกาแฟของเนสเพรสโซ

Logistic ตลอดการทำงานกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เนสเพรสโซมุ่งใช้ระบบขนส่งและนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ได้มากที่สุดตลอดกระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ เนสเพรสโซ ประเทศไทย ยังตั้งเป้าเพิ่มบูติกที่ต่างจังหวัดภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซดังกล่าวจากกระบวนการขนส่ง

Reforestation แม้จะมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกๆ กระบวนการผลิต แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในปัจจุบันยังไม่อาจลดให้เหลือศูนย์ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซ เนสเพรสโซจึงมุ่งปลูกป่าทดแทน เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อขยายแหล่งกักเก็บคาร์บอน รวมถึงสร้างสมดุลระหว่างกิจกรรมของมนุษย์และธรรมชาติ

ดังที่เราได้ทราบจากข่าวถึงปัญหาต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระดับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศที่พุ่งสูงทุบสถิติโลกเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่นมลพิษ PM2.5 ที่กลับมาเยือนเราเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว รวมถึงปัญหาขยะพลาสติกล้นโลก และแน่นอน ถ้าประเด็นต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้รับการเร่งเยียวยา ระบบนิเวศอาจถึงคราวล่มสลาย …หรือว่าเราจะผัดผ่อนกันไปแบบนี้เรื่อยๆ เมื่อถึงวันนั้นคงไม่ต้องจินตนาการว่าความเป็นอยู่ของสิ่งที่มีชีวิตทุกชนิดจะลงเอยเช่นไร

สามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับเนสเพรสโซ ประเทศไทย ได้ที่เฟซบุ๊ก: Facebook.com/Nespresso.thailand, อินสตาแกรม: @Nespresso.th #NespressoTH และไลน์ ออฟฟิเชียล: @NespressoTH

Other Articles