Sunday, November 27, 2022

ความสุขที่ยิ่งใหญ่และหาได้ง่ายของหนุ่มอารมณ์ดี ‘แปลน’ รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์

แปลน-รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์ นักแสดงหนุ่มที่ใครๆ ก็รู้จักดีจากการรับบทแคน หนุ่มแบ๊วมาดกวนในเรื่องบังเอิญรัก ซีรีส์วายที่กอบโกยคะแนนไปได้อย่างท่วมท้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ คงไม่เพียงแฟนๆ เท่านั้นที่รอคอยผลงานของเขา หากแต่แปลนเองก็เช่นกัน หลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำซีรีส์แนวดราม่าเรื่อง ‘จากสูญถึงสิบ’ ซึ่งผลิตโดย บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) เราแวะไปทักทายพูดคุยถึงการรับบท ‘เท็น’ ซีรีส์ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักในครอบครัว และเป็นการพลิกคาแร็กเตอร์ทางการแสดงที่ท้าทายความสามารถ เรียกว่าแปลนต้องรับบทหนักและเสียน้ำตามากกว่าทุกเรื่องที่เคยเล่นมาก็ว่าได้

เสื้อคอปกผ้าทอสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนแขนยาวทอลาย กางเกงผ้าวูลคาดเข็มขัดหนัง สร้อยคอมุก และรองเท้าหนัง ทั้งหมดจาก SAINT LAURENT BY ANTHONY VACCARELLO

“เรื่องนี้ดราม่าเยอะครับ ถ่ายแต่ละวันต้องมีร้องไห้สักซีนหนึ่ง ถ่าย 7 วันก็ต้องร้อง 7 วัน เป็นเรื่องของชีวิตผู้คน แฝงข้อคิดไว้ในแต่ละฉากแต่ละตอน ผมเล่นเป็นเด็กมัธยมอีกครั้ง แต่ผมว่าหน้าผมก็ยังได้อยู่แหละ” แปลนเล่าพร้อมกับชงเองเออเอง “ตอนแรกค่อนข้างกังวลเหมือนกันเพราะต้องเล่นกับนักแสดงพี่ๆ รุ่นใหญ่ จะมีความเกร็ง เราไม่รู้ว่าจะไปทำให้เขาช้าหรือเปล่า แต่ทุกคนก็เป็นกันเองมาก สนุกดีครับ ในส่วนของตัวบทก็แอบพลิกบทบาทจากเรื่องที่เคยเล่นมาด้วย”

แปลนต้องเล่นเป็นนักกีฬาฟุตบอลด้วย เข้าทางเราเลยสิ

“ครับ ผมเล่นบอลมาตั้งแต่เด็ก ทุกช่วงวัยที่ผ่านมาตั้งแต่ประถมจนถึงมหา’ลัย พอเรียนจบก็ยังเล่นอยู่ เล่นจริงจังเลยครับ เคยลงแข่งสมัยมัธยมมาเรื่อยๆ กระทั่งตอนเรียนวิทยาลัยด้วย ชอบทุกอย่างที่เป็นลูกกลมๆ ทั้งบาสเกตบอล ปิงปอง เปตองยังเล่นเลย ผมรู้สึกว่าลูกกลมๆ สามารถคอนโทรลได้ แต่มันมีเทคนิคในการคอนโทรลต่างกันคนละแบบ”

ยังไม่เคยรู้เลยว่าแปลนเข้าวงการมาได้อย่างไร

“ผมเป็นเฟรชชี่อยู่ที่วิทยาลัยเกี่ยวกับการทำอาหาร พี่ชีวิน-ธนะมินทร์ วงษ์สกุลพัชร์ ผู้กำกับเรื่อง Make It Right รักออกเดิน ทักมาทาง DM ซึ่งปกติเราจะไม่ค่อยสนใจ แต่ไม่รู้อะไรทำให้เราไปลองดูแบบขำๆ คือใจนึงก็อยากลอง ใจนึงก็กลัว เพราะช่วงนั้นมีแต่ข่าวโมเดลลิ่งหลอกเด็ก ผมพาเพื่อนไปเยอะมาก พอไปถึงก็คุยกัน เขาถูกใจเรามั้ง เขาบอกว่าเราชิลๆ ดี เป็นตัวของตัวเอง ก็เลยได้เล่น Make It Right ได้ลองเวิร์กช็อป เรียนแอ็กติ้ง รู้สึกว่าสนุก เลยยาวมาเรื่อยๆ ครับผม”

เสื้อสเว็ตเตอร์แขนยาวคอวีทอลาย และกางเกงหนังเงาสีดำ ทั้งหมดจาก DOLCE & GABBANA

ถือว่าเข้ามาง่ายเหมือนกัน แล้วการอยู่ในวงการนี้ง่ายไหม

“ผมว่าวงการตอนนี้เข้าง่ายนะ แต่ว่าการยืนระยะมันยาก คือทุกคนพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองทุกวัน เพราะการแข่งขันมันสูง สำหรับผมถ้าคุณมองว่าคุณไม่ต้องไปแข่งหรือเปรียบเทียบกับใคร แค่แข่งกับตัวเองเมื่อวานก็พอ ถามว่าเปรียบเทียบกับตัวเองเมื่อวานยังไง สมมติเมื่อวานคุณฝึกร้องเพลงสองชั่วโมง วันนี้คุณฝึกเพิ่มอีกสองชั่วโมง คุณเก่งกว่าเมื่อวานสองชั่วโมงแล้ว และถ้าคุณฝึกไปเรื่อยๆ ยังไงคุณก็เก่งกว่าเมื่อวานแน่นอน

ยังมีอีกหลายปัจจัยด้วย เช่น แฟนคลับ ถ้าสมมติว่าเราใส่ใจเขา ต่างคนต่างดูแลกันดี ก็สามารถยืนระยะเรื่องแฟนคลับได้ ผมคิดว่าพวกเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัวเลยนะ ผมจะคอยส่องว่าใครไม่สบาย ใครป่วย ผมจะรู้ทุกอย่าง แล้วก็รักขนาดว่าสักวันเดือนปีของ #คนของแปลน เอาไว้ที่แขน เหตุผลหลักๆ คือเอาไว้เตือนสติให้เราไม่หลงจนเกินไป หรือว่าไม่ให้เราลืมเขา เพราะผมเชื่อว่าทุกคนจะมีอารมณ์แบบพอเราได้หลายๆ อย่างที่ต้องการ มันจะมีอารมณ์ชั่ววูบแบบเหลิง อยากให้เตือนสติเรา ณ เวลานั้นว่าเราจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่มีคนของเรา

ผมเคยอยู่ในช่วงที่มีแฟนคลับ แล้วก็แฟนคลับค่อยๆ หาย ตอนแก๊ปว่างระหว่างซีรีส์รักออกเดินกับบังเอิญรัก แล้วพอกลับมามีแฟนคลับอีกรอบหนึ่ง เราเลยรู้คุณค่า เลยเลือกที่จะรักษาตรงนี้เป็นอันดับหนึ่ง เพราะเราเคยผ่านจุดที่ไม่มีมาแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราจัดการไม่เป็น ไม่ได้ให้ความสำคัญ และเป็นช่วงเงียบๆ ไม่ค่อยมีผลงานด้วย มันจะมีหลายปัญหา เช่น เราคลุกคลีกับแฟนคลับกลุ่มนี้จนแฟนคลับอีกกลุ่มรู้สึกว่าทำไมไม่เท่ากัน เขาเลยเฟดออกไป และแฟนคลับที่เราคลุกคลีก็ค่อยๆ เฟดออกไปเช่นกัน ผมรู้สึกว่าอยู่ที่ตัวเราแล้วก็ผลงานด้วย เพราะถ้าเขาตามเราแต่เราไม่มีผลงานให้เขาเสพ มันก็เป็นสิทธิของเขาที่จะไปดูผลงานอื่นแล้วก็ไปรักคนอื่น”

ห้าปีที่ผ่านมาได้ข้อคิดอะไรบ้าง ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองแค่ไหน

“เหมือนเราได้เรียนรู้โลกแห่งความเป็นจริงว่ามันมีการแข่งขันนะ มันมีลับหลังนะ มีการพูดไม่ดีถึงกันนะ เราไม่สามารถมองโลกให้มันสวยได้อยู่แล้วในความรู้สึกผม ขอแค่คุณปรับสภาพและยอมรับมันให้ได้ สุดท้ายแล้วอย่าไปเครียด แค่มีความสุขในแต่ละวัน ผมว่าแค่นั้นก็มีความสุขทั้งชีวิตแล้ว ปัจจุบันผมเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันพอสมควร แต่ก่อนถ้ามีคนติหนึ่งคน คนชมร้อยคน ผมจะไปโฟกัสที่คนติแล้วก็ดิ่งกับตัวเอง จนถึงตอนนี้พออยู่ไปเรื่อยๆ เหมือนมีเกราะป้องกันตัวเอง สุดท้ายแล้วความสุขมันอยู่ที่ตัวเรา ถ้ามีความสุขเราก็สามารถเอาความสุขนั้นไปเผื่อแผ่คนที่รักเราได้

การปรับตัวถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะนิ่งมาก ไม่ค่อยยิ้ม ไม่ทักทาย แต่ปัจจุบันเราต้องปรับเพราะเป็นงานสังคม เจอใครต้องยิ้มก่อน พอยิ้มแล้วรู้สึกว่าเราให้พลังงานบวกกับคนอื่นได้จริงๆ จากรอยยิ้มของเรา พอยิ้มไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชิน เดี๋ยวนี้ยิ้มบ่อยเลย อีกเรื่องที่ปรับคือเมื่อก่อนเราขี้เกียจ ปัจจุบันคือขี้เกียจไม่ได้ เวลาไม่รอเรา คนอื่นก็ไม่รอเรา เราต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่ก่อนผมร้องเพลงไม่ได้เลยนะ ขึ้นมาผมก็เพี้ยนแล้ว ตอนนี้ดีขึ้นและมีซิงเกิลของตัวเองบ้างแล้ว แต่อยากจะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะผมยังสนุกกับมัน”

เสื้อสเว็ตเตอร์แขนยาวคอกลมสีขาวถักนิตขนาดโอเวอร์ไซส์ และกางเกงผ้าวูลสีเทาดีเทลแถบสลับสี ทั้งหมดจาก Z ZEGNA

ย้อนเล่าชีวิตเด็กชายรัฐวิทย์ให้ฟังหน่อย ดื้อไหมตอนนั้น

“ดื้อครับ ตอนเด็กคือเละเทะมากๆ ต้องยอมรับว่าทำให้แม่ร้องไห้บ่อยมาก ด้วยความที่มีพี่สาวเรียนเก่งด้วยแหละ เลยมีการเปรียบเทียบว่าเลี้ยงมาเหมือนกัน ให้ก็ให้เหมือนกัน กินก็กินเหมือนกัน ทำไมลูกออกมาไม่เหมือนกัน อะไรประมาณนั้นครับ (เรื่องดื้อในวัยนั้น เช่นอะไร?) ผมชอบไปเตะบอลแล้วกลับบ้านดึก หรือช่วงที่ต้องอ่านหนังสือสอบ แต่เราอยากออกไปเตะบอล มีครั้งหนึ่งแม่อยากให้ย้ายโรงเรียน แต่เราติดเพื่อนไม่อยากย้าย เลยทะเลาะกัน สุดท้ายก็ย้ายเพราะเราขัดคำแม่ไม่ได้สุดหรอก ขอให้ดื้อไว้ก่อน

ถ้าย้อนกลับไปเราจะเปลี่ยนไหม ผมยังยืนยันคำเดิมว่าไม่รู้จะเปลี่ยนอะไร ผมสนุกกับวัยนั้น แต่อาจจะทำให้แม่เสียใจแค่นั้นเอง แต่พอโตมาเราก็ตอบแทน เราเป็นคนที่กตัญญูอยู่แล้ว เวลามีอะไรเราก็ให้ เอาจริงผมนวดขาให้แม่ทุกคืนนะ เพราะแม่ใช้ (หัวเราะ) ผมว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ง่ายๆ เวลาเราออกไปทำงานและบอกแม่ว่า ‘สวัสดีครับ ไปนะครับ’ ถึงบ้านบอกสวัสดีแม่ นวดขาเกาขาให้ (สรุปว่าจะเถียงแม่ต่อไป?) ใช่ครับ (ตอบหนักแน่น) หูผมแข็ง โบราณกล่าวไว้”

เวลาคุณแม่เศร้าแล้วแปลนทำไง

“ง้อครับ ยังจำบางเหตุการณ์ได้เลย ผมจะเขียนขอโทษบนโพสต์อิตแล้วเอาไปแปะตามทางเดิน ผมเป็นคนแบบว่าถ้าแม่ยิ่งดุ ยิ่งอยากเอาชนะ เป็นคนที่มองโลกอีกมุมหนึ่งพอสมควร เวลาแม่อธิบายอะไรมาเราพยายามจะมองมุมต่าง เพราะผมรู้สึกว่าการที่เรามองต่างจากคนอื่นมันจะมองกว้างขึ้น แล้วเราจะรู้ด้วยตัวของเราเองว่าจริงๆ ท้ายที่สุดมันคืออะไร แต่สุดท้ายแล้วต้องยอมรับว่าเขาถูกเสมอ แค่เราเลือกที่จะได้เรียนรู้เอง ความจริงผมน่ารักกับแม่แหละ แต่ยังติดเถียงอยู่เหมือนเดิม ยิ่งโควิด ยิ่งติดเกมด้วย แต่ผมจะซ้อมร้องเพลงก่อนนะแล้วค่อยเล่นเกม”

อ้าว! ติดเกมจริงเหรอเนี่ย

“ผมเพิ่งติดเกมตอนโต มันเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ (หัวเราะ) ผมว่าอยู่ที่การแบ่งเวลาด้วย การติดเกมไม่ได้เป็นเรื่องแย่ ผู้ใหญ่สมัยนี้อาจมองว่าการเล่มเกมคือการเอาเวลาว่างไปใช้แบบเสียเปล่าไม่เกิดประโยชน์ แต่คนรุ่นใหม่มองว่าเกมคือกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งได้รับการยอมรับจากสากลแล้วว่าเป็นอีสปอร์ต จะเห็นว่ายูทูเบอร์ที่เป็นสตีมเมอร์เกมสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ ผมว่าถ้าเราจับถูกจุดมันคือประโยชน์เหมือนกัน บางคนบอกว่าเกมทำให้เกิดความก้าวร้าวรุนแรง ทำไมถึงไม่คิดว่าสมมติเราอารมณ์เสียแล้วมาลงที่เกม ไม่ต้องลงกับชีวิตจริง ผมว่าเกมช่วยลดความก้าวร้าวได้ และเชื่อมความสามัคคีได้ด้วย อย่างเช่นเกมที่เล่นเป็นทีม”

ถ้ารู้สึกไม่สนุกกับวงการนี้แล้ว เคยคิดแผนสำรองไว้หรือเปล่า

“ไม่ได้คิดครับ ผมเป็นคนไม่มีแผนสองเท่าไหร่ เอาตัวรอดหน้างาน ผมว่ามันสนุกดีในการใช้ชีวิต คนเราเกิดมาครั้งเดียวเอง อย่าไปคิดเยอะ สนุกกับมัน และทำให้มันเต็มที่”

แปลนชื่นชมอะไรในตัวเองมากที่สุด

“ชื่นชมความสุขของตัวเองครับ ผมเป็นคนที่มองโลกแง่บวกพอสมควร แล้วก็ทำให้ตัวเรามีความสุขในทุกๆ วัน ผมยังยืนยันว่าความสุขมันคืออะไร มันมามากกว่าความสำเร็จ มันมามากกว่าความรัก สำหรับผมความสุขมันคือที่สุด ถ้าเราทำอะไรแล้วมีความสุข รู้สึกว่าเรา success กับสิ่งนี้ เราก็มีความสุขแล้ว ย้อนไปช่วงที่ถ่ายซีรีส์ตอนเราเรียน เราต้องตื่นเช้าเพื่อไปถ่ายซีรีส์ก่อนแล้วกลับมาเรียน แล้วก็ไปถ่ายซีรีส์ต่อ ก่อนหน้าวันนั้นเราคิดว่าจะทำได้เหรอวะ แต่ก็บอกตัวเองในใจว่าเราทำได้ๆ เราอย่าแผ่วสิ อย่าเหนื่อยสิ แล้วพอตกกลางคืนเราทำทุกอย่างเสร็จ แค่นั้นเราก็มีความสุข ไม่จำเป็นต้องมีเงิน มีบ้าน มีรถ ผมว่าสิ่งเล็กๆ แค่นี้ก็ถือประสบความสำเร็จแล้ว”

ฝากเนื้อฝากตัวปิดท้ายกันสักนิด

“อยากฝากถึงทุกคนที่ผมรู้จัก อยากบอกว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังที่รู้จักผม ผมจะเป็นคนรู้จักที่ดีที่สุดที่คุณเคยรู้จักครับ”

Photographer: Napat Gunkham

Stylist: Piphacha Vonpiankul

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Photographer Assistant: Sanpasiri Chosaowapa

Stylist Assistant: Tanawat Nitithanaiyaphong

Makeup & Hair: Chanon Suwankho






Other Articles