Royal Oak โฉมใหม่สำหรับสาวทันสมัย

เชื่อว่าพอเห็นกรอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมปุ๊บ คอนาฬิกาสามารถบอกได้ทันทีว่านี่คือ Royal Oak จาก Audemars Piguet แบรนด์นาฬิกาสวิสจากเมืองเลอ บราซุส นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1972 ดีไซน์นาฬิกาที่ล้ำกว่ายุคสมัยในตอนนั้น ฝีมือการออกแบบของเจอรัลด์ เจนตา ก็ได้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และกลายเป็นที่ปรารถนาของลูกค้าทั้งชายและหญิง

ล่าสุด ทางแบรนด์ได้แปลงโฉม Royal Oak Selfwinding ขนาด 37 มม. ออกมาทั้งหมด 2 แบบ นั่นคือตัวเรือนพิงค์โกลด์ ฝังด้วยเพชรเจียระไนทรงบริลเลี่ยนจำนวน 124 เม็ดจากตัวเรือนไปจนถึงหมุดที่เชื่อมเข้ากับสายนาฬิกา หน้าปัดลายกรองด์ ทาพิสเซอรี (Grande Tapisserie)โทนสีเบจใหม่เสริมให้ตัวเรือนพิ้งค์โกลด์ เครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาในวัสดุเดียวกันให้ดูโดดเด่น เพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นเมื่อเครื่องหมายบอกหลักชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกาถูกประดับด้วยเพชรทรงบริลเลี่ยน และขอบตัวเรือนยังประดับด้วยอัญมณี 40 เม็ด ได้แก่ บุษราคัม โกเมนและพลอยสเปสซาไทท์สีส้ม (Orange Spessartite Garnet) ที่ถูกจัดวางแบบไล่โทนสี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของรอยัล โอ๊คที่นำเสนอโทนสีสดใสในเฉดอบอุ่น

อีกรุ่นเป็นไวท์โกลด์ 18 กะรัต ประดับเพชรเจียระไนทรงบริลเลี่ยนจำนวน 124 เม็ดไปจนถึงส่วนหมุดที่เชื่อมเข้ากับสายนาฬิกา โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยหน้าปัดลายกรองด์ ทาพิสเซอรี โทนสีโรเดียม เครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาไวท์โกลด์ 18 กะรัต เช่นเดียวกันกับนาฬิกาเรือนพิ้งค์โกลด์ที่มีการประดับเพชรทรงบริลเลี่ยน บริเวณเครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เพิ่มสีสันที่คอนทราสต์กันกับนาฬิกาโทนสีโมโนโครมด้วยการประดับแซฟไฟร์สีชมพูและทับทิมทรงบริลเลี่ยน 40 เม็ดที่วางเรียงไล่เฉดสี มอบความสง่างามแบบหญิงสาวที่รับกับข้อมือขนาดเล็กของสุภาพสตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ผลงานใหม่ล่าสุดนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 3120 ที่ขัดแต่งอย่างประณีต  ฝาหลังแซฟไฟร์เผยให้เห็น Oscillating Weight ที่รังสรรค์จากทอง 22 กะรัตสลักลวดลายของตราประจำตระกูลของโอเดอมาร์และปิเกต์ รวมไปถึงอักษรย่อ AP และชื่อแบรนด์ โดยนาฬิกา 3 เข็มเรือนนี้ช่วยให้ผู้สวมใส่สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยความสามารถในการกักเก็บพลังงานถึง 60 ชั่วโมง พร้อมระบบเปลี่ยนวันที่แบบ Instant-Jump และด้วยเมนเพลท (Mainplate) ที่ถูกออกแบบให้มั่นคงยังทำให้บาลานซ์บริดจ์ (Balance Bridge) สามารถช่วยป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี ถือว่าเรือนเวลาเรือนนี้ได้ผสานทั้งเทคนิคการสร้างสรรค์งานแบบดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์ที่ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว






Other Articles