Monday, December 6, 2021

พาชม! บูติกแฟล็กชิพโฉมใหม่ของ Cartier ณ สยามพารากอน

กับบรรยากาศร้านที่กว้างขวาง พร้อมการตกแต่งแบบพิถีพิถันที่ผสมผสานผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยเข้ากับเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์อย่างกลมกลืน ในโอกาสครบรอบ 115 ปี ความสัมพันธ์ที่คาร์เทียร์มีกับประเทศไทย

คาร์เทียร์บูติค สาขาสยามพารากอน คงจะเป็นบูติคที่ใครหลายๆ คนเข้าไปใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่เปิดให้บริการมาในปี 2549 เรียกได้ว่าเป็นบูติคที่สำคัญไม่น้อยทั้งสำหรับแบรนด์และคนที่รักในคาร์เทียร์ และในปีนี้ประจวบเหมาะกับโอกาสครบรอบ 115 ปี ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีความสัมพันธ์ระหว่างคาร์เทียร์และประเทศไทย บูติคแห่งนี้จึงถูกปรับโฉมใหม่ บนพื้นที่ราว 400 ตารางเมตร ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมไทยซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านไทย โดยสอดแทรกเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์ไว้อย่างแยบยลในทุกรายละเอียด นับตั้งแต่ก้าวเข้ามายังบริเวณหน้าบูติค

องค์ประกอบของเอกลักษณ์ความเป็นไทยนั้น ถูกผสานเข้ากับทุกๆ อณูของบูติคโฉมใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น Façade เน้นความโปร่งด้วยกระจก หินอ่อนและลายดิ้นทองสะท้อนลายผนังของบ้านทรงไทยดั้งเดิม บริเวณรับรองส่วนกลางตกแต่งด้วยประติมากรรมแบบนูนต่ำ พร้อมลวดลายทัศนียภาพอันงดงามของวัดวาอารามที่มีเสือแพนเตอร์ สัญลักษณ์ของคาร์เทียร์เป็นตัวเอกในการเล่าเรื่อง แต่ละห้องเชื่อมต่อด้วยประตูโค้งทำจากไม้ ผนังในห้อง Prestige ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัด ไปจนถึงเครื่องเรือนที่บุด้วยผ้าไหมไทย ไม่ว่าจะเป็นผนังหรือโซฟา

หัวใจหลักของการออกแบบตกแต่งคือสไตล์โปร่ง โมเดิร์น เรียบ หรูหรา แต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เป็นมิตรและเชื้อเชิญให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกอบอุ่นเมื่อเข้ามาเยี่ยมชม  เซซิล นาอูร์ (Cécile Naour) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาร์เทียร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย กล่าวว่า “บูติคโฉมใหม่นี้เป็นการบรรจบกันอย่างลงตัวของวัฒนธรรมไทยและเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์ การตกแต่งอันสว่างไสวและโอ่โถงของบูติคร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบโค้งและงานฝีมืออันวิจิตรของช่างท้องถิ่นสอดแทรกอยู่ในทุกรายละเอียด สไตล์การตกแต่งที่โปร่งและหรูหราช่วยสร้างบรรยากาศให้บูติคแฟล็กชิพแห่งนี้มี เสน่ห์และสง่างาม ทั้งยังคงไว้ซึ่งความอบอุ่น น่าเชื้อเชิญให้ค้นหาและเยี่ยมชมกว่าเคย”

อีกหนึ่งความพิเศษของการเฉลิมฉลอง คาร์เทียร์จึงเปิดตัวนาฬิกา แทงก์ อะซีเมทรีค สยาม ลิมิเต็ด เอดิชั่น (Tank Asymétrique Siam Limited Edition) ซึ่งต่อยอดจากเรือนเวลารุ่นแทงก์ อะซีเมทรีค รุ่นที่เป็นที่หมายปองของนักสะสมนาฬิกา โดดเด่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบอสมมาตร มีมุมเฉียงขึ้นไปทางด้านขวา 30 องศา เสมือนเหลี่ยมเพชรเลข 12 อยู่เยื้องไปทางมุมขวาบนของหน้าปัดและเลข 6 อยู่มุมซ้ายล่าง

อะซีเมทรีค สยาม ลิมิเต็ด อิดิชั่น เพิ่มเอกลักษณ์ท้องถิ่นด้วยตัวเรือนแพลทินัม เม็ดมะยมทับทิม หน้าปัดตัวเลขไทย ออกแบบพิเศษเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น ด้านหลังนาฬิกาสลักข้อความ สยาม และหมายเลขลำดับการผลิต นาฬิกาแทงก์ อะซีเมทรีค สยาม ลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมกล่องสะสมลายเสือแพนเตอร์ที่ย่างกรายอย่างสง่างามในฉากหลังวัดวาอาราม อันวิจิตรตระการตาของประเทศไทย ภายในกล่องประกอบด้วยสายหนังจระเข้สีแดงทับทิมสยามที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนสายได้ด้วยตนเอง ผลิตเป็นจำนวนจำกัดเพียง 55 เรือนเท่านั้น

และเนื่องในโอกาสฉลองเปิดตัวบูติคแฟล็กชิพโฉมใหม่ คาร์เทียร์ยังจัดแสดงอัญมณี คาร์เทียร์ คอลเลคชั่น (Cartier Collection) คอลเลคชั่นประวัติศาสตร์รวบรวมชิ้นงานหายากและทรงคุณค่าที่คาร์เทียร์เก็บรักษาไว้ คอลเลคชั่นอัญมณีเหล่านี้แสดงถึงขนบการสร้างสรรค์และสไตล์การออกแบบของคาร์เทียร์ที่มีมายาวนานกว่า 170 ปี คาร์เทียร์ คอลเลคชั่น มีความสำคัญกับคาร์เทียร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการในการออกแบบเครื่องประดับในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19

ไฮไลต์ของอัญมณีคาร์เทียร์ คอลเลกชั่นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้แก่ สร้อยพระศอคาร์เทียร์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมอบให้แด่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี) เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป รวมถึง เข็มกลัดเพชรทรงระย้าหรือ Garland Style อีกเทคนิคการออกแบบเครื่องประดับอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงที่ได้รับความนิยมจากราชวงศ์ทั่วโลก, คอลเลคชั่นเครื่องประดับเพชรบนตัวเรือนแพลทินัม ที่หลุยส์ คาร์เทียร์เป็นผู้บุกเบิกนำวัสดุนี้มาใช้แทนตัวเรือนเงินเพื่อความอ่อนช้อยและขับเน้นเพชรให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และยังมีชุดเครื่องเพชรที่แสดงถึงวิวัฒนาการของสไตล์ ลายเส้นและเทคนิคที่ส่งผ่านแต่ละช่วงยุคสมัยของเมซงอีกด้วย

บูติคแฟล็กชิพคาร์เทียร์ ตั้งอยู่ที่ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจและชื่นชอบอัญมณีและเรือนเวลา สามารถยลโฉมอัญมณีคาร์เทียร์ คอลเลคชั่น (Cartier Collection) ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม ถึง 18 พฤศจิกายน 2564

Photos courtesy of Cartier

Other Articles